posttoday
ก.ล.ต.-ธปท. คุมเข้ม Stablecoin สกัดฟอกเงิน จ่อออกเกณฑ์ภายในปี 69

ก.ล.ต.-ธปท. คุมเข้ม Stablecoin สกัดฟอกเงิน จ่อออกเกณฑ์ภายในปี 69

07 สิงหาคม 2569

ก.ล.ต. ผนึก ธปท. และผู้ประกอบธุรกิจยกระดับการกำกับดูแล Stablecoin สกัดฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลังพบธุรกรรมพุ่งสูงขึ้น เตรียมออกหลักเกณฑ์ควบคุมภายในปีนี้

KEY

POINTS

  • ก.ล.ต. และ ธปท. ร่วมมือกันเพื่อยกระดับการกำกับดูแลธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Stablecoin
  • มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการนำ Stablecoin ไปใช้ในการฟอกเงิน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการหลีกเลี่ยงการโอนเงินระหว่างประเทศ
  • คาดว่าจะมีการออกหลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่ชัดเจนและสามารถปฏิบัติได้จริงภายในปี 2569

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประชุมหารือกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลการทำธุรกรรม stablecoin เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกนำไปใช้ในการฟอกเงินหรือก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการเลี่ยงโอนเงินระหว่างประเทศ โดยคาดว่าจะออกหลักเกณฑ์ภายในปีนี้

 

ก.ล.ต. เห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนการพัฒนาและการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมทางการเงินควบคู่ไปกับการดูแลความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากธุรกรรมทางการเงินการลงทุนและสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ก.ล.ต. ธปท. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้บูรณาการความร่วมมือในการปฏิบัติงานร่วมกัน (joint operation) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินและพฤติกรรมการทำธุรกรรมต้องสงสัย เพื่อยกระดับการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัยและสกัดกั้นอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

 

ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อป้องกันการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางในการฟอกเงินและก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยได้ยกระดับมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการติดตามปริมาณธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ stablecoin เช่น USDT USDC เป็นต้น ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา 

 

ก.ล.ต. จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมบูรณาการเพื่อร่วมกันติดตามและหาแนวทางหรือมาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดความเสี่ยงธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ stablecoin อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม อาทิ การฟอกเงิน การก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือการใช้เป็นช่องทางหลีกเลี่ยงการโอนเงินระหว่างประเทศ 

 

โดยจะนำข้อมูลที่ได้รับจากการหารือร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจมาพิจารณาเพื่อกำหนดแนวทางหรือมาตรการที่เหมาะสมและสามารถปฏิบัติได้จริง คาดว่าจะออกหลักเกณฑ์ภายในปีนี้ 

 

ก.ล.ต. และ ธปท. พร้อมเดินหน้าประสานความร่วมมือในการยกระดับการกำกับดูแลธุรกรรมทางการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกนำไปใช้ในการฟอกเงินหรือก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงการเลี่ยงโอนเงินระหว่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม 

 

นางสาวจอมขวัญ คงสกุล รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า การหารือร่วมกันในครั้งนี้สะท้อนความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง ก.ล.ต. ธปท. และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในการยกระดับการกำกับดูแลธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ stablecoin เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการเลี่ยงโอนเงินระหว่างประเทศ พร้อมผลักดันแนวทางกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ คาดว่าจะมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนภายในปีนี้

 

นางสาวพิมพ์พันธ์ เจริญขวัญ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธปท. กล่าวว่า ธปท. ให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของระบบการเงิน จึงพร้อมประสานความร่วมมือกับ ก.ล.ต. และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการกำกับดูแลธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ stablecoin โดยมุ่งพัฒนามาตรการการกำกับดูแล เพื่อลดความเสี่ยงด้านการฟอกเงินและการเลี่ยงโอนเงินระหว่างประเทศ

 

นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ประธานสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDO) กล่าวว่า TDO ยึดมั่นในการพัฒนาอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยให้เติบโตบนพื้นฐานของความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง พร้อมร่วมมือกับ ก.ล.ต. และ ธปท. ในการป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

 

ตลอดจนผลักดันการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะการกำหนดแนวปฏิบัติด้านการตรวจสอบและติดตามลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูง (Enhanced Due Diligence: EDD) ให้มีมาตรฐานร่วมกันทั้งอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยง สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการ และสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลไทยอย่างยั่งยืน

 

ที่ผ่านมา ก.ล.ต. มีมาตรการป้องกันการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในการดำเนินธุรกรรมต้องสงสัยผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล อาทิ การยกระดับการทำความรู้จักลูกค้าการตรวจสอบข้อมูลลูกค้า การจัด customer profiling เพื่อจำกัดวงเงินการถอนสินทรัพย์ดิจิทัลต่อวัน การตรวจสอบลูกค้าเพิ่มเติมในกรณีที่เป็นลูกค้าซึ่งมีความเสี่ยงสูง 

 

การกำหนดมาตรฐานป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (shared responsibility) การพิจารณาและติดตามธุรกรรมต้องสงสัยสำหรับกำหนดแนวทางการตรวจสอบ คัดกรองบัญชีม้า บุคคล หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความเสี่ยงเพื่อสกัดกั้นธุรกรรมผิดกฎหมาย การใช้เครื่องมือติดตามเส้นทางการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ดิจิทัลและตรวจสอบความเชื่อมโยงกับกระเป๋าที่มีความเสี่ยงหรืออยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง การพัฒนาระบบติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ stablecoin เช่น smart detection เพื่อช่วยคัดกรองพฤติกรรมต้องสงสัย 

 

รวมถึงการเตรียมใช้ Travel Rule เพื่อให้สามารถระบุและตรวจสอบข้อมูลของผู้ทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะออกหลักเกณฑ์ภายในสิงหาคม 2569 และเริ่มใช้บังคับภายในกุมภาพันธ์ 2570

 

ทั้งนี้ ก.ล.ต. เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกทั้งการป้องกัน ปราบปราม และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมเดินหน้าประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับการป้องกันและยับยั้งการฟอกเงินในตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยอย่างเป็นระบบ

ข่าวล่าสุด

ถอดแนวคิด "ป้าตือ" จากเจ้าแม่อีเวนต์สู่ร้านจิ๊นทอด “อย่าโลภ-อย่าหมิ่นเงินน้อย”

ถอดแนวคิด "ป้าตือ" จากเจ้าแม่อีเวนต์สู่ร้านจิ๊นทอด “อย่าโลภ-อย่าหมิ่นเงินน้อย”