posttoday
ครบ28ปีกกต.บนทางสองแพร่ง ฝ่าคดีร้อน สู่สนามเลือกตั้งท้องถิ่น

ครบ28ปีกกต.บนทางสองแพร่ง ฝ่าคดีร้อน สู่สนามเลือกตั้งท้องถิ่น

10 มิถุนายน 2569

28 ปี กกต. ไม่ได้มีเพียงภารกิจจัดเลือกตั้ง แต่ยังต้องฝ่าพายุคดีฮั้ว สว. ปมประเมินเลขาฯ และแรงกดดันทางกฎหมายที่สั่นคลอนองค์กร

KEY

POINTS

  • กกต. ฉลองครบรอบ 28 ปี ท่ามกลางบททดสอบครั้งสำคัญในการเผชิญคดีความร้อนแรงหลายคดี ควบคู่ไปกับการเตรียมจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งใหญ่
  • องค์กรกำลังเผชิญแรงกดดันจากคดีสำคัญ เช่น คดีฮั้วเลือก สว. และคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง รวมถึงปัญหาความขัดแย้งภายในเรื่องการประเมินผลงานเลขาธิการ
  • ภารกิจหลักที่รออยู่คือการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น เช่น ผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งถูกมองว่าเป็นบทพิสูจน์ประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของ กกต. ต่อสาธารณชน

ในวาระครบรอบ 28 ปีการสถาปนาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 องค์กรอิสระที่มีหน้าที่พิทักษ์ความสุจริตเที่ยงธรรมของกระบวนการประชาธิปไตย กำลังเผชิญบททดสอบสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

ไม่ใช่เพียงภารกิจการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง แต่ยังรวมถึงความเสี่ยงทางกฎหมายและแรงกดดันจากคดีสำคัญที่อาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรและอนาคตของบุคลากรระดับสูงภายใน กกต. เอง

ช่วงเวลานี้จึงเป็นมากกว่างานเฉลิมฉลองวันครบรอบ หากแต่เป็นห้วงเวลาที่ กกต. ต้องพิสูจน์ว่าตนเองยังคงสามารถทำหน้าที่เป็นเสาหลักของระบบเลือกตั้งไทยได้ท่ามกลางมรสุมรอบด้าน

คดีฮั้ว สว. “ของร้อน” ที่รอคำวินิจฉัย

ประเด็นที่ถูกจับตามากที่สุดคือคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งถูกมองว่าเป็นคดีใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การสืบสวนของ กกต. ชุดปัจจุบัน

รายงานระบุว่าเลขาธิการ กกต. ได้เสนอเอกสารหลักฐานกว่า 90,000 หน้าเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมกรรมการ กกต. แล้ว โดยวางกรอบการประชุมแบบ “จันทร์เว้นจันทร์” รวมประมาณ 12 ครั้ง เพื่อพิจารณารายละเอียดของสำนวนขนาดมหึมา

ด้วยปริมาณข้อมูลและจำนวนผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง การพิจารณาจึงมีแนวโน้มยืดเยื้อไปจนถึงช่วงปลายปี และทุกมติที่เกิดขึ้นจะถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากสังคม เพราะอาจนำไปสู่ผลกระทบทางการเมืองในวงกว้าง

สำหรับ กกต. แล้ว ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การตัดสินเพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้ทุกขั้นตอนสามารถอธิบายได้ต่อสาธารณะ และสามารถยืนหยัดต่อการตรวจสอบทางกฎหมายในอนาคต

ครบ28ปีกกต.บนทางสองแพร่ง ฝ่าคดีร้อน สู่สนามเลือกตั้งท้องถิ่น

เงาคดีบาร์โค้ดเลือกตั้งยังไม่จาง

 นอกจากคดีฮั้ว สว. แล้ว กกต. ยังต้องเผชิญกับคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง

หัวใจสำคัญของคดีนี้อยู่ที่การตีความว่าระบบการจัดการบัตรเลือกตั้งดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการลงคะแนนลับตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่

แม้ผลคดียังไม่สิ้นสุด แต่กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินงานด้านเทคนิคของ กกต. ในยุคใหม่ ไม่ได้ถูกตรวจสอบเฉพาะในทางบริหารเท่านั้น หากยังต้องผ่านการทดสอบทางกฎหมายอย่างเข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ

บทเรียนจากอดีตที่เคยมีกรรมการ กกต. ต้องเผชิญคดีความภายหลังการปฏิบัติหน้าที่ ยังคงเป็นเงาที่ทอดยาวอยู่เหนือองค์กร และทำให้ทุกการตัดสินใจในปัจจุบันมีต้นทุนความเสี่ยงสูงกว่าที่ผ่านมา

 

ปมประเมิน “แสวง บุญมี” สะท้อนรอยร้าวภายใน

อีกหนึ่งความท้าทายที่เกิดขึ้นพร้อมกันคือข้อพิพาทเกี่ยวกับการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.

ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวคะแนนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นข้อถกเถียงเชิงกฎหมายว่า ผู้มีอำนาจประเมินควรเป็นกรรมการ กกต. ชุดเดิม หรือกรรมการชุดปัจจุบัน เนื่องจากเกิดการเปลี่ยนผ่านองค์ประกอบของบอร์ดในช่วงระหว่างรอบการประเมิน

ความเห็นที่แตกต่างกันทำให้ กกต. ต้องส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัย เพื่อสร้างความชัดเจนทางกฎหมาย

ครบ28ปีกกต.บนทางสองแพร่ง ฝ่าคดีร้อน สู่สนามเลือกตั้งท้องถิ่น

ขณะเดียวกัน กระแสข่าวภายในระบุว่า คะแนนประเมินจากกรรมการบางส่วนในชุดเดิมอาจอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ 60 ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญต่อสถานะการดำรงตำแหน่ง แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลองค์ประกอบของคณะกรรมการ ก็เริ่มมีสัญญาณว่าทิศทางการประเมินอาจเปลี่ยนไป

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตำแหน่งเลขาธิการ กกต. กลายเป็นอีกหนึ่งสมรภูมิที่สะท้อนความเปราะบางของโครงสร้างองค์กรในช่วงเปลี่ยนผ่าน

ภารกิจใหญ่เลือกตั้งท้องถิ่นที่รออยู่

ท่ามกลางปัญหาภายในและแรงกดดันทางกฎหมาย กกต. ยังต้องเดินหน้าภารกิจหลักในการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งสำคัญ ทั้งการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และการเลือกตั้งในเมืองพัทยา

การเลือกตั้งระดับท้องถิ่นเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นบทพิสูจน์ประสิทธิภาพการทำงานของ กกต. โดยตรง เพราะเป็นการเลือกตั้งที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก มีการแข่งขันทางการเมืองสูง และได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างใกล้ชิด

กกต. จึงเริ่มเตรียมความพร้อมล่วงหน้าหลายด้าน ทั้งการฝึกอบรมบุคลากร การซักซ้อมกระบวนการปฏิบัติงาน และการจัดระบบเฝ้าระวังการทุจริตเลือกตั้ง

เป้าหมายสำคัญคือการลดข้อผิดพลาดที่อาจนำไปสู่ข้อร้องเรียนหรือข้อพิพาททางกฎหมายในภายหลัง

ความโปร่งใสคือคำตอบของความเชื่อมั่น

บทเรียนจากหลายการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทำให้ กกต. พยายามผลักดันแนวทางการเปิดเผยข้อมูลและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งมากขึ้น

การสร้างความเชื่อมั่นในยุคปัจจุบันไม่อาจอาศัยเพียงอำนาจตามกฎหมาย แต่ต้องอาศัยความโปร่งใสและความสามารถในการอธิบายทุกขั้นตอนต่อสาธารณะ

ยิ่งในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจถูกขยายผลจนกลายเป็นวิกฤตความเชื่อมั่นได้ในเวลาอันสั้น

ครบ28ปีกกต.บนทางสองแพร่ง ฝ่าคดีร้อน สู่สนามเลือกตั้งท้องถิ่น

บทสรุป

ตลอด 28 ปีที่ผ่านมา กกต. ผ่านทั้งความสำเร็จและวิกฤตมาหลายครั้ง แต่สถานการณ์ในปี 2569 อาจเป็นหนึ่งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุด

ด้านหนึ่ง องค์กรต้องรับมือกับคดีความและข้อพิพาทภายในที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของบุคลากรระดับสูง ขณะที่อีกด้านหนึ่งต้องจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นให้เป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงว่า กกต. จะสามารถผ่านพ้นคดีร้อนและแรงกดดันทางกฎหมายไปได้หรือไม่ แต่คือจะสามารถรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนซึ่งเป็นทุนสำคัญที่สุดขององค์กรเอาไว้ได้มากเพียงใด เพราะในท้ายที่สุด ความชอบธรรมของการเลือกตั้ง ย่อมเริ่มต้นจากความน่าเชื่อถือของผู้ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งนั่นเอง.

ข่าวล่าสุด

เปิดแฟ้มครม. 10 มิ.ย.69 ถกวาระใหญ่ พาณิชย์ชง FTA-เกษตรฯ ของบพืชสวนโลก

เปิดแฟ้มครม. 10 มิ.ย.69 ถกวาระใหญ่ พาณิชย์ชง FTA-เกษตรฯ ของบพืชสวนโลก