
ครม.ปลุก “อู่ตะเภา” ดึงลงทุน 1.3 ล้านล้าน อัดสิทธิภาษี-วีซ่าพิเศษ
ครม. เร่งเครื่องสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก จัดหนักแพ็คเกจภาษี-วีซ่า เริ่ม 30 ก.ย. 2569 ด้าน สกพอ.ประเมิน หากโครงการเดินหน้าเต็มรูปแบบ อาจดึงการลงทุนเอกชนตลอดอายุโครงการราว 1.3 ล้านล้านบาท
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 25 สิงหาคม 2569 รับทราบมาตรการสนับสนุนที่จำเป็นและเร่งด่วน เพื่อผลักดันโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก หนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้สามารถเดินหน้าและดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนได้มากขึ้น
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) โดยครอบคลุมตั้งแต่สิทธิประโยชน์ทางภาษี การอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนและบุคลากรต่างชาติ ไปจนถึงมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยรอบ
เป้าหมายไม่ใช่เพียงการสร้างสนามบิน แต่ต้องการผลักดันพื้นที่รอบอู่ตะเภาให้กลายเป็น “เมืองการบิน” ที่เชื่อมโยงการเดินทาง การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ ธุรกิจ และอุตสาหกรรมมูลค่าสูงเข้าด้วยกัน
หักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า จูงใจเอกชนลงทุน
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ สิทธิประโยชน์ด้านภาษี โดยเปิดทางให้ผู้ประกอบการสามารถนำรายจ่ายสำหรับการลงทุนในสินทรัพย์ หรือ CAPEX รวมถึงรายจ่ายในการดำเนินงาน หรือ OPEX มาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ 2 เท่า
นอกจากนี้ ยังเปิดทางให้พิจารณาสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ธุรกิจที่ใช้แรงงานทักษะสูง เทคโนโลยีสมัยใหม่ พลังงานสะอาด มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ หรือมีการลงทุนในสินทรัพย์มูลค่าสูงในอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ
มาตรการภาษีจะกำหนดระยะเวลาคราวละ 5 ปี และต้องมีการประเมินผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่าก่อนพิจารณาต่ออายุ
เปิด EECa Visa ดึงแรงงานทักษะ-นักลงทุนต่างชาติ
อีกด้านหนึ่งคือการอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานหรือลงทุนในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเมืองการบินภาคตะวันออก ผ่านการตรวจลงตราประเภทพิเศษ หรือ EECa Visa
รัฐบาลยังเตรียมลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศเฉพาะการขนส่งทางอากาศ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของพื้นที่ในฐานะศูนย์กลางการบิน
อีกทั้ง ยังมีแนวทางงลดค่าจดทะเบียนการเช่าและค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาท่าเรือสำราญ (Cruise) ท่าเรือยอร์ช (Yacht Marina) ระบบขนส่งขนาดรอง (Feeder Systems) และการขยายพื้นที่เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเมืองการบินภาคตะวันออก เพื่อเชื่อมโยงสนามบินกับกิจกรรมการท่องเที่ยว การเดินทาง และการลงทุนโดยรอบอย่างเป็นระบบ
มาตรการไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะธุรกิจการบิน แต่ยังครอบคลุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจรอบสนามบิน
โดยรัฐบาลมีแนวทางลดค่าจดทะเบียนการเช่าและค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์
ขณะเดียวกัน ยังมีแนวทางเกี่ยวกับเขตประกอบการค้าเสรี (Free Trade Zone) รวมถึงการนำเข้า ซ่อมบำรุง และเก็บรักษารถแข่ง รถคลาสสิก และรถสะสมส่วนบุคคล โดย สกพอ.จะต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดรายละเอียดและมาตรการควบคุมต่อไป
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับมอบหมายให้เร่งออกกฎหมายและดำเนินการในส่วนที่จำเป็น เพื่อให้มาตรการที่ได้รับความเห็นชอบสามารถนำไปใช้ได้ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569
1.3 ล้านล้านบาท ไม่ใช่เงินลงทุนที่จะเข้าทันที
นางสาวลลิดา กล่าวว่า มาตรการครั้งนี้มีเป้าหมายมากกว่าการเดินหน้าโครงการสนามบิน แต่เป็นการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจรอบเมืองการบินให้เกิดขึ้นจริง โดย สกพอ. ประเมินว่าจะช่วยกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชนภายในโครงการประมาณ 1.3 ล้านล้านบาทตลอดอายุโครงการ สร้างการจ้างงานรวมกว่า 63,701 ตำแหน่ง
เพิ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 400,000 คนต่อปี และเพิ่มการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ประมาณ 20,000 ล้านบาทเมื่อเริ่มเปิดให้บริการ รวมถึงสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP มากกว่า 37,000 ล้านบาทในปีแรกที่เปิดให้บริการ และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตลอดระยะเวลาโครงการ
ส่วนผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม คาดว่าจะช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP มากกว่า 37,000 ล้านบาทในปีแรกที่เปิดให้บริการ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการพัฒนาโครงการในระยะต่อไป
จาก “สนามบิน” สู่เมืองเศรษฐกิจรอบอู่ตะเภา
โครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลักของ EEC โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ UTA ลงนามสัญญาร่วมลงทุนมาตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2563
มาตรการรอบล่าสุดจึงสะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการเร่งให้โครงการที่ลงนามมาหลายปีสามารถสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้นจริง โดยขยายโจทย์จากการพัฒนาสนามบินไปสู่การสร้าง ระบบเศรษฐกิจรอบเมืองการบิน ทั้งการลงทุน การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเทคโนโลยี และบริการมูลค่าสูง







