
‘ชาบูตง ราเมน’ แบรนด์ในตำนาน ปิดกิจการลาไทย หลังอยู่มานาน 16 ปี
สาวกราเมนใจหาย ‘ชาบูตง ราเมน’ หรือ"ราเมนทีวีแชมเปี้ยน" ประกาศยุติการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย หลังเปิดให้บริการมานาน 16 ปี
อีกหนึ่งแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นที่อยู่ในความทรงจำคนไทยกำลังปิดฉากลง เมื่อ "ชาบูตง ราเมน" (Chabuton Ramen) หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ "ราเมนทีวีแชมเปี้ยน" ประกาศยุติการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย หลังเปิดให้บริการมานาน 16 ปี
เพจ Chabuton Ramen Thailand แจ้งว่า ร้านจะปิดให้บริการ 2 สาขาสุดท้าย ได้แก่ สาขาเกทเวย์ เอกมัย ในวันที่ 10 มิถุนายน 2569 และสาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว ในวันที่ 14 มิถุนายน 2569 ซึ่งจะเป็นวันให้บริการวันสุดท้ายของแบรนด์ในประเทศไทย
สำหรับชาบูตงเป็นร้านราเมนสัญชาติญี่ปุ่น ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2539 โดย “ยาสุจิ โมริซุมิ” (Yasuji Morizumi) เชฟที่รู้จักในนาม ‘ราชาราเมน’ จากรายการโทรทัศน์ชื่อดัง TV Champion จุดเด่นของร้าน ก็คือน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวนานถึง 16 ชั่วโมง และหมูชาชูสูตรพิเศษ จนกลายเป็นแบรนด์ราเมนยอดนิยม
สำหรับในไทย แบรนด์นี้มี บริษัท เซ็นทรัล เรสเตอรองส์ กรุ๊ปส์ จำกัด หรือ CRG เป็นผู้นำเข้ามาเมื่อปี 2563
แต่ล่าสุดชาบูตงได้ประกาศ ว่าจะปิดให้บริการ 2 สาขาสุดท้าย ถือเป็นการโบกมือลาและปิดฉากของชาบูตง หรือราเมน ทีวีแชมป์เปี้ยนในตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ การปิดตัวของชาบูตง ไม่ได้แจ้งสาเหตุอย่างเป็นทางการ แต่เป็นช่วงจังหวะเดียวกันกับ การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดร้านอาหารญี่ปุ่น โดยเฉพาะกลุ่มร้านราเมนที่มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งแบรนด์จากญี่ปุ่นและผู้ประกอบการไทย
ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) กรุงเทพฯ ระบุว่า ปี 2568 ประเทศไทยมีร้านอาหารญี่ปุ่นราว ๆ 5,781 ร้าน ลดลง 2.2% จาก 5,916 ร้านในปี 2567 สะท้อนว่าภาพรวมตลาดเริ่มเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อและต้นทุนที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในบรรดาร้านอาหารญี่ปุ่นทุกประเภท "ร้านราเมน" กลับเป็นหนึ่งในไม่กี่เซกเมนต์ที่ยังเติบโต โดยมีจำนวนร้านเพิ่มขึ้น 2.6% จากปีก่อน สวนทางกับร้านอาหารญี่ปุ่นหลายประเภทที่จำนวนลดลง
ตัวเลขย้อนหลังยังสะท้อนการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทยมีร้านราเมน 611 แห่งในปี 2565 เพิ่มเป็น 741 แห่งในปี 2566 และ 802 แห่งในปี 2567
การปิดตัวของชาบูตงในไทย จึงไม่ใช่เพียงการปิดตัวของแบรนด์ราเมนญี่ปุ่นชื่อดังเท่านั้น แต่ยังสะท้อนภาพการแข่งขันในตลาดร้านอาหารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งแม้ตลาดราเมนจะยังเติบโต แต่ผู้ประกอบการก็ต้องเผชิญโจทย์ด้านต้นทุน พฤติกรรมผู้บริโภค และการแข่งขันจากแบรนด์ใหม่ที่เพิ่มขึ้นทุกปี







