posttoday
ป.ป.ช.วิกฤตศรัทธา ศึกนอกฝ่ายค้านรื้อคดีซุกหุ้น ศึกในข้าราชการลุกฮือฟ้อง

ป.ป.ช.วิกฤตศรัทธา ศึกนอกฝ่ายค้านรื้อคดีซุกหุ้น ศึกในข้าราชการลุกฮือฟ้อง

14 พฤษภาคม 2569

ป.ป.ช. เผชิญมรสุมหนัก ฝ่ายค้านยื่น 140 รายชื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่มิชอบคดีหุ้นศักดิ์สยาม ขณะที่ภายในระอุข้าราชการเตรียมฟ้องศาลปกครองปมโยกย้ายไม่เป็นธรรม

KEY

POINTS

  • พรรคฝ่ายค้านรวบรวมรายชื่อ สส. และ สว. ยื่นตรวจสอบ ป.ป.ช. กรณีมีมติยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ โดยกล่าวหาว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
  • ข้าราชการภายใน ป.ป.ช. กว่า 1,000 คน เตรียมรวมตัวยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เนื่องจากไม่พอใจระเบียบการโยกย้ายตำแหน่งใหม่ที่มองว่าไม่เป็นธรรม
  • ป.ป.ช. เผชิญวิกฤตศรัทธาจากข้อกล่าวหาเรื่องสองมาตรฐานในคดีการเมือง และความขัดแย้งภายในองค์กร ตั้งแต่ระดับข้าราชการจนถึงคณะกรรมการ

ฝ่ายค้านผนึกกำลังยื่นตรวจสอบ ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

พรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ รวบรวมรายชื่อ สส. และ สว. รวม 140 คน ยื่นต่อประธานสภาฯ เพื่อตรวจสอบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีการยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม โดยฝ่ายค้านชี้ว่าเป็นการกระทำที่มิชอบ ไม่มีการไต่สวนตามระเบียบและกฎหมาย ป.ป.ช. อย่างครบถ้วน รวมถึงละเลยพยานหลักฐานสำคัญที่ขัดกับแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

หลักฐานใหม่ "หนังสือเวียน" และข้อครหาเมินพยานสำคัญ

ในการยื่นตรวจสอบครั้งนี้ ฝ่ายค้านอ้างข้อมูลใหม่เรื่องการออก "หนังสือเวียน" ในหน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคมช่วงที่นายศักดิ์สยามดำรงตำแหน่ง เพื่อให้รายงานรัฐมนตรีทราบก่อนมีการประมูลจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งขัดแย้งกับเหตุผลที่ ป.ป.ช. ใช้ยกคำร้องว่ารัฐมนตรีไม่ได้แทรกแซง นอกจากนี้ยังมีการตั้งคำถามถึงการไม่นำเส้นทางการเงินและเจตนาการยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จมาพิจารณา

วิกฤตศรัทธาภายใน ระเบียบโยกย้ายปี 69 ทำพิษ

ไม่เพียงศึกภายนอก ป.ป.ช. ยังเจอปัญหาบริหารงานบุคคลหลังประกาศใช้ระเบียบโยกย้ายปี 69 ส่งผลกระทบต่อข้าราชการกว่า 1,000 คนทั่วประเทศ จนเกิดกระแสความไม่พอใจอย่างรุนแรง นำไปสู่การรวมตัวรวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง โดยมองว่าการโยกย้ายดังกล่าวขาดความธรรมและมีการแทรกแซง

กรณีศึกษา "รองเลขาฯ ภาค 3" และอิทธิพลกลุ่ม "2 ต. 1 อ."

ความวุ่นวายภายในปรากฏชัดจากกรณี นายณัฐวุฒิ ขมประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ภาค 3 ที่ถูกย้ายไปเป็นผู้ตรวจซึ่งถือเป็นการ "ลดชั้น" ทั้งที่มีผลงานระดับดีเด่น 5 รอบติดต่อกัน จนต้องยื่นอุทธรณ์และฟ้องร้อง นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวเรื่องกลุ่มบุคคลภายนอกในนาม "2 ต. 1 อ." (เช่น ต้น 107) ที่เข้ามามีอิทธิพลสูงในการวางตัวบุคคลและกำหนดทิศทางมติคดีสำคัญ

รอยร้าวระดับนโยบาย 8 กรรมการเสียงแตก

ระดับบอร์ด ป.ป.ช. เกิดอาการ "เสียงแตก" อย่างชัดเจน โดยมีกรรมการอย่างน้อย 3คน พยายามเสนอให้รื้อคดีนายศักดิ์สยามมาพิจารณาใหม่ตามเหตุผลของฝ่ายค้าน แต่กลับถูกประธาน ป.ป.ช. ปฏิเสธโดยอ้างว่ามติผ่านไปแล้ว นอกจากนี้ยังพบปัญหาการส่ง "นอมินี" หรือเจ้าหน้าที่คนสนิทของกรรมการบางคนไปตรวจสอบคดีสำคัญแทนกระบวนการปกติ

บทสรุป ป.ป.ช. ในวงล้อมมรสุมและการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ปัจจุบัน ป.ป.ช. กำลังตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤตศรัทธาอย่างรุนแรง ทั้งข้อหา "2มาตรฐาน" ในคดีการเมืองและการบริหารงานที่ขาดธรรมาภิบาล การที่ข้าราชการลุกขึ้นมาฟ้องร้ององค์กรตนเองกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่อาจสั่นคลอนความเชื่อมั่น และนำไปสู่การปฏิรูปโครงสร้างองค์กรอิสระแห่งนี้ในอนาคตอันใกล้

ข่าวล่าสุด

สี จิ้นผิง เปิดประชุมสุดยอดกับทรัมป์ ชูสัญญาณบวกเจรจาการค้าโลก

สี จิ้นผิง เปิดประชุมสุดยอดกับทรัมป์ ชูสัญญาณบวกเจรจาการค้าโลก