
SET พักก่อน! แกว่งกรอบ 1,570-1,590 จุด รับแรงกดดันสงคราม-เงินเฟ้อสหรัฐฯ
บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบ 1,570-1,590 จุด แรงขายหุ้นเทคโนโลยี บวกความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาปะทุ นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ คืนนี้อย่างใกล้ชิด หากสูงกว่าคาดอาจกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก พร้อมชู BTG หุ้นเด่นรับอานิสงส์ราคาหมูในประเทศฟื้นตัวแรง
KEY
POINTS
- บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบ 1,570-1,590 จุด แรงขายหุ้นเทคโนโลยี บวกความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาปะทุ
- นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ คืนนี้อย่างใกล้ชิด หากสูงกว่าคาดอาจกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
- พร้อมชู BTG หุ้นเด่นรับอานิสงส์ราคาหมูในประเทศฟื้นตัวแรง
บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 10 มิ.ย.69 โดยตลาดหุ้นวานนี้ SET Index ฟื้นตัวขึ้นตามตลาดหุ้นทั่วโลกและดีกว่าที่เราคาด ปิดบวกถึง 22.46 จุด ที่ระดับ 1,584.14 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตามเป็นผลจาก DELTA ที่พุ่งขึ้นและกระทบดัชนีเป็นบวกถึง 26 จุด ขณะที่กลุ่มขนาดใหญ่อย่าง ปิโตรเคมี พลังงาน ธนาคาร ขนส่ง ไฟแนนซ์ เป็นต้น ถ่วงดัชนี สถาบันในประเทศและนักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิในตลาดหุ้นอีก 372 ล้านบาท และ 579 ล้านบาทตามลำดับ ขณะที่รายย่อยซื้อสุทธิ 1.7 พันล้านบาท(สถานะสุทธิ Index Futures รายกลุ่มเบาบาง)
แนวโน้มตลาดวันนี้ ฝ่ายวิเคราะห์คาด SET Index จะแกว่งตัว Sideways to Sideways Down ในกรอบ 1,570-1,590 จุด ชะลอความร้อนแรงตาม Sentiment ตลาดทั่วโลกที่ยังเห็นแรงขายในหุ้นเทคโนโลยี และหมุนเข้าหากลุ่ม Value Play ระยะสั้น
ปัจจัยกดดันมาจากทั้งสถานการณ์สงครามที่ตึงเครียดขึ้นหลังอิหร่านยิงเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯตก ขณะที่สหรัฐฯมีปฏิบัติการตอบโต้ ซึ่งลดทอนความคาดหวังต่อการเจรจาหยุดยิงหรือยุติสงคราม
อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบ Brent ไม่ได้ปรับตัวขึ้นมาก ล่าสุดยืนบริเวณ US$92.5 ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ตลาดยังมีความระมัดระวังมากขึ้นก่อนที่ SpaceX จะ IPO เข้าซื้อขายในตลาดหุ้นวันศุกร์นี้
ส่วนคืนนี้มีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่ต้องติดคืนนี้คือ CPI สหรัฐฯเดือน พ.ค. (ตลาดคาด Headline +4.2% y-y Core +2.9% y-y) หากออกมาสูงกว่าคาดจะเป็นปัจจัยหนุน Bond Yield ให้ปรับตัวขึ้นและยืนสูงต่อเนื่อง กดดันสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ
ฝ่ายวิเคราะห์ยังแนะนำให้ติดตามสถานการณ์ว่าจะยื้ดเยื้อลากยาวข้ามไปยังไตรมาส 3/69 หรือไม่ ซึ่งจะทำให้สมมติฐานของตลาดและผลกระทบทางเศรษฐกิจจะยาวนานและมากกว่าที่ตลาดประเมิน
ในกรณีดีหากหากสถานการณ์คลี่คลายได้ภายในกลางปีนี้ และทำให้ราคาน้ำมันทยอยปรับตัวลงในครึ่งปีหลังคาดว่าจะเป็น Sentiment บวกต่อตลาดหุ้นและหนุนให้เกิด Sector Rotation เข้าหากลุ่ม Domestic/Consumption Play Anti-Commodity และ Yield Sensitive เช่น ไฟแนนซ์ ขนส่ง โรงไฟฟ้า SPP ท่องเที่ยว ค้าปลีก เป็นต้น ซึ่งยัง Laggard SET
กลยุทธ์ : เลือกหุ้นที่โมเมนตัมกำไร 2Q26-2H26 แข็งแกร่ง กระทบจำกัดหรือได้อานิสงส์บวกหากสงครามผ่อนคลาย
หุ้นเด่นเดือน มิ.ย : BGRIM, CPALL, CRC, ERW, STA
FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, KTB, TIDLOR, WHAUP
หุ้นเด่นวันนี้
BTG แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 23 บาท BTG ได้อานิสงส์โดยตรงจากราคาหมูไทยที่กลับมาฟื้นตัว ล่าสุดปรับขึ้น 7% จากสัปดาห์ก่อน (w-w) สู่ระดับ 58.5-61 บาทต่อกิโลกรัม สูงกว่าต้นทุนการเลี้ยงเฉลี่ยที่ 53-58 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่อุปทานสุกรเริ่มตึงตัวจากการลดจำนวนสุกรขุนและผู้เลี้ยงรายย่อยลดลง หนุนแนวโน้ม Margin ฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง
มีโอกาสเห็นกำไรในครึ่งปีหลังทรงตัวหรือดีกว่าครึ่งปีแรกหากราคาหมูสามารถขยับขึ้นสู่ระดับ 60-65 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อสะท้อนต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น ประกอบกับ Demand ที่ฟื้นตัวจากการเปิดเทอมและมาตรการ “ไทยช่วยไทย” มองแนวรับ 20 บาท และ 19.50 บาท ส่วนแนวต้าน 20.70 บาท และ 21.20 - 21.80 บาท







