posttoday

สภาอุตฯ ชูแผนปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ รับมือวิกฤตพลังงาน พยุง SME ทั้งระบบ

22 มีนาคม 2569

สภาอุตสาหกรรมไทย ชู “Reinvent Thailand” ผนึกภาคการเงิน อัดมาตรการเสริมสภาพคล่อง-ค้ำประกันสินเชื่อ รับมือวิกฤตพลังงานแพง-ซัพพลายเชนป่วน เจาะ 6 อุตสาหกรรมหลัก

ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ดันต้นทุนพลังงานและความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานเพิ่มขึ้น ภาคเอกชนไทยเร่งปรับเกมเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “Reinvent Thailand” เพื่อยกระดับโครงสร้างการผลิตจากฐานเดิมสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และมูลค่าเพิ่ม

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมาพร้อมชุดมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งการเสริมสภาพคล่อง การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมุ่งประคองธุรกิจในระยะสั้น ควบคู่กับการวางรากฐานการเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ยังมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่อง

 

ขับเคลื่อน Reinvent Thailand

 

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคการเงิน และภาคเอกชน ภายใต้คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมกันขับเคลื่อน Reinvent Thailand เราต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจากที่เคยเป็นฐานการผลิตแบบดั้งเดิม สู่การเป็นฐานการผลิตที่ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ (Value-Based Economy) การลงทุนในเครื่องจักรใหม่ โรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) และการพัฒนาทักษะแรงงาน คือ หัวใจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

 

พยุง SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากตะวันออกกลาง

   

ด้านนายอภิชิต  ประสพรัตน์ ประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) กล่าวว่า การนำเสนอมาตรการ Reinvent Thailand ที่เน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาเรื่องสภาพคล่องและความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน ผ่าน 6 มาตรการหลัก

 

เสริมสภาพคล่องผ่าน PromptBIZ (จากธนาคารกรุงไทย) : โดยใช้ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐประกอบการพิจารณาสินเชื่อ ช่วยให้คู่ค้าภาครัฐเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวกและบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขยายผลนำไปใช้กับ Supply Chain ภาคเอกชนภายใต้แนวคิด ‘พี่ช่วยน้อง’ โดยธุรกิจขนาดใหญ่จะช่วยสนับสนุนคู่ค้า SME ในห่วงโซ่อุปทาน ธนาคารมีข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านระบบ PromptBIZ เพื่อช่วยลดต้นทุนทางการเงิน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

 


 

มาตรการกองทุนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน (BOI) : สำหรับการลงทุนด้านนวัตกรรม ยกระดับประสิทธิภาพในการผลิต เพื่อเพิ่มขีดคววามสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ SMEs โดยให้เงินสนับสนุนเพื่อดำเนินการวิจัยและพัฒนา การปรับปรุงเครื่องจักรระบบอัตโนมัติ และการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว ภายใต้วงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อนิติบุคคล


 

มาตรการค้ำประกันสินเชื่อ: โครงการ SMEs Credit Boost (จากธนาคารแห่งประเทศไทย) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจที่มีศักยภาพเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และโครงการค้ำประกันสินเชื่อ “Quick Big Win” (จาก บสย.) เพื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจและลดความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน

 

บสย.ช่วยกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว นำเข้า-ส่งออก

 

ขณะที่ ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า นอกจากมาตรการค้ำประกันสินเชื่อ “บสย. Quick Big Win” บสย. ยังได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าและลูกหนี้ บสย. กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจนำเข้า-ส่งออกที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ประกอบด้วย


1.มาตรการช่วยลูกค้า บสย. พักชำระค่าธรรมเนียมและค่าจัดการค้ำประกัน 3 เดือน สำหรับ SMEs ลูกค้า บสย. ที่จะครบกำหนดชำระ ระหว่างวันที่ 15 มีนาคม – 14 เมษายน 2569

 

2. มาตรการช่วยลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม สามารถขอรับสิทธิ์พักชำระค่างวด 3 เดือน (ทั้งส่วนของเงินต้นและดอกเบี้ย) สำหรับลูกหนี้ บสย. ที่อยู่ในระหว่างผ่อนชำระตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ และไม่ผิดนัดชำระหนี้ โดยลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 14 เมษายน 2569

 

Reinvent Thailand เจาะ 6 อุตสาหกรรมหลัก 

 

สำหรับกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย 6 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก (Priority Sectors) รวมถึงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)  ที่เกี่ยวข้องซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญและมีบทบาทอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ได้แก่

 

  1. Agri & Food Processing: อุตสาหกรรมเกษตรและการแปรรูปอาหารที่มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าและมาตรฐานความปลอดภัย 
  2. Automotive: การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ พร้อมต่อยอดสู่การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
  3. Medical & Wellness: การพัฒนาอุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานสากล ควบคู่กับการส่งเสริมสุขภาพ 
  4. Smart Electronics: การยกระดับสู่อุตสาหกรรมที่เน้นการออกแบบและนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง 
  5. Tourism: การพัฒนาและยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 
  6. Retail & Trading: การเสริมสร้างศักยภาพด้านการค้า การกระจายสินค้า และการเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศรวมถึง Supply Chain & Logistic ของกลุ่มเป้าหมาย

 


6 อุตสาหกรรม ครอบคลุม SMEs 2.6 แสนราย

 

ข้อมูลจากสถิติของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และกระทรวงพาณิชย์ ชี้ให้เห็นว่า ทั้ง 6 อุตสาหกรรมนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยครอบคลุม SMEs จำนวน 268,004 ราย สร้างงานกว่า 10.59 ล้านคน และมีรายได้รวม 39.2 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่สูงมากในโครงสร้างเศรษฐกิจไทย (47% ของ SMEs, 55% ของการจ้างงาน และ 64% ของรายได้รวม)

 

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เชื่อมั่นว่าความร่วมมือภายใต้ Reinvent Thailand และมาตรการช่วยเหลือนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถก้าวข้ามความท้าทายจากสถานการณ์โลก และเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในการปรับตัวสู่การเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ ซันเดอร์แลนด์ พรีเมียร์ลีก วันนี้ 22 มี.ค.69