posttoday
กรมพัฒน์ ชง ครม. ถอน 9 ธุรกิจพ้นบัญชีต่างด้าว ยันกำกับดูแลเข้มงวด

กรมพัฒน์ ชง ครม. ถอน 9 ธุรกิจพ้นบัญชีต่างด้าว ยันกำกับดูแลเข้มงวด

14 พฤษภาคม 2569

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เสนอครม. ถอน 9 ธุรกิจพ้นบัญชีต่างด้าว หวังลดความซ้ำซ้อนกฎหมายและกระตุ้นการลงทุนไทย ยัน คงมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบถอด 9 ธุรกิจ ออกจากบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 

 

กลุ่มที่ 1 มีกฎหมายเฉพาะและหน่วยงานเฉพาะกำกับดูแล ประกอบด้วย 

 

1.ธุรกิจบริการโทรคมนาคม สำหรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่หนึ่ง (ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจกิจการโทรคมนาคม)

 

2.ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน (ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน)

 

3.ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีหลักทรัพย์เป็นหลักประกัน (ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า)

 

4.ธุรกิจการให้บริการเป็นตัวแทน ผู้ค้า ที่ปรึกษา หรือผู้จัดการเงินทุน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่สินค้าหรือตัวแปรอ้างอิงไม่ได้อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ.2546

 

5.ธุรกิจซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (โดยให้ส่งมอบหรือรับมอบสินค้าเกษตรในคลังสินค้าที่ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากำหนด)

 

กลุ่มที่ 2 ให้บริการเฉพาะบริษัทในเครือในกลุ่ม ประกอบด้วย

 

1.ธุรกิจบริการบริหารจัดการงานด้านธุรการ ด้านทรัพยากรบุคคล ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้แก่บริษัทในเครือในกลุ่ม

 

2.ธุรกิจบริการค้ำประกันหนี้เฉพาะภายในประเทศให้แก่บริษัทในเครือ โดยธุรกิจกลุ่มนี้ เป็นการให้บริการเฉพาะในเครือในกลุ่มบริษัทของตนเอง เพื่อบริหารสภาพคล่องภายในกลุ่ม จึงไม่ได้มีการแข่งขันกับธุรกิจของคนไทย

 

กลุ่มที่ 3 อื่น ๆ ได้แก่

 

1.ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่บางส่วน เพื่อติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการให้บริการทางการเงิน เครื่องจำหน่ายสินค้า หรือบริการอัตโนมัติ เพื่อให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานบริษัท โดยธุรกิจนี้ ดำเนินการเพื่อประโยชน์ของพนักงานของธุรกิจเป็นหลัก

 

2.ธุรกิจการขุดเจาะปิโตรเลียม เป็นการให้บริการเฉพาะผู้รับสัมปทาน

 

ทั้งนี้ 9 ธุรกิจ ของทั้ง 3 กลุ่ม เสนอในรูปแบบร่างกฎกระทรวง ยกเว้นธุรกิจซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ในกลุ่มธุรกิจที่ 1 จะเสนอในรูปแบบร่างพระราชกฤษฎีกา

 

นายพูนพงษ์กล่าวว่า การเสนอ ครม. ถอด 9 ธุรกิจ ออกจากบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ไม่ใช่การเปิดเสรีให้ต่างชาติเข้ามาแย่งธุรกิจคนไทย แต่เป็นการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อขจัดความซ้ำซ้อนทางกฎหมาย เพิ่มความคล่องตัวของนักลงทุนชาวต่างชาติในการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยโดยถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน และนำเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาพัฒนาศักยภาพแรงงานและธุรกิจไทยให้มีพร้อมแข่งขันในระดับนานาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาล

         

อย่างไรก็ตาม แม้จะถอดธุรกิจออกจากบัญชีท้ายแล้ว แต่นักลงทุนชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย หากประสงค์จะตั้งบริษัท ต้องขอจดทะเบียนกับกรม และยังคงต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่กำกับดูแลเหมือนเดิมเช่น ธุรกิจโทรคมนาคมต้องขออนุญาตจากสำนักงาน กสทช. ธุรกิจศูนย์บริหารเงินต้องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต้องขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ธุรกิจขุดเจาะปิโตรเลียมต้องขออนุญาตจากกระทรวงพลังงาน เป็นต้น เพียงแต่ไม่ต้องดำเนินการขออนุญาตการประกอบธุรกิจตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 จากกระทรวงพาณิชย์อีก ซึ่งจะช่วยลดการซ้ำซ้อนในการขออนุญาตประกอบธุรกิจได้เป็นอย่างมาก เป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศได้เป็นอย่างดี

         

นายพูนพงษ์กล่าวอีกว่า การดำเนินการดังกล่าว คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้ประกอบการและธุรกิจประเภทที่คนไทยยังไม่พร้อมจะแข่งขันกับชาวต่างชาติเพื่อไม่ให้เกิดความเสียเปรียบ ช่วยสร้างความสมดุลและลดความเหลื่อมล้ำในการประกอบธุรกิจ รวมทั้ง ดึงดูดการลงทุนของชาวต่างชาติให้เข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยเพิ่มขึ้น อันจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม ส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการเข้าถึงสินค้าและบริการที่มีคุณภาพมากขึ้น

 

นอกจากนี้ ไม่เพียงแต่เฉพาะเงินลงทุนที่นักลงทุนชาวต่างชาติจะนำเข้ามาเท่านั้น แต่จะมีการนำเทคโนโลยีขั้นสูงและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านธุรกิจนั้น ๆ เข้ามาสู่ประเทศไทยด้วย รวมทั้งมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญแก่ผู้ประกอบการหรือพนักงานชาวไทย ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มทักษะเฉพาะด้านแก่ภาคแรงงานของไทย ทำให้ธุรกิจไทยเกิดการพัฒนาและส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการบริการและการลงทุนในระดับภูมิภาคและระดับโลกในอนาคต

 

ในขณะเดียวกัน ยังเร่งดำเนินการป้องกันและปราบปรามธุรกิจที่เจตนาหลีกเลี่ยงกฎหมายและใช้คนไทยเป็นนอมินีแทนชาวต่างชาติอย่างจริงจังต่อไป

ข่าวล่าสุด

ป.ป.ช.วิกฤตศรัทธา ศึกนอกฝ่ายค้านรื้อคดีซุกหุ้น ศึกในข้าราชการลุกฮือฟ้อง

ป.ป.ช.วิกฤตศรัทธา ศึกนอกฝ่ายค้านรื้อคดีซุกหุ้น ศึกในข้าราชการลุกฮือฟ้อง