
คนไอทีค้านโครงการ TH-AI Passport ชี้ไม่คุ้มค่า แนะรัฐพัฒนาให้ดีจริง
ผอ.สถาบันไอเอ็มซี เผยคนวงการไอทีประสานเสียงไม่เห็นด้วยกับโครงการ TH-AI Passport ชี้แจกของฟรีแต่คุณภาพต่ำกว่าเวอร์ชั่นโปรที่เอกชนให้บริการจริง
KEY
POINTS
- ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าคุณสมบัติของโครงการไม่แตกต่างจาก AI เวอร์ชั่นฟรีที่มีอยู่แล้ว และขาดฟีเจอร์ระดับสูงที่จำเป็นต่อการใช้งานจริง
- โครงการมีความเสี่ยงด้านงบประมาณที่ไม่คุ้มค่า เนื่องจากไม่ได้กำหนดโควต้าการใช้งาน (Token) ที่ชัดเจนสำหรับผู้ใช้ 5 ล้านคน
- เงื่อนไขทางเทคนิคขัดแย้งกันเอง โดยกำหนดให้ใช้ AI ชั้นนำของโลกแต่ต้องประมวลผลในประเทศ ซึ่งอาจทำให้ต้องเลือกระบบที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่า
รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลของประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว (คลิกอ่านรายละเอียด) เพื่อสะท้อนมุมมองของคนในวงการเทคโนโลยีสารสนเทศ เกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport โดยระบุว่า การพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเรื่องทางเทคนิคและวิชาการที่สามารถใช้ข้อเท็จจริงมาตรวจสอบได้ ไม่ใช่เรื่องทางการเมือง ปัจจุบันผู้ใช้งาน AI ต้องยอมจ่ายค่าบริการระบบเวอร์ชั่น Plus หรือ Pro ในราคาประมาณ 700 บาทต่อเดือน ไปจนถึงเกือบ 10,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพ
ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลระบุเพิ่มเติมว่า หากรัฐบาลสามารถพัฒนาแอปพลิเคชัน AI เวอร์ชั่น Pro ที่มีคุณภาพสูงและนำมาแจกจ่ายให้ประชาชนใช้งานได้ฟรีอย่างแท้จริง กลุ่มคนไอทีและผู้ใช้งานย่อมจะสนับสนุนและหันมาใช้ของภาครัฐเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย
แต่สาเหตุที่คนในวงการไอทีแสดงความไม่เห็นด้วยในครั้งนี้ เนื่องจากผู้ที่ลงมือปฏิบัติงานจริงทราบดีว่า ระบบที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่นั้นไม่มีความแตกต่างจาก AI เวอร์ชั่นแจกฟรีที่มีให้บริการอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน ซึ่งไม่สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานในระดับสูงได้
รศ.ดร.ธนชาติ เปิดเผยกับโพสต์ทูเดย์ ว่า การโพสต์เรื่องนี้เป็นการให้ความเห็นทางวิชาการเท่านั้น ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวในประเด็นที่ว่า เกิดการทุจริตหรือไม่
เจาะลึกช่องโหว่ TOR และข้อจำกัดทางเทคนิค
ก่อนหน้านี้ ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ได้ทำการวิเคราะห์ข้อกำหนดทางเทคนิคของโครงการนี้ โดยระบุถึงข้อสังเกต 3 ประเด็นหลัก ดังนี้:
ฟีเจอร์ไม่ตรงระดับ Pro: คุณสมบัติส่วนใหญ่ที่ระบุไว้ในข้อ 4.2.2.1 เช่น การอัปโหลดไฟล์วิเคราะห์ข้อมูล การสร้างภาพ หรือการเขียนโค้ด เป็นสิ่งที่ระบบปัญญาประดิษฐ์รุ่นแจกฟรีทั่วไปในปี 2026 สามารถทำได้อยู่แล้ว แต่ฟีเจอร์ระดับมืออาชีพที่แท้จริง เช่น แบบจำลองการให้เหตุผล (Reasoning Model) รุ่นท็อป, ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Deep Research) หรือโหมดตัวแทนอัจฉริยะ (Agent Mode) กลับไม่มีการระบุในข้อกำหนดอย่างชัดเจน
ไม่ระบุโควตาทรัพยากร: โครงการไม่ได้ระบุ "ปริมาณทราฟฟิกข้อมูล" (Token) หรือโควตาการใช้งานไว้ในข้อกำหนด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของต้นทุน หากต้องรองรับการใช้งานของประชาชนจำนวน 5,000,000 คน งบประมาณที่มีอยู่อาจรองรับการใช้งานของคู่สัญญาได้เพียงไม่กี่สิบครั้งต่อคนต่อปีเท่านั้น ซึ่งอาจบีบให้ผู้รับจ้างต้องเลี่ยงไปใช้ระบบราคาถูกแทน
เงื่อนไขที่ขัดแย้งกันเอง: การกำหนดให้ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ระดับชั้นนำ 5 อันดับแรกของโลก แต่ต้องเก็บข้อมูลและประมวลผลภายในประเทศไทย 100% นั้น ในทางปฏิบัติระบบชั้นนำส่วนใหญ่เป็นระบบปิดที่ไม่เปิดให้ติดตั้งภายนอกศูนย์ข้อมูลของตนเอง ส่งผลให้โครงการอาจต้องลดระดับไปใช้ระบบที่มีประสิทธิภาพรองลงมาแทน







