



8+









HOUSE OF LITTLEBUNNY : 10 ปี ของแบรนด์ไทยที่แจ้งเกิดในอินโดฯ และอาเซียน
รู้จัก HOUSE OF LITTLEBUNNY แบรนด์กระเป๋าไทยที่ทำมา 10 ปี เริ่มต้นแจ้งเกิดจากอินโดนีเซีย ก่อนจะฮิตในประเทศอาเซียน และกำลังสร้างชื่อในตลาดไทย
แม้จะเป็นแบรนด์สัญชาติไทย แต่ HOUSE OF LITTLEBUNNY กลับกลายเป็นกระเป๋าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหลายประเทศอาเซียน โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเมียนมา ถึงขั้นเกิดปรากฏการณ์ “บินมาหิ้ว” สินค้าถึงประเทศไทย
เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปีของ มิ้ง-ลักษิกา กรรณสูตร ผู้ก่อตั้งและ CEO ที่เลือกใช้กลยุทธ์ “โตนอกบ้าน” หรือการขยายตลาดต่างประเทศเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
จากคอนเทนต์เล็กๆ สู่ไวรัลระดับภูมิภาค
มิ้ง-ลักษิกา ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์นี้มาตลอด 10 ปี ในการทุ่มเทสร้าง HOUSE OF LITTLEBUNNY
จุดเริ่มต้นของแบรนด์ไม่ได้มาจากงบโฆษณามหาศาล แต่เกิดจากการลงมือทำของผู้ก่อตั้งที่สร้างคอนเทนต์ด้วยตัวเอง ผ่านการไลฟ์และเล่าเรื่องการใช้งานกระเป๋าในชีวิตประจำวันบนโซเชียลมีเดีย จนสามารถสร้างฐานลูกค้าในไทยได้ในระดับหนึ่ง
กระทั่งคอนเทนต์เหล่านี้ถูกแชร์ต่อในกลุ่มผู้บริโภคชาวอินโดนีเซีย จนกลายเป็นกระแสไวรัลแบบไม่คาดคิด ส่งผลให้แบรนด์ “แจ้งเกิด” ในตลาดต่างประเทศอย่างรวดเร็ว
กระแสแรงจนเกิดธุรกิจ “รับหิ้ว”
เมื่อความต้องการพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สินค้ากลายเป็นของหายากในบางช่วงเวลา นำไปสู่โมเดล “รับหิ้ว” ที่ลูกค้าหรือพ่อค้าแม่ค้าบินตรงมาซื้อสินค้าจากไทยเพื่อนำกลับไปขายต่อ
ปรากฏการณ์นี้ทำให้ HOUSE OF LITTLEBUNNY ถูกยกระดับเป็นไอเทมแฟชั่นที่นักช้อปในภูมิภาคมองว่า “ต้องมี” และ “ต้องซื้อให้ได้เมื่อมาไทย”
กลยุทธ์ “โตนอกบ้าน” ที่ต่อยอดเป็นระบบ
ความสำเร็จไม่ได้หยุดแค่กระแสออนไลน์ เมื่อ Kim Chiu นักแสดงชื่อดังระดับ A-List ของฟิลิปปินส์หยิบกระเป๋าของแบรนด์ไปใช้ จนกลายเป็นแรงส่งสำคัญให้แบรนด์ขยายสู่ตลาดฟิลิปปินส์ ผ่านการเปิด Pop-up Store ในเมือง Cebu จากนั้นแบรนด์เดินหน้ารุกตลาดอย่างจริงจังในหลายประเทศ ทั้งเมียนมา มาเลเซีย และสิงคโปร์ พร้อมสร้างภาพจำในฐานะ “แฟชั่นไอคอน” ของผู้หญิงยุคใหม่
สร้างประสบการณ์ออฟไลน์ เสริมความแข็งแรงแบรนด์
หลังจากประสบความสำเร็จในต่างประเทศ แบรนด์นำโอกาสนี้กลับมาต่อยอดในไทย ด้วยการเปิดหน้าร้านเพื่อยกระดับ Customer Experience ให้ลูกค้าได้สัมผัสสินค้า ทดลองถือ และสนุกกับการมิกซ์แอนด์แมตช์ด้วยตัวเอง
ปัจจุบันมีสาขาหลักในศูนย์การค้าชั้นนำ เช่น The Market Bangkok, CentralWorld, Central Ladprao, Mega Bangna และ Central Chaengwattana
ทั้งนี้ มิ้ง-ลักษิกา เล่าว่า หนึ่งในจุดแข็งสำคัญคือแนวคิด “Wardrobe of bag, style it your way” ที่มองว่าผู้หญิงแต่ละคนมีสไตล์ไม่เหมือนกันในแต่ละวัน แบรนด์จึงออกแบบกระเป๋าให้มีความหลากหลาย พร้อมตัวเลือกสีมากกว่า 50 เฉด และเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถครีเอทลุคของตัวเองได้อย่างอิสระ ทำให้เกิดพฤติกรรม “สะสม” และสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว
อีกหนึ่งเอกลักษณ์คือโลโก้ “Infinity and Beyond” ที่พัฒนาจากตัวอักษร L ให้เป็นเส้นสายต่อเนื่อง สื่อถึงการเติบโตไม่สิ้นสุด และความเคลื่อนไหวของแบรนด์
จากไอคอนสู่ไอเทมของทุกคน
ความนิยมของแบรนด์ยังสะท้อนผ่านเหล่าคนดังไทยที่เลือกใช้กระเป๋าเป็นไอเทมประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น หลิงหลิง-ศิริลักษณ์ คอง,ออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์, สโรชา จันทร์กิมฮะ และ รีเบคก้า แพทริเซีย อาร์มสตรอง ที่ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นแฟชั่นที่เข้าถึงได้
บทพิสูจน์ของแบรนด์ไทยในเวทีโลก
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา HOUSE OF LITTLEBUNNY แสดงให้เห็นว่า “แบรนด์ไทย” สามารถเติบโตในระดับสากลได้ หากมีทั้งคุณภาพสินค้า จังหวะที่เหมาะสม และวิสัยทัศน์ที่ยืดหยุ่น จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ สู่การเป็นแบรนด์ที่นักช้อปอาเซียนต้องบินมาซื้อถึงไทย นี่ไม่ใช่แค่ความสำเร็จของแบรนด์เดียว แต่คือภาพสะท้อนศักยภาพของผู้ประกอบการไทยบนเวทีโลกอย่างแท้จริง



8+
















