
TPC ชู Well-being Economy เปิด 6 เสาหลักยุทธศาสตร์ลงทุนในไทย
TPC เปิดเกมรุก Well-being Economy เชื่อมโยงอุตสาหกรรมเดิมเข้ากับธุรกิจใหม่ ชู 6 เสาหลักการลงทุน ผ่านรูปแบบ M&A ร่วมทุน และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ พร้อมเชื่อมธุรกิจไทยสู่เครือข่ายระดับภูมิภาค
KEY
POINTS
- กลุ่มบริษัท TPC ชูแนวคิด "Well-being Economy" หรือเศรษฐกิจแห่งสุขภาวะ มุ่งสร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทนทางการเงินกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
- TPC Thailand Office ประกาศยุทธศาสตร์การลงทุน มุ่งเน้น 6 เสาหลัก ได้แก่ สุขภาวะและการศึกษา, ระบบอาหาร, การพัฒนาสภาพแวดล้อม, เศรษฐกิจหมุนเวียน, การเปลี่ยนผ่านพลังงาน และสภาพภูมิอากาศ
- วางประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญและประตูสู่เอเชีย โดยมีแผนสร้างการเติบโตผ่านการควบรวมกิจการ (M&A) การร่วมทุน และการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์
ในยุคที่ความยั่งยืน (Sustainability) กลายเป็นบรรทัดฐานขั้นพื้นฐานของโลกธุรกิจ กลุ่มบริษัท TPC (Tsao Pao Chee: เชาว์ เป่า ฉี) ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ สู่การนำเสนอแนวคิด “Well-being Economy” หรือ เศรษฐกิจแห่งสุขภาวะ ซึ่งเป็นการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างผลตอบแทนทางการเงินควบคู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทุกชีวิตสามารถเติบโตและรุ่งเรืองได้อย่างแท้จริง
รากฐานประวัติศาสตร์ 120 ปี ความผูกพัน 5 ทศวรรษกับไทย
“จรรย์จิรา พนิตพล” ผู้อำนวยการสูงสุด สำนักงานส่วนกลางประเทศไทย บริษัท ทีพีซี กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด เล่าย้อนให้ฟังถึงรากฐานของกลุ่มบริษัท TPC ว่า TPC เป็นกลุ่มธุรกิจครอบครัวสัญชาติสิงคโปร์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 4 รุ่น หรือกว่า 120 ปี เริ่มต้นจากการเป็นบริษัทเทรดดิ้งในจีน และขยายสู่ธุรกิจการเดินเรือและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศในรุ่นต่อมา มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ พร้อมสำนักงานในสาธารณรัฐประชาชนจีน อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และไทย
ปัจจุบันอยู่ภายใต้การนำของทายาทรุ่นที่ 4 ที่เข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจตั้งแต่ปี 2534 แม้จะมีรากฐานมาจากธุรกิจเทรดดิ้งและการเดินเรือในอดีต แต่ภายใต้วิสัยทัศน์ของ ชวลิต เฟรดเดอริค เชาว์ (Chavalit Frederick Tsao) ประธานกลุ่มธุรกิจ TPC คนปัจจุบัน ได้ปรับเปลี่ยนทิศทางธุรกิจให้สอดรับกับความท้าทายของโลกยุคใหม่
ด้วยปรัชญา “To serve the wellbeing of life and create wealth at the same time” TPC เชื่อว่าธุรกิจมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับทุกสรรพสิ่ง การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับโมเดลธุรกิจ แต่เป็นการมองถึง “หน้าที่” ของธุรกิจในยุค AI ที่ข้อมูลขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูง ซึ่งต้องคำนึงถึงทั้งสภาวะทางกายและจิตใจของผู้คน รวมถึงความเท่าเทียมในสังคม
สำหรับประเทศไทย TPC ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญกว่า 50 ปี ผ่านกลุ่มบริษัทยูนิไทย (Unithai Group) มีความเชี่ยวชาญด้านการเดินเรือ วิศวกรรมทางทะเล โลจิสติกส์ ท่าเรือ และโซลูชันด้านห่วงโซ่อุปทาน
ในวันนี้ TPC กำลังเชื่อมโยงรากฐานอุตสาหกรรมเดิมเข้ากับธุรกิจใหม่ภายใต้ กลุ่มบริษัทออคเทฟ (OCTAVE) ซึ่งมุ่งเน้นพัฒนาระบบนิเวศ ผลิตภัณฑ์ บริการ และองค์ความรู้เพื่อส่งเสริมการมีสุขภาวะที่ดี
6 เสาหลักยุทธศาสตร์การลงทุนเพื่ออนาคต
สำนักงานส่วนกลางของ TPC ในประเทศไทย (TPC Thailand Office) ทำหน้าที่เป็นบริษัทแม่และแพลตฟอร์มการลงทุนเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก (Impact Investment) โดยมุ่งเน้นใน 6 เสาหลักสำคัญ ประกอบด้วย
1.สุขภาวะและการศึกษา (Well-being & Education) ลงทุนในธุรกิจ Health Care, Wellness และการพัฒนาภาวะผู้นำผ่านสถาบันพัฒนาที่ดำเนินมานานกว่า 30 ปี
2.ระบบอาหาร (Food Systems) ครอบคลุมทั้ง Value Chain ตั้งแต่การเพาะปลูก การผลิต จนถึงการแปรรูปอาหารที่ปลอดภัย
3.การพัฒนาสภาพแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิต (Human Construct) มุ่งเน้นอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต
4.เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) การบริหารจัดการวัสดุอุปกรณ์ให้มีอายุยืนยาวและนำกลับมาใช้ใหม่
5.การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) มุ่งเน้นพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์และพลังงานลม เพื่อมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
6.สภาพภูมิอากาศและธรรมชาติ (Climate & Nature) การฟื้นฟูระบบนิเวศและการบริหารจัดการของเสีย
กลยุทธ์การเติบโตในไทย เชื่อมรากฐานเดิมสู่โอกาสใหม่
ประเทศไทยถูกวางให้เป็น “จุดยุทธศาสตร์สำคัญ” ของ TPC ในระยะยาวและเป็นประตูสู่เอเชีย โดยบริษัทมีแผนสร้างการเติบโตผ่านการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) การร่วมทุน (Joint Venture) และการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์
ความโดดเด่นของ TPC คือการเป็น “นักลงทุนระยะยาว” (Long-term Investor) เน้นการนำความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์และวิศวกรรมจากยูนิไทยมาต่อยอดกับธุรกิจใหม่ เช่น การใช้เทคโนโลยีทำความสะอาดเรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือการเชื่อมโยงระบบคลังสินค้าเข้ากับธุรกิจอาหารและยาสมุนไพรไทย ซึ่งคาดว่าจะสามารถประกาศการลงทุนได้ภายใน 12 เดือนข้างหน้า
ก้าวต่อไป TPC Thailand Office พร้อมเปิดรับการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจและพันธมิตรที่มีศักยภาพและเป้าหมายสอดคล้องกับกรอบการลงทุนของ TPC เพื่อร่วมกันค้นหาโอกาสที่ การเติบโตของธุรกิจและการสร้างผลกระทบเชิงบวกสามารถเดินหน้าไปพร้อมกัน
AT ONE IMPACT WEEK เวทีเชื่อมโยงผู้นำระดับโลก
นอกจากการลงทุนโดยตรง TPC ยังสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือระดับโลกผ่านงาน AT ONE IMPACT WEEK ซึ่งเปรียบเสมือน “East-West Leadership Bridge” ที่เชื่อมโยงผู้นำธุรกิจและนักลงทุนจากตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน
TPC เตรียมจัดงาน AT ONE IMPACT WEEK 2026 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 8-12 กันยายน 2569 ณ ประเทศสิงคโปร์ พร้อมขยายรูปแบบสู่ “Forum & Festival” ที่ผสาน Forum, Lab และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมมีส่วนร่วม โดยมีพันธมิตรระดับโลก อาทิ World Economic Forum, National Geographic, Temasek Foundation และ Global Compact Network Singapore (UNGC) ตั้งเป้าหมายมีผู้เข้าร่วมกว่า 10,000 คน
จากความสำเร็จในปี 2568 ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมกว่า 4,000 คน และนำไปสู่การก่อตั้ง Asia Ocean Fund มูลค่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุน Regenerative Finance การฟื้นฟูระบบนิเวศ และนวัตกรรมด้าน Blue Economy ในเอเชีย







