
“ผมอยากรวยกว่าคมสันต์ ลี” เปิดฝันใหญ่ซีอีโอวัย 17 สร้างแพลตฟอร์ม AI การศึกษา
คุยกับซีอีโอวัย 17 ปั้น ผู้ก่อตั้ง RevissionSuccess แพลตฟอร์ม AI ยกระดับการศึกษา ความฝันที่อยากพาคนไทยเรียนเก่งแบบไม่ต้องท่องจำ
KEY
POINTS
- คุยกับซีอีโอวัย 17 "พลวัฒน์ ศิรจินดาภิรมย์" ผู้ก่อตั้ง RevissionSuccess แพลตฟอร์ม AI การศึกษา พร้อมโค้ช “ผศ.ดร.เกรียงไกร สัจจะหฤทัย” คณบดีคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ ม.ศรีปทุม
- ปั้นแพลตฟอร์มแก้ปัญหาการเรียนการสอนที่ล้าสมัย กับความฝันอยากพาคนไทยเรียนเก่งแบบไม่ต้องท่องจำ
- ตั้งเป้าหมายใหญ่ไปสู่ยูนิคอร์น และ "อยากรวยกว่าคมสันต์ ลี" ผู้ก่อตั้ง Flash Express
“โลกพัฒนามาได้ไกลมาก จากยุคของรถม้า ถึงรถยนต์ จนตอนนี้มีพาหนะบินได้แล้ว แต่การศึกษาไทยยังไม่ขยับไปไหนเลย”
นี่คือมุมมองของ “พลวัฒน์ ศิรจินดาภิรมย์” ซีอีโอวัย 17 ปี ของบริษัท รีวิชั่นซัคเซส จำกัด ที่สะท้อนปัญหาระบบการศึกษาไทยผ่านบทสนทนากับ “โพสต์ทูเดย์”
โดยเขามองว่า แม้โลกจะก้าวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีและ AI อย่างเต็มตัว แต่รูปแบบการเรียนการสอนในไทยยังคงยึดติดกับแนวทางเดิม ไม่สอดรับกับความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละคน
จากแนวคิดดังกล่าว จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาแพลตฟอร์มการศึกษาที่ชื่อว่า “RevisionSuccess” ที่ถูกสร้างขึ้นโดยกลุ่มเยาวชน 3 คนที่มาพบปะกันตามงานแข่งขันเวทีต่าง ๆ แต่พวกเขามีเป้าหมายเดียวกันที่ต้องการแก้ปัญหาที่พวกเขาเผชิญด้วยตัวเอง ภายใต้แนวคิดการเรียนรู้แบบ Personalization หรือการปรับเนื้อหาให้เหมาะกับศักยภาพของผู้เรียนแต่ละคน
แพลตฟอร์มนี้เปิดให้ผู้ใช้งานอัปโหลดเนื้อหาการเรียนได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งไฟล์ PDF, PowerPoint หรือแม้แต่ลิงก์ YouTube ก่อนที่ระบบ AI จะวิเคราะห์พฤติกรรม ระดับความเข้าใจ และรูปแบบการเรียนรู้ของแต่ละคน เพื่อออกแบบบทเรียน ควิซ และแฟลชการ์ดให้แตกต่างกันตามความเหมาะสม
“พลวัฒน์” ยกตัวอย่างว่า แม้ผู้เรียน 5 คนจะอัปโหลดไฟล์เดียวกัน แต่ AI จะสามารถสร้างเนื้อหาออกมาได้ถึง 5 รูปแบบ ตามความเร็วและความถนัดของแต่ละคน ปัจจุบันแพลตฟอร์มได้เปิดใช้งานจริง และมีผู้ใช้งานแล้วเกือบ 10,000 คน
บทบาทสถาบันการศึกษาในยุค Gen Alpha
การสร้างบริษัทหนึ่งขึ้นมาไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อผู้ก่อตั้งยังอยู่ในวัยเรียน แต่เบื้องหลังการเติบโตของ RevisionSuccess นอกจากพลังและไอเดียของคนรุ่นใหม่แล้ว ยังมีแรงสนับสนุนสำคัญจาก “คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ” มหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่เข้ามาช่วยผลักดันให้แนวคิดของเด็กวัย 17 ปี กลายเป็นธุรกิจจริง
“ผศ.ดร.เกรียงไกร สัจจะหฤทัย” คณบดีคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ทำหน้าที่ทั้งเป็นที่ปรึกษา โค้ช และผู้เปิดประตูเข้าสู่โลกธุรกิจให้กับทีม RevisionSuccess
ผศ.ดร.เกรียงไกร เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นมาจากการเห็นศักยภาพของทีมผ่านสื่อ ก่อนเชิญเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้บริหารมหาวิทยาลัย เพื่อทำความเข้าใจแนวคิดของคนรุ่น Gen Alpha ที่เติบโตมากับเทคโนโลยีและ AI ตั้งแต่เด็ก ก่อนที่มหาวิทยาลัยจะตัดสินใจให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง จนสามารถผลักดันให้ RevisionSuccess จดทะเบียนบริษัทได้สำเร็จระหว่างที่ร่วมงานกับมหาวิทยาลัย
เขานิยามบทบาทของตัวเองว่า ไม่ใช่อาจารย์ในรูปแบบเดิมที่ทำหน้าที่เพียงถ่ายทอดความรู้ แต่เป็น “โค้ช” ที่คอยแนะนำ ซัพพอร์ต และช่วยหาโอกาสใหม่ ๆ ให้กับทีม โดยเน้นการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือ Discuss ร่วมกัน เพื่อเรียนรู้ไปพร้อมกับนักศึกษา และลดช่องว่างระหว่างวัย
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนภาพบทบาทใหม่ของสถาบันการศึกษาในยุค Gen Alpha ที่กำลังเปลี่ยนจาก “ห้องเรียน” ไปสู่ “พื้นที่บ่มเพาะ” ให้เด็กได้ทดลองทำธุรกิจจริง ได้เรียนรู้ทั้งตลาดแบบ Blue Ocean และ Red Ocean รวมถึงฝึกวาง Business Model ผ่านการลงมือทำมากกว่าการท่องจำในตำรา
ในมุมของการสอน ผศ.ดร.เกรียงไกร มองว่า การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือ Lesson Learned จากสถานการณ์จริง อาจารย์จึงต้องมี “ความอดทน” มากพอที่จะไม่รีบบอกคำตอบ แต่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เผชิญปัญหาด้วยตัวเอง เช่น กรณีที่ทีม RevisionSuccess ต้องการเปิดบริษัท ทางมหาวิทยาลัยก็สนับสนุนให้ลงมือทำจริง เพื่อให้ได้เรียนรู้เรื่องภาษี กฎหมาย การทำบัญชี และโครงสร้างธุรกิจจากประสบการณ์ตรง
ความสำเร็จยอดระดมทุน 1.25 ล้านบาท
ความสำเร็จล่าสุด “พลวัฒน์” บอกว่า RevisionSuccess สามารถก้าวข้ามอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ ด้วยยอดระดมทุนสะสมกว่า 1.25 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตจากโปรเจกต์เล็ก ๆ ของนักเรียน สู่แพลตฟอร์มการศึกษาที่เริ่มได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค โดยการสนับสนุนดังกล่าวมาจากหลายองค์กรและสถาบัน ทั้งมหาวิทยาลัย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA), Singapore Management University (SMU), International Baccalaureate (IB) รวมถึงนักลงทุนรายย่อยและพันธมิตรด้านโปรแกรมบ่มเพาะธุรกิจ ที่มองเห็นศักยภาพของการเรียนรู้แบบ AI-native
สำหรับเงินทุนที่ได้รับ จะถูกนำไปต่อยอดใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การพัฒนา adaptive learning engine ซึ่งเป็นหัวใจของทั้ง RevisionSuccess และ “TuaTueng” แพลตฟอร์มเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยไทย การขยายโอกาสเข้าถึงโรงเรียนและผู้เรียนที่ขาดแคลน การสร้างทีมงานรุ่นใหม่ที่ประกอบด้วยนักเรียน วิศวกร และนักการศึกษา รวมถึงการวางรากฐานสู่การขยายตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังได้รับคัดเลือกเข้าโครงการ BIG ของ SMU ประเทศสิงคโปร์
“ผมอยากรวยกว่าคมสันต์ ลี” ความฝันแบบไม่ปิดเพดานของซีอีโอวัย 17 ปี
เมื่อถูกถามถึงเป้าหมายในชีวิตและความฝันของเด็กวัย 17 ปี พลวัฒน์ ตอบกลับแทบจะทันทีโดยไม่ลังเลว่า
“ผมจะรวยกว่า คุณคมสันต์ ลี ครับ”
คำตอบสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจของเด็กหนุ่มผู้ก่อตั้ง RevisionSuccess ที่ตั้งเป้าพาบริษัทของตัวเองก้าวขึ้นเป็น “ยูนิคอร์น” รายต่อไปของประเทศไทย
สำหรับเขา คมสันต์ ลี ผู้ก่อตั้ง Flash Express ไม่ได้เป็นเพียงนักธุรกิจชื่อดัง แต่คือ “ไอดอล” และแรงบันดาลใจสำคัญของทีม
เขาเรียกคมสันต์ว่า “The GOAT” หรือ “ตัวตึง” ในโลกธุรกิจสตาร์ตอัปไทย พร้อมเล่าว่า เคยมีโอกาสฟังบรรยายและพูดคุยกับคมสันต์ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม ซึ่งกลายเป็นประสบการณ์สำคัญที่ทำให้ได้เรียนรู้จากผู้ประกอบการระดับยูนิคอร์นตัวจริง
อย่างไรก็ตาม แม้เขาจะพูดชัดว่า “อยากรวยกว่า” แต่พลวัฒน์อธิบายว่า เงินไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของชีวิต
“เรื่องเงินอาจเป็นอันดับ 2 หรือ 3 ด้วยซ้ำ”
สิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากกว่าคือการสร้าง “Impact” หรือการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้เกิดขึ้นกับผู้คนและสังคม ผ่านเทคโนโลยีและระบบการศึกษาที่เขาเชื่อว่ายังมีพื้นที่ให้เปลี่ยนแปลงอีกมาก
สำหรับเด็กวัย 17 ปีคนนี้ ความสำเร็จจึงไม่ได้ถูกวัดจากตัวเลขรายได้เพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างสิ่งที่สามารถเปลี่ยนชีวิตผู้คนได้จริง และนั่นคือเป้าหมายที่เขาอยากพา RevisionSuccess ไปให้ถึงในอนาคต
"เริ่มเลย อย่ารอ" สำหรับคนที่อยากทำธุรกิจ
คำแนะนำทิ้งท้ายจากซีอีโอวัย 17 ปี สำหรับคนที่อยากเป็นนักธุรกิจคือ "เริ่มวันนี้เลย จะรออะไร" เพราะประสบการณ์ที่ได้จากการลงมือทำคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
ในขณะที่ ผศ.ดร.เกรียงไกรเสริมว่า การจะเริ่มธุรกิจต้องรู้ 3 อย่างคือ
- กำลังจะทำอะไร
- ลูกค้าคือใครและมี Pain Point อะไร
- ความ Unique หรือความแตกต่างของเราคืออะไร
ทั้งสองยังสรุปว่า การสร้างตัวตนให้ "Unique" เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการพาตัวเองไปสู่กลุ่ม 1% ของโลก เชื่อว่าเด็กไทยสามารถสร้างนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกได้







