
ส่องเวที “ASEW2026” จุดนัดพบพลังงานสะอาดโลก ขับเคลื่อน Net Zero
The Renewable Energy Asia Conference 2026 ศูนย์รวมเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต ตั้งแต่ไฮโดรเจน CCUS เชื้อเพลิงยั่งยืน สู่อาคารสีเขียว ขับเคลื่อน Net Zero ผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาค
KEY
POINTS
- "ASEW 2026" เป็นเวทีสำคัญระดับนานาชาติในเอเชียที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญและทุกภาคส่วนมาแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
- มุ่งเน้นนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานแห่งอนาคตที่สำคัญ เช่น พลังงานไฮโดรเจน, เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS), และเชื้อเพลิงยั่งยืน
- ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานสะอาดสู่โอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมและภาคส่วนต่างๆ
พลังงานโลกในยุคเปลี่ยนผ่าน ความร่วมมือคือกุญแจสู่อนาคต
แรงกดดันจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนด้านความมั่นคงทางพลังงาน และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ที่หลายประเทศทั่วโลกประกาศเป็นวาระแห่งชาติ การเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลสู่พลังงานสะอาดได้กลายเป็นภารกิจสำคัญของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย และองค์กรระหว่างประเทศ
ภายใต้บริบทดังกล่าว งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW 2026) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ได้รับการยกระดับให้เป็นเวทีสำคัญระดับภูมิภาคเอเชียในการนำเสนอเทคโนโลยี นวัตกรรม และโอกาสทางธุรกิจด้านพลังงานสะอาด ภายใต้แนวคิด “Driving Sustainable Energy Innovation through Regional Partnerships” หรือ “ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานยั่งยืน ผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาค”
หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของงาน คือ การประชุมนานาชาติ “The Renewable Energy Asia Conference 2026” ซึ่งรวบรวมผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน และผู้นำอุตสาหกรรมจากทั่วโลก มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองเกี่ยวกับทิศทางพลังงานแห่งอนาคต
เวทีเชื่อมองค์ความรู้สู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยั่งยืน
ศาสตราจารย์ ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์ ผู้อำนวยการบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (Joint Graduate School of Energy and Environment: JGSEE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลกกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาด โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและบรรลุเป้าหมาย Net Zero
“องค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม จะช่วยผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานให้เกิดขึ้นได้จริง โดยภาคการศึกษามีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงโลกวิชาการ เทคโนโลยี และภาคอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตของภูมิภาคอย่างยั่งยืน”
การประชุมครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีวิชาการ แต่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้งานจริง และผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในระดับนานาชาติ
"ไฮโดรเจน" พลังงานแห่งอนาคตที่ทั่วโลกจับตา
หนึ่งในประเด็นสำคัญของการประชุม คือ “พลังงานไฮโดรเจน” ซึ่งได้รับการยอมรับจากหลายองค์กรระดับโลก เช่น องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA) ว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีหลักที่จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมหนัก การขนส่งระยะไกล และภาคพลังงาน
ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) ที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียน กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสะอาดในอุตสาหกรรมเหล็ก ปิโตรเคมี โรงไฟฟ้า รวมถึงระบบขนส่งเชิงพาณิชย์ โดยหลายประเทศในเอเชีย อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และสิงคโปร์ ต่างเร่งลงทุนเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานไฮโดรเจนแห่งอนาคต
ภายในงาน The Renewable Energy Asia Conference 2026 ผู้เข้าร่วมจะได้ติดตามความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการผลิต การกักเก็บ การขนส่ง และการประยุกต์ใช้ไฮโดรเจนในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบพลังงานคาร์บอนต่ำในอนาคต
CCUS เทคโนโลยีดักจับคาร์บอนเพื่ออุตสาหกรรมยุคใหม่
อีกหนึ่งหัวข้อสำคัญคือ เทคโนโลยีดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization and Storage: CCUS) ซึ่งถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอุตสาหกรรมที่ยากต่อการลดคาร์บอน เช่น โรงงานปูนซีเมนต์ โรงกลั่นน้ำมัน และอุตสาหกรรมเหล็ก
ข้อมูลจาก IEA ระบุว่า CCUS จะมีบทบาทสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของโลก โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่ยังไม่สามารถเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานหมุนเวียนได้ทั้งหมด
เวทีการประชุมจะนำเสนอทั้งเทคโนโลยีล่าสุด แนวทางการลงทุน และกรณีศึกษาจากประเทศต่าง ๆ ที่กำลังพัฒนาโครงการ CCUS เชิงพาณิชย์ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมในเอเชียสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ลดคาร์บอนภาคอุตสาหกรรม จากความท้าทายสู่โอกาสการแข่งขัน
การลดการปล่อยคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสัดส่วนสูงของหลายประเทศ
ภายในงานจะมีการนำเสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน การใช้พลังงานหมุนเวียนในโรงงาน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการบริหารจัดการพลังงาน รวมถึงกลยุทธ์ด้านการลดคาร์บอนที่สอดรับกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดโลก เช่น Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ของสหภาพยุโรป
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การลงทุนด้านเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำในวันนี้ ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมในระยะยาว
อาคารสีเขียวและวัสดุก่อสร้างยั่งยืน เทรนด์ใหม่ของเมืองอนาคต
นอกจากภาคพลังงานและอุตสาหกรรมแล้ว การประชุมยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาคารสีเขียว (Green Buildings) และวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการพัฒนาเมืองทั่วโลก
หัวข้อดังกล่าวจะครอบคลุมการออกแบบอาคารประหยัดพลังงาน ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ วัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ ตลอดจนแนวทางการพัฒนาเมืองยั่งยืนที่สามารถลดการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของอาคาร
แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) และเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย
เชื้อเพลิงยั่งยืน กุญแจสำคัญของการขนส่งคาร์บอนต่ำ
ด้าน ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) กล่าวว่า เชื้อเพลิงยั่งยืนกำลังมีบทบาทสำคัญต่อการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการบินและการขนส่งทางทะเล ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ยาก
“เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เชื้อเพลิงทางทะเลยั่งยืน (SMF) รวมถึงเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำและเทคโนโลยีเชื้อเพลิงแห่งอนาคต กำลังได้รับความสนใจและการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทั่วโลก”
ENTEC จึงร่วมจัดการประชุม “Southeast Asia Sustainable Fuels Summit” ภายในงาน เพื่อสร้างเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางความร่วมมือด้านเชื้อเพลิงยั่งยืนระดับอาเซียน
ศูนย์กลางธุรกิจพลังงานสะอาดแห่งเอเชีย
นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า จุดแข็งสำคัญของ ASIA Sustainable Energy Week 2026 คือการเป็นแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยงภาคธุรกิจ เทคโนโลยี และเครือข่ายอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดจากทั่วโลก
“ASEW ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงเทคโนโลยี แต่เป็นเวทีสำคัญที่ต่อยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่โอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และความร่วมมือในระดับนานาชาติ” — นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย
ภายในงานจะมีผู้ประกอบการและแบรนด์ด้านพลังงานกว่า 1,500 แบรนด์จากทั่วโลกเข้าร่วมจัดแสดง บนพื้นที่กว่า 27,000 ตารางเมตร พร้อมเวทีสัมมนาและการประชุมมากกว่า 200 หัวข้อ รวมถึงกิจกรรมจับคู่ธุรกิจและโซนพิเศษด้านเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต อาทิ Hydrogen District, Carbon Free Valley, Data Center and Cloud District และ Smart Building District
โดยปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 32,000 คนจากทั่วโลก และจัดร่วมกับ MobilityTech Asia – Bangkok (MTAB) งานแสดงเทคโนโลยีด้านการขนส่งแห่งอนาคตและยานยนต์อัจฉริยะ เพื่อเชื่อมโยงอุตสาหกรรมพลังงานและเทคโนโลยีการขนส่งแห่งอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน
เมื่อความร่วมมือคือพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
The Renewable Energy Asia Conference 2026 สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในยุคปัจจุบันไม่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศควบคู่กันไป
การรวบรวมองค์ความรู้ด้านพลังงานไฮโดรเจน เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน การลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม อาคารสีเขียว วัสดุก่อสร้างยั่งยืน และเชื้อเพลิงแห่งอนาคตไว้ในเวทีเดียว ทำให้การประชุมครั้งนี้เป็นมากกว่างานวิชาการ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่จะกำหนดทิศทางพลังงานสะอาดของเอเชียในทศวรรษข้างหน้า
ในวันที่โลกกำลังมุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เวทีแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างงานวิจัย เทคโนโลยี การลงทุน และนโยบาย เพื่อร่วมสร้างอนาคตพลังงานที่มั่นคง สะอาด และยั่งยืนสำหรับภูมิภาคเอเชียและประชาคมโลก







