posttoday
BEARHOUSE ลุยขยายแฟรนไชส์ต่างประเทศ ชู “ชานมโมจิ" จากข้าวไทยเป็นจุดขาย

BEARHOUSE ลุยขยายแฟรนไชส์ต่างประเทศ ชู “ชานมโมจิ" จากข้าวไทยเป็นจุดขาย

20 กรกฎาคม 2569

BEARHOUSE ชูจุดขาย “ซิลเวอร์มูนโมจิ” ชานมโมจิจากข้าวไทยภาคเหนือ ดันยอดขายเมนูใหม่ 1 ล้านแก้ว รายได้แตะ 800 ล้าน เตรียมพร้อมขยายแฟรนไชส์ทั้งในและต่างประเทศ

BEARHOUSE เป็นหนึ่งในแบรนด์ชานมที่อยู่ในตลาดมาตั้งแต่ปี 2562 จากสองคู่ซี้ยูทูบเบอร์ชื่อดัง “ซารต์ ปัทมพร” และ “กานต์ อรรถกร” เจ้าของช่อง “Bearhug” ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 3.8 ล้านคน ซึ่งตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจเครื่องดื่มชา ท่ามกลางช่วงเวลาที่ตลาดชานมไข่มุกกำลังเติบโตอย่างร้อนแรง และมีผู้เล่นทั้งรายใหญ่และรายเล็กเข้ามาแข่งขันจำนวนมาก

 

BEARHOUSE ลุยขยายแฟรนไชส์ต่างประเทศ ชู “ชานมโมจิ" จากข้าวไทยเป็นจุดขาย

 

มาถึงวันนี้ แม้สนามชานมจะเต็มไปด้วยการแข่งขัน แต่ BEARHOUSE สามารถสร้างความแตกต่างด้วยการนำเสนอ “โมจิ” เป็นจุดเด่นของแบรนด์ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้แบรนด์สามารถสร้างฐานลูกค้าและเติบโตได้อย่างรวดเร็ว พร้อมก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตาของตลาดเครื่องดื่มชานม

 

ล่าสุด BEARHOUSE เดินหน้าต่อยอดจุดแข็งดังกล่าว ด้วยการเปิดตัวเมนูใหม่ “ซิลเวอร์มูนโมจิ” ที่พัฒนาจากแนวคิดการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับการดื่มชานม ผ่านสัมผัสความนุ่มหนึบของโมจิที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เพื่อรับกับเทรนด์ “Reward drink” ที่ผู้บริโภคไม่ได้มองหาเพียงเครื่องดื่มดับกระหาย แต่เป็นความสุขเล็ก ๆ ที่มอบให้ตัวเองในแต่ละวัน

 

พร้อมตั้งเป้าผลักดันยอดขายเมนูใหม่ 1 ล้านแก้ว และวางเป้าหมายรายได้ปี 2026 แตะ 800 ล้านบาท ผ่านการขยายฐานลูกค้าและเดินหน้าขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 

ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 21 ซันแพสชั่น จำกัด กล่าวว่า BEARHOUSE เป็นแบรนด์ชานมโมจิที่เชื่อว่า ความสุขเกิดขึ้นได้ทุกวัน (Happiness Everyday) ผ่านเครื่องดื่มคุณภาพ ประสบการณ์ที่อบอุ่น และช่วงเวลาพักเล็กๆ ที่สร้างโมเมนต์ที่ดีให้กับชีวิตประจำวัน 

 

BEARHOUSE เป็นแบรนด์ที่กล้าคิด กล้าทดลอง และกล้าที่จะสร้างความแตกต่าง ด้วยความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน โดยเฉพาะ ไข่มุกโมจิ ที่ BEARHOUSE เป็นเจ้าแรกในประเทศไทย ซึ่งผลิตจากแป้งข้าวไทย จนเป็นซิกเนเจอร์ของ
แบรนด์ที่เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า 

 

ในการก้าวสู่ปีที่ 7 ของ BEARHOUSE จึงต่อยอดสู่ “ซิลเวอร์มูนโมจิ” ผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งพัฒนาให้เป็นอีกระดับของประสบการณ์ความนุ่มหนึบที่ตอบโจทย์ทั้ง ‘ดื่มและเคี้ยว’  โดยพัฒนาสูตรจากความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคที่ไม่ได้มองชานมเป็นเครื่องดื่มดับกระหายอีกต่อไป 

 

แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และเป็น ‘Reward drink’ หรือรางวัลเล็ก ๆ ที่ผู้บริโภคเลือกมอบให้เป็นความสุขของตัวเองในแต่ละวัน ดังนั้น ซิลเวอร์มูนโมจิจะพร้อมเสิร์ฟเฉพาะเวลาหลังบ่าย 2 โมง เป็นต้นไป เพื่อเป็นเครื่องดื่มที่เป็นรางวัลเล็กๆ ให้กับลูกค้าทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานที่มองหาช่วงเวลาพักจากความเหนื่อยล้า

 

BEARHOUSE ลุยขยายแฟรนไชส์ต่างประเทศ ชู “ชานมโมจิ" จากข้าวไทยเป็นจุดขาย

 

กลยุทธ์ “ข้าวไทย” จุดขายของแบรนด์

กลยุทธ์ “ข้าวไทย” คือการสร้างความแตกต่างในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ BEARHOUSE ซึ่งมีจุดแข็งในเรื่องไข่มุกโมจิที่ทำจากแป้งข้าวไทยคุณภาพสูงเพื่อสนับสนุนภาคการเกษตรของประเทศมาตั้งแต่ต้น และผ่านกระบวนการการผลิตที่พิถีพิถันอย่างสูง

 

ซิลเวอร์มูนโมจิยังคงใช้กลยุทธ์ข้าวไทย เช่นกัน โดยใช้ข้าวไทยที่ปลูกในภาคเหนือ และต้องเป็นข้าวเหนียวพันธุ์เขี้ยวงู ซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมืองที่โดดเด่นเรื่องเมล็ดเรียวเล็กและแหลมยาวคล้ายเขี้ยวงู เมื่อนึ่งสุกแล้วจะเหนียวนุ่ม ผิวมันวาว และจับตัวเป็นก้อนสวยงามโดยไม่เละ เป็นสายพันธุ์ที่นิยมนำมาทำขนมหวานและขนมไทยมากที่สุด เช่น ข้าวเหนียวมูน

 

ทั้งยังเป็นพันธุ์ข้าวเหนียวที่ดีที่สุดจากภาคเหนือ และยังเป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทยอีกทางหนึ่ง 

 

BEARHOUSE ได้พัฒนาต่อยอดจากมูนโมจิเดิมของร้านให้มูนโมจิเวอร์ชันใหม่มีความนุ่มหนึบ ที่สามารถดูดทานได้ง่ายขึ้น จึงทำให้ซิลเวอร์มูนโมจิมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีสอดแทรกเม็ดข้าวเล็กๆ ในทุกคำ ทานคู่กับชานมเย็นๆ หอมละมุนลงตัว เพื่อสร้าง Today’s Moment ธรรมดาให้พิเศษขึ้น

 

“ซิลเวอร์มูนโมจิจะเป็น 1 ในกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้ BEARHOUSE ผ่านการต่อยอดจุดแข็งของแบรนด์ในฐานะผู้บุกเบิกชานมโมจิในประเทศไทย ให้กลายเป็น Product Platform ที่สร้างความแตกต่างได้อย่างต่อเนื่อง” 

 

BEARHOUSE ลุยขยายแฟรนไชส์ต่างประเทศ ชู “ชานมโมจิ" จากข้าวไทยเป็นจุดขาย

 

ตั้งเป้า 800 ล้านบาท 

 

ปัทมพรกล่าวต่อว่า ​ตลาดชาโดยรวมในไทยมีมูลค่ามากกว่า 20,000 ล้านบาท โดยเฉพาะตลาดชานมไข่มุกอย่างเดียวอยู่ที่ราว 6,000 ล้านบาท และยังคงเติบโตต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจจะท้าทาย แต่ผู้บริโภคยังมองเครื่องดื่มชาเป็น ‘ความสุขเล็กๆ’ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งสอดคล้องกับทิศทาง ‘Today's Moment’ ที่ BEARHOUSE วางไว้สำหรับซิลเวอร์มูนโมจิ

 

BEARHOUSE ตั้งเป้าหมายสร้างความแข็งแกร่งในตลาดเครื่องดื่มชานมระดับพรีเมียม ผ่านการขยายฐานลูกค้า และเพิ่มโอกาสในการบริโภคในแต่ละวัน โดยมีซิลเวอร์มูนโมจิเป็น 1 ใน Flagship menu สำคัญของปี 2569 ที่จะช่วยผลักดันทั้งยอดขาย การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ และตอกย้ำความแตกต่างของแบรนด์ในฐานะผู้บุกเบิกชานมไข่มุกโมจิในประเทศไทย ควบคู่กับแผนขยายสาขาให้ครบ 90 แห่งทั่วประเทศ 

 

พร้อมแผนขยายสาขาประเภทแฟรนไชส์ทั้งในประเทศ และต่างประเทศภายในสิ้นปี 2026 BEARHOUSE ตั้งเป้ายอดขายสำหรับเมนูซิลเวอร์มูนโมจิไว้ที่ 1,000,000 แก้วต่อปี และตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 15-20% ของเป้าหมายรายได้ในปีนี้ ซึ่งตั้งไว้ที่ 800 ล้านบาท

 

​สำหรับเมนูซิลเวอร์มูนโมจิเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ของทุกวัน ที่ร้าน BEARHOUSE ทุกสาขาทั่วประเทศ ราคา 129 บาท/แก้ว

 

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่เรื่องดิจิทัล เมื่อ "พลังงาน" ชี้ขาดการแข่งขันอาเซียน

Data Center ไม่ใช่แค่เรื่องดิจิทัล เมื่อ "พลังงาน" ชี้ขาดการแข่งขันอาเซียน