
ดีอี เดินหน้า โครงการ ทุเรียนดิจิทัล สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 300 ล้าน
กระทรวงดีอี เดินหน้าโครงการ ทุเรียนดิจิทัล ส่งเสริมเกษตรกรสู่ Modern Farm คาดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 300 ล้านบาท
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า การส่งเสริมเกษตกรชาวสวนทุเรียนจะไม่มุ่งเน้นไปที่การจัดจำหน่ายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มดำเนินการส่งเสริมตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งรัฐบาล โดย กระทรวงดีอี และ ดีป้า ต้องวางแผนว่าจะทำอย่างไรให้ภาคเกษตรกรรมไทยสามารถก้าวไปสู่การเป็น Modern Farm ได้
หากดูตัวเลขผลผลิตทุเรียนของประเทศไทยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเห็นว่า ผลผลิตทุเรียนแต่ละปีมีปริมาณที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัย โดยเกษตรกร ในฐานะผู้ปลูกอาจประสบปัญหาต่าง ๆ ขณะที่ผู้รับซื้อ ทั้งในประเทศและต่างประเทศก็อาจมีความต้องการที่แตกต่างไป
ดังนั้นประเทศไทยควรให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีระบบติดตามและตรวจสอบข้อมูลสินค้าเกษตรตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การผลิต การเก็บเกี่ยว การแปรรูป การขนส่ง เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งที่มาและกระบวนการผลิตได้ อีกทั้งเป็นเครื่องยืนยันให้ผู้รับซื้อ หรือผู้บริโภคมั่นใจว่า สิ่งที่รับมาคือ ‘คุณภาพจากเกษตรกร’
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ดีป้า มีโครงการต่าง ๆ มากมายที่มุ่งพัฒนาภาคเกษตรกรรมไทยในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาองค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลแก่เกษตรกร การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการเพาะปลูก รวมถึงการยกระดับคุณภาพให้กับผลผลิต
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการทุเรียนดิจิทัลที่ส่งเสริมให้ชาวสวนทุเรียนไทยสามารถประยุกต์ใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อจดบันทึกข้อมูลและติดตามย้อนกลับการเพาะปลูก รองรับการขอมาตรฐาน GAP และระบบบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี IoT
ทั้งหมดเพื่อเป็นส่วนช่วยให้ทุเรียนไทยสามารถรักษาคุณภาพ มาตรฐาน ก้าวข้ามปัญหาต่าง ๆ และครองแชมป์ในตลาดต่อไป ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการทำงานของ กระทรวงดีอี ที่เปรียบเสมือนระบบหลังบ้าน โดยเราบูรณาการการทำงานกับทุกหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนไทยได้รับประโยชน์สูงสุด
ด้าน นายศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า โครงการทุเรียนดิจิทัลดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้วยเครื่องหมาย dSURE และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล
การดำเนินโครงการในระยะเริ่มต้นมุ่งส่งเสริมให้เกิดการใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อจดบันทึกข้อมูลและติดตามย้อนกลับการเพาะปลูกที่วางแผนการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว และการขนส่ง รองรับการขอมาตรฐาน GAP ต่อมาได้ขยายผลโครงการเพิ่มเติม
โดยส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้ระบบบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี IoT ที่สามารถสั่งเปิด-ปิดระบบให้น้ำผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ และบันทึกปริมาณน้ำที่ให้ โครงการทุเรียนดิจิทัลไม่ได้มุ่งหวังเพียงให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อบริหารจัดการกระบวนการเพาะปลูก แต่ยังสร้างระบบเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ครอบคลุม การผลิต การดูแลรักษาผลผลิตโดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูล
ไปจนถึงการสร้างโอกาส ทางการตลาดผ่านการบูรณาการการทำงานกับ ซีพี แอ็กซ์ตร้า โดยเปิดช่องทางการจัดจำหน่ายให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง รองรับผลผลิตคุณภาพจากสวนของเกษตรกร พร้อมสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพของทุเรียนไทยที่ผลิตด้วยกระบวนการเกษตรดิจิทัล
โดยโครงการทุเรียนดิจิทัลสามารถส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนทั่วประเทศประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านการเกษตรไปแล้วกว่า 10,000 ราย ยกระดับทักษะดิจิทัลแก่เกษตรกรอีกกว่า 19,000 ราย
ดีป้า คาดว่า โครงการทุเรียนดิจิทัลจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาวให้กับเกษตรกรไทย เพื่อให้สามารถต่อยอดและแข่งขันได้ในตลาดสากล







