
ธุรกิจ SME ใช้ AI สูงสุด ส่วนใหญ่อยู่ระยะทดลอง – ทำการตลาดอันดับ 1
สดช.เปิดผลสำรวจการใช้งานดิจิทัลของผู้ประกอบการ พบ SME มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด มีการนำ AI เข้ามาใช้งาน แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นระยะทดลอง อันดับ 1 ใช้เพื่อทำการตลาด
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช. กล่าวว่า ผลการสำรวจความพร้อมผู้ประกอบการดิจิทัลเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ภายใต้โครงการ “Thailand Digital Outlook ประจำปี พ.ศ. 2569” พบว่า จากการสำรวจผู้ประกอบการดิจิทัล จำนวน 834 ราย ภาพรวมความพร้อมผู้ประกอบการดิจิทัล (Digital Maturity Level) ในปี 2569 มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 2.12 คะแนน จากคะแนนเต็ม 4 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 0.56 คะแนน สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการดิจิทัลไทยมีพัฒนาการด้านความพร้อมการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา
โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity Infrastructure) ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล อย่างไรก็ตาม ความพร้อมด้านการพัฒนาสินค้าและบริการดิจิทัล (Digital Products & Services) ยังเป็นมิติที่ผู้ประกอบการยังมีระดับการพัฒนาน้อยที่สุด โดยเฉพาะการลงทุนด้านการพัฒนานวัตกรรมสำหรับสินค้าและบริการดิจิทัล
หากพิจารณาตาม Digital Maturity Level หรือระดับความพร้อมผู้ประกอบการดิจิทัลไทยยังอยู่ในระดับปานกลาง โดยพบว่า คะแนนระดับความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่แบ่งตามขนาดธุรกิจ กลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก (S) มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่า กลุ่มธุรกิจขนาดกลาง (M) และขนาดใหญ่ (L) ตามลำดับ
แม้ว่าธุรกิจขนาดเล็กจะมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ระดับความพร้อมโดยรวมยังอยู่ในระดับเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่าน จึงสะท้อนถึงความจำเป็นในการสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยี การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และกลไกสนับสนุนด้านเงินทุน เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกขนาดสามารถก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาผลสำรวจการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง พบว่าเทคโนโลยี AI มีสัดส่วนมากที่การใช้งานมากที่สุด อยู่ที่ร้อยละ 21.18 ตามมาด้วยเทคโนโลยี Blockchain และ Big Data Analytics ที่ร้อยละ 20.09 และร้อยละ 19.88 ตามลำดับ
โดยผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการดิจิทัลเป็นกลุ่มที่มีความโดดเด่นที่สุดในการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้จริง อย่างไรก็ตาม เมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียดการใช้งาน AI แม้ว่าผู้ประกอบการไทยจะเริ่มตื่นตัวในการนำ AI มาใช้มากขึ้น แต่การประยุกต์ใช้ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระยะทดลองและระยะนำร่องกว่าร้อยละ 77.02
แบ่งเป็น ระยะทดลองร้อยละ 47.35 และระยะนำร่องร้อยละ 29.67 ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของการนำ AI มาใช้สนับสนุนธุรกิจ 3 อันดับแรก ได้แก่ ด้านการตลาด (Marketing) ร้อยละ 39.21 ด้านการปฏิบัติการและกระบวนการทำงานภายใน (Operation) ร้อยละ33.45 และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ร้อยละ 33.09







