posttoday

“หมอนไม้ไออุ่น” โฮมสเตย์ที่ไม่ได้ขายแค่ที่พัก แต่ทำเงินทั้งหมู่บ้าน

23 เมษายน 2569

"หมอนไม้ไออุ่น" โฮมสเตย์ที่ขายเฟอร์นิเจอร์ OTOP เปลี่ยน 'ภูมิปัญญา' เป็นธุรกิจที่ยั่งยืน เชื่อมอีโคซิสเต็มแบบครบวงจร เติบโตไปพร้อมชุมชน

KEY

POINTS

  • จากนำเศษไม้มาทำเฟอร์นิเจอร์ ปั้นเป็นสินค้าโอทอป จ.แพร่ สู่แบรนด์ Flow Phrae Furniture
  • ต่อยอดเป็น “หมอนไม้ไออุ่น” โฮมสเตย์ที่ไม่ได้ขายแค่ที่พัก แต่ทำเงินให้ทั้งหมู่บ้าน
  • นำ TikTok มาเล่าเรื่องวิถีชุมชน งานคราฟต์ สร้างยอดขาย และเชื่อมจากออนไลน์สู่การท่องเที่ยว ขายได้แม้อยู่ในพื้นที่ห่างไกล 

 

ในโลกการค้ายุคดิจิทัลที่หมุนเร็วจนผู้ประกอบการต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา “ชัย - สินชัย พุกจินดา” ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Flow Phrae Furniture และเจ้าของโฮมสเตย์ “หมอนไม้ไออุ่น” แห่งอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ และประธานกลุ่มท่องเที่ยวของหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี ใช้ประสบการณ์ที่เชี่ยวชาญ ผสานกับวิสัยทัศน์ที่ยั่งยืน พิสูจน์ให้เห็นว่า "อัตลักษณ์" เมื่อรวมกับ "เทคโนโลยี" สามารถสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ได้ แม้จะอยู่ในจุดที่ห่างไกลจากตัวเมืองกว่า 100 กิโลเมตรก็ตาม

“หมอนไม้ไออุ่น” โฮมสเตย์ที่ไม่ได้ขายแค่ที่พัก แต่ทำเงินทั้งหมู่บ้าน

จุดกำเนิดเฟอร์นิเจอร์จาก 'สักทอง' 

ย้อนกลับไปในปี 2544 ณ อำเภอวังชิ้น พื้นที่ที่ได้ชื่อว่าเป็น "แหล่งไม้สักทองที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย" สินชัยไม่ได้เริ่มต้นธุรกิจจากความว่างเปล่า แต่เขาเริ่มต้นจาก "ความรัก" และ "การมองเห็นมูลค่า" ในสิ่งที่คนอื่นมองข้าม 

 

 

เขาเห็นรากไม้และเศษไม้ที่เหลือทิ้งจากการทำไม้ในอดีตถูกทิ้งไว้ตามเรือกสวนไร่นา จึงเริ่มนำมาสร้างสรรค์เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เฉพาะตัวภายใต้แบรนด์ Flow Phrae Furniture ซึ่งเป็นสินค้า OTOP วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตเฟอร์นิเจอร์จากรากไม้และตอไม้

 

ในขณะนั้น จังหวัดแพร่มีนโยบายจากผู้ว่าราชการจังหวัดที่ต้องการผลักดันให้เมืองแพร่เป็น “Furniture City” สินชัยจึงใช้โอกาสนี้รวบรวมช่างฝีมือในชุมชนที่มีทักษะการทำไม้มาตั้งแต่บรรพบุรุษ มาจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนในปี 2550

 

“เราเป็นคนหมู่บ้านปางงุ้นที่เกิดมาก็เห็นไม้สักแล้ว เรามี DNA การทำเฟอร์นิเจอร์ที่ถ่ายทอดกันมารุ่นสู่รุ่น ช่างไม้ของเราบางคนไปทำงานต่างพื้นถิ่น แล้วเขาก็กลับมาพัฒนาบ้านเกิด สิ่งนี้คือความแข็งแกร่งที่แท้จริงของพวกเรา” 

“หมอนไม้ไออุ่น” โฮมสเตย์ที่ไม่ได้ขายแค่ที่พัก แต่ทำเงินทั้งหมู่บ้าน

การก้าวเข้าสู่สนาม OTOP ในปี 2551 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อสินค้าของเขาได้รับการคัดเลือกให้เป็น OTOP 5 ดาว และได้ไปโชว์ตัวที่อิมแพ็ค เมืองทองธานีเป็นครั้งแรก การได้ไปเจอโลกกว้าง ทำให้สินชัยเริ่มเข้าใจว่า สินค้าดีอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องมี "ช่องทาง" และ "เรื่องราว" ที่น่าสนใจ

 

สร้าง 'อาณาจักรธุรกิจครบวงจร' เติบโตไปพร้อมกับ 'วิถีชุมชน' 

 

ต่อมา สินชัยเริ่มต้นจากการเปลี่ยนที่ดินมรดก 4 ไร่ จากการทำนาแบบดั้งเดิม ให้กลายเป็น "หมอนไม้ไออุ่น" โฮมสเตย์เชิงอนุรักษ์ ที่มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มผัก ซึ่งหัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงการทำที่พัก แต่คือการวางโครงสร้างธุรกิจที่เกื้อหนุนกันอย่างเป็นระบบ 

 

เขาเปลี่ยนจากการขายแค่ "ผลิตภัณฑ์" มาเป็นการขาย "ประสบการณ์" ที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ โดยใช้โฮมสเตย์ คาเฟ่ และร้านอาหาร ทำหน้าที่เป็น ‘Living Showroom’ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสอัตลักษณ์ของงานไม้สักทองท่ามกลางบรรยากาศการพักผ่อน

 

เมื่อลูกค้าได้ลองใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ประณีตหรือชิมอาหารในชุดภาชนะไม้สักทอง ความประทับใจเหล่านั้นจะเปลี่ยนสถานะจาก ‘ผู้มาเยือน’ ให้กลายเป็น ‘ผู้ซื้อ’ โดยอัตโนมัติผ่านประสบการณ์ตรงที่หาจากไหนไม่ได้

 

“ผมมองว่าเราต้องสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า เมื่อเขามาพักโฮมสเตย์ เขาได้เห็นเฟอร์นิเจอร์ของเรา ได้ลองนั่งโต๊ะ เก้าอี้ ได้ชิมอาหารพื้นถิ่น นี่คือการขายความสุขที่จับต้องได้ และช่วยเปลี่ยนสินค้าพื้นเมืองให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่ลูกค้าเต็มใจจะจ่ายเพื่อแลกกับคุณค่าที่ประเมินค่าไม่ได้”

“หมอนไม้ไออุ่น” โฮมสเตย์ที่ไม่ได้ขายแค่ที่พัก แต่ทำเงินทั้งหมู่บ้าน

ความเหนือชั้นของอีโคซิสเต็มนี้ คือการเชื่อมโยงโลกออฟไลน์เข้าสู่โลกออนไลน์ TikTok Shop ทำหน้าที่เป็นช่องทางบอกเล่าเรื่องราว DNA ของหมู่บ้านปางงุ้นสู่คนทั่วประเทศ 

 

โดยมีฟันเฟืองสำคัญคือชุมชน 120 ครัวเรือน รวมถึงคนรุ่นใหม่ที่ตัดสินใจย้ายกลับมาพัฒนาบ้านเกิด วงจรนี้จึงไม่ใช่แค่การเติบโตของแบรนด์เพียงลำพัง แต่คือการสร้างความยั่งยืนที่มีรากฐานจากคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

 

“อีโคซิสเต็มของหมอนไม้ไออุ่นคือการนำ DNA ของคนวังชิ้นมาทำให้เกิดมูลค่าสูงสุด เพื่อให้โลกเห็นภาพความตั้งใจจริงของเรา”

 

สินชัยเปลี่ยน ‘อุปสรรค’ ให้กลายเป็น ‘แรงขับเคลื่อน’ โดยใช้ TikTok Shop เป็นสะพานเชื่อมจากป่าเขาสู่หน้าจอสมาร์ทโฟนของคนทั้งประเทศ การเดินทางของหมอนไม้ Shop ถูกถอดรหัสออกมาเป็น 3 กลยุทธ์สำคัญ ที่เปลี่ยนสินค้าชุมชนให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้  

 

กลยุทธ์ ‘Downsizing’ ย่อส่วนงานคราฟต์ไม้สักทอง 

 

สินชัยแก้โจทย์ใหญ่ของสินค้า OTOP ยุคเก่าที่ "ชิ้นใหญ่และขนส่งยาก" ด้วยการตัดสินใจทรานสฟอร์มผลิตภัณฑ์ ภายใต้แนวคิด “ย่อส่วนเพื่อเปิดใจ” 

 

โดยนำไม้สักทองที่เป็นมรดกของครอบครัวมาแปรรูปเป็นสินค้าขนาดเล็ก เช่น เก้าอี้ โต๊ะกระชับพื้นที่ อุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร และของตกแต่งบ้านดีไซน์มินิมอล เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการตัดสินใจซื้อ 

 

นอกจากนี้ยังพัฒนานวัตกรรมอย่าง “สบู่ถ่านไม้สักทอง” ผลิตภัณฑ์สบู่ธรรมชาติที่นำผงถ่านจากไม้สักทองมาเป็นส่วนผสมหลัก เพื่อใช้ประโยชน์ในการดีท็อกซ์ผิว ดูดซับสิ่งสกปรก และช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ให้กลายเป็นสินค้า Hero ที่ขายง่ายบน TikTok Shop ก่อนจะต่อยอดไปสู่การรับออเดอร์เฟอร์นิเจอร์แบบ custom-made สำหรับลูกค้าที่ต้องการความเอ็กซ์คลูซีฟ

 

“เราเน้นงานไม้ที่แข็งแรง แต่ถ้าลูกค้ามีรีเควสพิเศษ เราก็พร้อมจะ customize ให้ตามโจทย์ เรามีทีมงานที่เคยทำงานที่เกาหลี ไต้หวัน กลับมาช่วยงานที่หมู่บ้าน ทำให้การสร้างสรรค์งานง่ายขึ้น ผมเชื่อว่างานฝีมือช่างไม้บ้านเราคืองานปราณีตที่มีมูลค่ามหาศาล”

“หมอนไม้ไออุ่น” โฮมสเตย์ที่ไม่ได้ขายแค่ที่พัก แต่ทำเงินทั้งหมู่บ้าน

กลยุทธ์ ‘Emotional Marketing’: ขายความรู้สึกนำหน้าสินค้า

 

เพื่อทลายข้อจำกัดด้านระยะทางที่ห่างไกลกว่า 100 กิโลเมตร เขาใช้ TikTok Shop เป็นเครื่องมือเชิงรุกที่ไม่เน้นการขายแบบยัดเยียด แต่ใช้การ “ขายความรู้สึก” ผ่านคอนเทนต์ที่ถ่ายทอดบรรยากาศยามเช้าและวิถีชีวิตจริงของบ้านปางงุ้น 

 

สินค้าชิ้นเล็กอย่างสบู่หรือเครื่องครัวไม้สักมินิมอลจึงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ ทำให้ลูกค้ากล้าตัดสินใจซื้อออนไลน์ครั้งแรก ก่อนจะพัฒนาความเชื่อใจจนกลายมาเป็นลูกค้าประจำ และเป็นลูกค้าโฮมสเตย์ด้วย

 

“ผมไม่ได้ขายแค่เครื่องดื่มหรือที่พัก แต่ผมขาย ‘ความรู้สึก’ TikTok ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศที่คนอาจสัมผัสยากทางออนไลน์ ให้เป็นประสบการณ์ที่ชวนให้อยากมาสัมผัสด้วยตัวเอง ทำให้เราไม่ต้องนั่งรอความหวัง แต่สามารถส่งความสุขจากบ้านเราไปถึงมือทุกคนได้ทันที”

 

กลยุทธ์ ‘Authenticity’: ความจริงใจคืออาวุธลับ

 

อาวุธลับที่ทรงพลังที่สุดของสินชัยคือ “ความจริงใจ (Authenticity)” เขาบอกว่า พิสูจน์ให้เห็นว่าความสวยงามของโปรดักชั่นไม่สำคัญเท่ากับความจริงของเรื่องราว โดยเฉพาะภาพรอยยิ้มของคนในชุมชนที่มารวมตัวช่วยกันทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าบน TikTok Shop มองหามากกว่าการโฆษณาที่สวยหรู และนี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้นักธุรกิจรุ่นใหญ่สามารถพาชุมชนก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ สู่ความยั่งยืน

 

"เมื่อก่อนผมเป็นคนพูดไม่เก่ง TikTok Shop ทำให้ผมมีโอกาสได้ไลฟ์ ทำให้พูดเก่งขึ้น สามารถโปรโมททั้งการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ไปด้วยกัน ผมมีรายได้จาก TikTok Shop ประมาณ 5 หลักต่อเดือน จากการไลฟ์และวิดิโอสั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ความจริงใจ ความสม่ำเสมอ และความไม่ท้อ”

 

หมอนไม้ไออุ่น: รากเหง้าคือ 'จุดแข็ง' 

 

ในวันที่โลกหมุนเร็วด้วยเทคโนโลยี หลายคนอาจมองว่าความเก่าแก่ของภูมิปัญญาเป็นเรื่องล้าหลัง แต่สำหรับ คุณสินชัย เขากลับมองต่างออกไป เขาเชื่อมั่นว่า "รากเหง้าคือจุดแข็ง และเทคโนโลยีทำให้ถึงจุดหมาย" ที่จะพาความภาคภูมิใจของชาววังชิ้นไปได้ไกลกว่าเดิม 

 

โดยเฉพาะทักษะช่างไม้ที่เขานิยามว่ามันคือ “DNA ในสายเลือด” ที่แยกแยะไม้สักทองได้ด้วยตาเปล่า ผสานกับฝีมือของคนรุ่นใหม่ในชุมชนที่เคยไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ช่างไม้ไกลถึงเกาหลี ไต้หวัน และเซี่ยงไฮ้ แล้วตัดสินใจกลับมาเพื่อทำให้บ้านเกิดแข็งแรง 

 

เมื่อถูกถามถึงคำแนะนำสำหรับเพื่อนผู้ประกอบการ OTOP ที่ยังลังเล สินชัยยืนยันหนักแน่นว่า "อย่ารอให้พร้อม แล้วค่อยเริ่ม" เพราะบน TikTok Shop 'ความจริงใจ' ทรงพลังกว่าความสมบูรณ์แบบ

 

“หลายคนกลัวเทคโนโลยี แต่ผมอยากบอกว่า TikTok Shop คือพื้นที่ที่ให้ ‘ความเป็นมนุษย์’ มากที่สุด ลูกค้าอยากเห็นวิถีชีวิตจริงๆ ของผู้คน อยากเห็นรอยยิ้มของลุงทำเก้าอี้ ป้าที่มาช่วยแพ็กของ เด็กๆ ที่มาช่วยเสิร์ฟน้ำ ถ้าพวกเค้าไม่ได้อยู่ในจอ เค้าก็จะหายไปจากความทรงจำของผู้คน”

 

ก้าวต่อไปของ ‘หมอนไม้ไออุ่น’ 

 

สิ่งที่ทำให้ก้าวต่อไปของหมอนไม้ไออุ่นน่าสนใจ คือโมเดลการเติบโตแบบ "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" ที่มีเป้าหมายสูงสุดเพื่อตอบแทนชุมชน

 

“ถ้าผมวิ่งคนเดียว ผมอาจจะไปได้เร็ว แต่ถ้าจะไปให้ไกล เราต้องไปด้วยกัน การให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมจะทำให้ทุกคนรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน เมื่อชาวบ้านมีรายได้ ชุมชนก็เข้มแข็ง และความเข้มแข็งนั้นแหละคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่ทำให้ธุรกิจยั่งยืน”

 

ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า สินชัยตั้งเป้าให้แบรนด์ Flow Phrae Furniture และ หมอนไม้ไออุ่น เป็นหมุดหมายสำคัญของจังหวัดแพร่ ผ่านการขับเคลื่อนพื้นที่ให้เป็น Creative Industry Village (CIV) ที่สมบูรณ์แบบ ที่ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์ กิน-เที่ยว-ช้อป ได้ครบวงจร 

 

ข่าวล่าสุด

แรงขายถล่ม! SCC หยุดโรงงานเวียดนามหนีต้นทุนพุ่ง ฉุดหุ้นรูด 16 บาท