posttoday

ถอดรหัส “ชาตรามือ” 81 ปี ทำไมยิ่งเก่า ยิ่งโดนใจ Gen Z

11 เมษายน 2569

ไม่ต้องตะโกนดัง คนก็รู้จัก! อินเทจชี้ “ชาตรามือ” ขึ้นแท่นแบรนด์ชาอันดับต้น ครองใจ Gen Z ซอฟต์พาวเวอร์แบบธรรมชาติ

KEY

POINTS

  • ไม่ต้องตะโกนดัง คนก็รู้จัก! อินเทจชี้ “ชาตรามือ” ขึ้นแท่นแบรนด์ชาอันดับต้น ครองใจ Gen Z ซอฟต์พาวเวอร์แบบธรรมชาติ
  • “พราวนรินทร์” ทายาทรุ่น 3 เผย 81 ปี ผ่านมาทั้งขาขึ้นขาลง ตอนนี้มาสาขากว่า 250 แห่งในไทย และอีกกว่า 140 แห่งในต่างประเทศในปัจจุบัน

 

 

หลายครั้งที่เดินผ่านเคาน์เตอร์สีแดงของ “ชาตรามือ” ในย่านใจกลางเมือง มักจะเห็นภาพผู้คนยืนต่อคิวอยู่เสมอ แต่ความน่าสนใจไม่ได้อยู่ที่จำนวนคน แต่คือความหลากหลาย ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภาพที่เห็นไม่ได้สะท้อนถึงชื่อเสียงของแบรนด์อย่างเดียว

 

แต่นี่เป็น ปรากฏการณ์ของแบรนด์ชาเก่าแก่ ที่มีจุดเริ่มต้นจากครอบครัวชาวจีนแต้จิ๋ว ที่ย้ายมาไทยตั้งแต่ปี 2463 และกำเนิดแบรนด์ในปี 2488 และสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของเวลา ภาษา และวัฒนธรรม 

เครดิต : ChaTraMue

ทั้งนี้แม้จะเป็นแบรนด์เก่าแก่กว่า 81 ปี (หรือกว่า 100 ปี หากนับจุดเริ่มต้น) แต่ชาตรามือ กลับกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ Gen Z เทใจให้

 

ข้อมูลจาก บริษัท อินเทจ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยในงาน  Gen Z Top Brand 2026 : สุดยอดแบรนด์ครองใจ Gen Z จัดโดย Brand Buffet ระบุว่า จากผลการศึกษา 10 หมวดหมู่อุตสาหกรรม ในฝั่งเครื่องดื่มชา แบรนด์ชาตรามือเป็นแบรนด์ที่มีระดับความเชื่อมั่นและความรักจากผู้บริโภคสูงอย่างน่าประหลาดใจ โดยเฉพาะ Gen Z 

 

แล้วอะไรทำให้ Gen Z หลงรักแบรนด์อายุ 80+ ปี?

ดร.ดั่งใจถวิล อนันตชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินเทจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หนึ่งในสิ่งที่เห็นได้ชัดของ ชาตรามือ คือ แบรนด์นี้แทบไม่ต้อง “ตะโกน” ออกไปมากนัก แต่กลับมีผู้บริโภคช่วยพูดแทน เหตุผลสำคัญข้อแรกคือของมันจับต้องได้จริง ไม่ว่าเมนูอะไรที่ออกมาใหม่ รสชาติก็ยังคงมาตรฐาน อร่อย สม่ำเสมอ และไว้ใจได้ นี่คือสิ่งที่แบรนด์ทำได้อย่างแข็งแรงมาตลอด จนกลายเป็นความเชื่อมั่นพื้นฐานของผู้บริโภค

ดร.ดั่งใจถวิล อนันตชัย

ขณะเดียวกัน แม้เรื่องสตอรี่จะสำคัญ โดยเฉพาะกับ Gen Z ที่เปิดรับและชอบฟังเรื่องเล่าของแบรนด์ แต่ความจริงคือ “ฟังได้ ไม่ได้แปลว่าจะเชื่อ หรือซื้อทันที” เพราะผู้บริโภครุ่นนี้มีพฤติกรรมตรวจสอบข้อมูลสูง และเส้นทางการตัดสินใจซื้อก็ไม่ได้เป็นเส้นตรง แต่วนไปมา ซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้น ต่อให้เล่าเรื่องดีแค่ไหน หากแบรนด์ไม่มีของจริงรองรับ ก็อาจไม่เกิดการซื้อ

 

ทั้งนี้ถ้าพูดถึงแบรนด์ร้านชาแบบมีสาขา ที่ผู้บริโภคนึกถึง ชาตรามือ ขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ ด้วยสัดส่วนสูงถึงราว 78% และมีระดับการรับรู้ (awareness) เกือบแตะ 100% แต่ที่น่าสนใจกว่าคือ เมื่อวัดต่อไปถึงการ “เปลี่ยนจากการรับรู้เป็นการใช้งานจริง” กลับพบว่าอัตราสูงมากจนเกือบเต็ม 100% เช่นกัน

ถอดรหัส “ชาตรามือ” 81 ปี ทำไมยิ่งเก่า ยิ่งโดนใจ Gen Z

นั่นหมายความว่า คนที่รู้จักแบรนด์นี้ แทบทั้งหมด “เคยลอง” และ “กลายเป็นลูกค้า” 

 

ซอฟต์พาวเวอร์โดยธรรมชาติ 

ดร.ดั่งใจถวิล กล่าวต่อว่า ในอีกมุมหนึ่งที่ลึกขึ้นไป แม้ผู้บริโภคจะไม่ได้พูดตรง ๆ ว่าเลือกแบรนด์จาก “อารมณ์” หรือ “ความภูมิใจ” แต่เมื่อวิเคราะห์ผ่าน Brand Sense พบว่ามิติทาง Emotional กลับมีพลังอย่างมาก ชาตรามือ กลายเป็นมากกว่าเครื่องดื่ม แต่เป็น “สัญลักษณ์” บางอย่างของความเป็นไทย ภาพของแก้วชาไทยที่ถูกถือในต่างประเทศ หรือการที่นักท่องเที่ยวพูดว่า “มาไทยต้องกิน” สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์นี้กำลังทำหน้าที่เป็น Soft Power โดยธรรมชาติ

โรเซ่ ดื่มชาตรามือก่อนขึ้นเวทีคอนเสิร์ต

ผู้บริโภคอาจไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ แต่พฤติกรรมการถ่ายรูป แชร์ หรือหยิบไปเป็นของฝากกำลัง “สร้างคุณค่าให้แบรนด์” อยู่ตลอดเวลานั่นเอง 

 

บทเรียนสำคัญอีกข้อจาก ชาตรามือ คือ ต่อให้แบรนด์แข็งแรงแค่ไหน หาก “ความสม่ำเสมอ” สะดุดเพียงจุดเดียว เช่น ร้านสาขาใดสาขาหนึ่งคุณภาพดรอป แม้ไม่ได้ตั้งใจ ก็สามารถทำให้ประสบการณ์ของผู้บริโภค “หลุดจากลูป” ได้ทันที เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้แบรนด์เติบโตไม่ใช่แค่โปรดักต์ที่ดี แต่คือการที่ โปรดักต์ดีอย่างสม่ำเสมอ บวกกับประสบการณ์ที่ไม่แกว่ง บวกความรู้สึกที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นรวมกัน

เครดิต : ChaTraMue

81 ปี จาก "ถุงชาในร้านรถเข็น" สู่ 250 สาขาในไทย และ 140 แห่งในต่างประเทศ 

ด้านพราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช ทายาทรุ่นสาม ชาตรามือ เปิดเผยว่า เดิมภาพจำของแบรนด์คือชาที่ใช้ในร้านกาแฟรถเข็น หรือโรงแรมต่างๆ เมื่อก่อนเราเป็นเพียงผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชาเท่านั้น แต่พอได้นำแบรนด์ไปออกงานนิทรรศการ (Exhibition) และมีการชงชาให้ลูกค้าได้ลองชิม จนเกิดเสียงเรียกร้องจากลูกค้าว่า "ทำไมไม่ขายในงานเลย" คำพูดเล็กๆ ในวันนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้คุณแม่ตัดสินใจเปิดร้านขายเครื่องดื่มอย่างจริงจัง จนขยายตัวเป็นลำดับขั้นจากบูธในงาน สู่ร้านค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ต และกลายเป็นอาณาจักรที่มีสาขากว่า 250 แห่งในไทย และอีกกว่า 140 แห่งในต่างประเทศในปัจจุบัน

พราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช ในงาน Gen Z Top Brand 2026 โดย Brand Buffet

เธออธิบายว่าโมเดลธุรกิจของชาตรามือถูกแบ่งออกตามกลุ่มเป้าหมาย คือ

  • เคาน์เตอร์ (Counter Service) เน้นความรวดเร็วแบบ Grab & Go
  • ร้านคาเฟ่ ออกแบบมาเพื่อกลุ่มนักศึกษาหรือชาวต่างชาติที่ต้องการพื้นที่นั่งพักและเลือกซื้อสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น
  • ไดร์ฟทรู รูปแบบใหม่ที่เน้นความสะดวกสบายและมีการเพิ่มเมนูอาหารเข้ามาเสริม

ในการบริหารจัดการ แบรนด์เลือกใช้ระบบ Corporate บริหารเอง สำหรับสาขาในไทยเพื่อควบคุมมาตรฐานสินค้าที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ส่วนในต่างประเทศจะเน้นระบบ Licensing เพราะต้องการพาร์ทเนอร์ในท้องถิ่นที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และสามารถดูแลการดำเนินงานแบบวันต่อวัน ได้อย่างใกล้ชิด

 

ก้าวข้ามกำแพง Generation สู่ Gen Z

ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงไป พราวนรินทร์ บอกว่า แบรนด์ ยังคงยึดมั่นในสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ส่งต่อมา นั่นคือ "ความจริงใจและความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า" โดยมุ่งเน้นการส่งมอบชาที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่า นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้แบรนด์ก้าวข้ามกำแพง Generation เข้าไปครองใจชาว Gen Z ได้สำเร็จ 

 

เธอยังวิเคราะห์ว่า ความเชื่อมั่นและเชื่อใจ เกิดจากการรักษาคุณภาพที่เป็น "Core" หลักเอาไว้ แต่ในขณะเดียวกัน แบรนด์ก็ต้องปรับปรุงองค์ประกอบอื่นๆ ให้ร่วมสมัยอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น การสื่อสารปรับช่องทางให้เข้ากับยุคสมัย บรรจุภัณฑ์ ออกแบบใหม่ให้ดึงดูดใจ พัฒนาสินค้าใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบัน

เครดิต : ChaTraMue ชาตรามือในฮ่องกง

80 ปี ธุรกิจมีทั้งขาขึ้นและขาลง 

อย่างไรก็ตาม เธอบอกว่า ก้าวต่อไปของชาตรามือคือการไม่หยุดพัฒนา เพื่อให้แบรนด์เป็นที่รักของลูกค้าและขยายตลาดต่างประเทศให้กว้างไกลกว่าเดิม

 

ท้ายที่สุด พราวนรินทร์ ฝากข้อคิดถึงเจ้าของธุรกิจที่กำลังเผชิญกับความท้าทายว่า ตลอด 80 ปีที่ผ่านมาธุรกิจย่อมมีทั้งช่วง "ขาขึ้นและขาลง" สิ่งสำคัญคือต้องรู้จัก "วิเคราะห์ผลกระทบ" เพื่อหาทางออกที่เหมาะสม และหัวใจที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้แบรนด์รอดพ้นจากทุกวิกฤตคือการ "เอาลูกค้าเป็นหลัก" 

ข่าวล่าสุด

"นายกฯ อนุทิน" จัดทัพบริหารประเทศ แบ่งงาน 8 กลุ่ม ดึงมืออาชีพคุมเศรษฐกิจ