
กะทิชาวเกาะ ทุ่ม 10 ล้านอัพเกรดเครื่องตรวจน้ำมะพร้าว ดันส่งออก 20%
กะทิชาวเกาะ ทุ่มงบ 10 ล้าน ลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงตรวจสอบคุณภาพน้ำมะพร้าว ยกระดับความเชื่อมั่นตลาดโลก ดันส่งออกโต 20% สวนทางตลาดกะทิไทยทรงตัว
สินค้าเกษตรหลายตัว โดยเฉพาะมะพร้าวกำลังเผชิญแรงกดดันจากปัญหาพื้นที่เพาะปลูกลดลง จากภัยแล้ง และการระบาดของแมลงศัตรูพืช ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มจากมะพร้าวหลายราย ต่างก็ต้องเร่งยกระดับมาตรฐานการผลิตเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและคู่ค้าในตลาดโลก
ล่าสุด บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวภายใต้แบรนด์ “กะทิชาวเกาะ” เตรียมรับมือความท้าทายของอุตสาหกรรมมะพร้าวโลก ผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยีตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบ การบริหารจัดการตามกรอบ ESG และการพัฒนากระบวนการผลิตตามมาตรฐานสากล
เกียรติศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการ โรงงานชาวเกาะ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมา บริษัทมุ่งพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องจนได้รับการยอมรับในระดับสากล
ปัจจุบันกลุ่มผลิตภัณฑ์กะทิถือเป็นธุรกิจหลักของบริษัท โดยมีสัดส่วนการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ 80% และจำหน่ายในประเทศ 20% ครอบคลุมผลิตภัณฑ์กะทิ น้ำมะพร้าว น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น มะพร้าวอบกรอบ และผักผลไม้กระป๋อง
ทั้งนี้ท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรมมะพร้าวทั่วโลกที่ต้องเผชิญกับปัญหาพื้นที่เพาะปลูกลดลง ภัยแล้ง และแมลงศัตรูพืช บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสในผลิตภัณฑ์ (Brand Trust & Transparency) ผ่านการลงทุนในนวัตกรรมและมาตรฐานการผลิตระดับสากล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่คู่ค้าทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น
ล่าสุดได้ลงทุนกว่า 10 ล้านบาท เพื่อนำเข้าและติดตั้งเครื่อง CRDS (Cavity Ring-Down Spectroscopy) เทคโนโลยีที่ใช้ตรวจสอบน้ำตาลในน้ำมะพร้าวโดยเฉพาะผ่านการฉายแสงเลเซอร์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและป้องกันการเจือปนได้อย่างแม่นยำ สร้างความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกขวดและทุกกล่องยังคงคุณภาพจากธรรมชาติอย่างแท้จริง
ด้าน เกียรติศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการ โรงงานชาวเกาะ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมแปรรูปมะพร้าวในปัจจุบันกำลังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงด้านซัพพลายเชนอย่างรุนแรง
เนื่องจากในรอบปีที่ผ่านมา ประเทศผู้ปลูกมะพร้าวรายใหญ่ของโลก รวมถึงประเทศไทย ประสบปัญหาพื้นที่เพาะปลูกที่ลดลง ประกอบกับภัยแล้ง และความเสียหายจากภัยแมลงศัตรูพืช
นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมยังต้องรับมือกับประเด็นเรื่องคุณภาพและการเจือปนของน้ำมะพร้าวในตลาด
เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและตอกย้ำฐานะผู้นำตลาดที่ส่งออกผลิตภัณฑ์กะทิและน้ำมะพร้าวไปทั่วโลกในสัดส่วนสูงถึง 80% (จำหน่ายในประเทศ 20%) บริษัทฯ จึงได้ตัดสินใจลงทุนนำเข้าเทคโนโลยีขั้นสูง เครื่อง CRDS (Cavity Ring-Down Spectroscopy) มาใช้ในกระบวนการตรวจสอบคุณภาพ
โดยเครื่องดังกล่าวสามารถตรวจเช็คน้ำตาลเพื่อพิสูจน์การเจือปนในน้ำมะพร้าวได้อย่างแม่นยำ ซึ่งถือเป็นการยกระดับมาตรฐาน Risk Management ของบริษัทฯ ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น
ขณะที่ชวพล เทพผดุงพร ผู้จัดการฝ่ายผลิต โรงงานชาวเกาะ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด กล่าวต่อว่า ในแง่ของการบริหารจัดการต้นทุนและสิ่งแวดล้อมภายใต้กรอบ ESG บริษัทฯ ได้ขับเคลื่อนระบบการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมจนได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO 14001:2015 และ ISO 50001:2018
โดยนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ในโรงงาน ด้วยการนำของเหลือจากกระบวนการผลิตกะทิ ทั้งกาบมะพร้าวและกากมะพร้าว มาแปรสภาพเป็นพลังงานหมุนเวียนเพื่อใช้ภายในโรงงาน ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานด้านแรงงานและจริยธรรมธุรกิจตามมาตรฐาน มรท. 8001-2563 (TLS8001-2020) และ SMETA ขององค์กรสากล เพื่อรองรับข้อกำหนดทางการค้าที่เข้มงวดในตลาดโลก
สำหรับภาพรวมตัวเลขการส่งออกของผลิตภัณฑ์กะทิของประเทศไทยในปี 2568 จากข้อมูลของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ระบุว่าอัตราการเติบโตอยู่ในภาวะทรงตัวหรืออยู่ที่ 0% แต่ผลการดำเนินงานของ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด ภายใต้แบรนด์ "กะทิชาวเกาะ" กลับสามารถสร้างปรากฏการณ์เติบโตสวนทางตลาดได้อย่างงดงาม
โดยมียอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในตลาดส่งออกเติบโตสูงถึง 20% ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ สามารถเป็นแกนหลักในการดึงตัวเลขการเติบโตของภาพรวมตลาดกะทิสำเร็จรูปของไทยให้ขับเคลื่อนขึ้นมาได้
ด้วยกลยุทธ์การมุ่งเน้นสร้าง "ความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสในตัวผลิตภัณฑ์" (Brand Trust & Transparency) ผ่านการลงทุนในนวัตกรรมเทคโนโลยีและการยึดมั่นในมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสากล ซึ่งเป็นสิ่งที่คู่ค้าระดับโลกให้ความสำคัญสูงสุดในปัจจุบัน







