posttoday
SPVI หุ้นค้าปลีกไอที เดิมพันอนาคต 3-5 ปี ปั้นธุรกิจใหม่สู่ Growth Stock

SPVI หุ้นค้าปลีกไอที เดิมพันอนาคต 3-5 ปี ปั้นธุรกิจใหม่สู่ Growth Stock

21 พฤษภาคม 2569

ฝ่าเศรษฐกิจซึม! SPVI รุกหนักไตรมาส 2/2569 ส่งแคมเปญ Back to School ชู iPad และ MacBook Neo ท้าชนช่วงโลว์ซีซัน พร้อมกางแผนปี 2569 จากเร่งยอดขาย สู่เร่งกำไร หลังไตรมาส 1/2569 โชว์กำไรพุ่งแรงกว่า 182% ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง พร้อมปิดสาขาเร่งลีน อัปเกรด iStudio สู่ Premium Partner หวังดันกำไรโตยั่งยืน

KEY

POINTS

  • ฝ่าเศรษฐกิจซึม! SPVI รุกหนักไตรมาส 2/2569 ส่งแคมเปญ Back to School ชู iPad และ MacBook Neo ท้าชนช่วงโลว์ซีซัน
  • พร้อมกางแผนปี 2569 จากเร่งยอดขาย สู่เร่งกำไร หลังไตรมาส 1/2569 โชว์กำไรพุ่งแรงกว่า 182% ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง
  • พร้อมปิดสาขาเร่งลีน อัปเกรด iStudio สู่ Premium Partner หวังดันกำไรโตยั่งยืน

ในวันที่กำลังซื้อยังไม่กลับมาเต็มที่ และตลาดสมาร์ทโฟนเผชิญแรงกดดันจากฤดูกาลขายที่ชะลอตัว หลายบริษัทเลือก "ประคองตัว" เพื่อรอจังหวะฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

แต่สำหรับ "บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SPVI" กลับเลือกใช้ช่วงเวลานี้เป็นจังหวะ "จัดระเบียบธุรกิจ" ครั้งใหญ่

นายไตรสรณ์ วรญาณโกศล กรรมการผู้จัดการ SPVI เผยมุมมองในงานนำเสนอข้อมูลงบการเงินผลการดำเนินงานประจำไตรมาส (Earnings Call) รวมถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในอนาคตว่า ทิศทางธุรกิจไตรมาส 2/2569 ซึ่งเป็นช่วง Low Season ของสินค้ากลุ่ม iPhone บริษัทได้เตรียมแผนรับมือผ่านแคมเปญ Back to School อย่างเต็มรูปแบบ

โดยจะเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ 2 กลุ่มหลักที่มีราคาพิเศษเพื่อการศึกษา คือ

  • iPad โดยเฉพาะรุ่น Entry Level (iPad Gen) ที่จะเน้นเจาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษาในช่วงเปิดเทอมเดือนพฤษภาคม
  • MacBook Neo สินค้า Hero Product รุ่นใหม่ที่เปิดตัวด้วยระดับราคาที่เข้าถึงง่ายที่สุดในรอบ 30 ปี นั่นคือต่ำกว่า 20,000 บาท คาดว่าจะได้รับการตอบรับอย่างสูงในตลาดการศึกษา

ทั้งนี้บริษัทเชื่อมั่นว่ายอดขายจากกลุ่มสินค้าเพื่อการศึกษาเหล่านี้จะเข้ามาช่วยฟื้นชีวิต และชดเชยอัตราการลดลงของ iPhone ในช่วงไตรมาสนี้ได้

SPVI ประกอบธุรกิจหลักเป็นหนึ่งในตัวแทนจำหน่าย (Reseller) ผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้า Apple ทั้งคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์ประเภท iOS และอุปกรณ์เสริมต่างๆ รวมทั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าอื่นๆ ที่สามารถนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ Apple เป็นหลัก เพื่อที่จะรองรับความต้องการของลูกค้าได้ครบวงจร นอกจากนี้ บริษัทยังได้ขยายธุรกิจการบริการให้แก่ลูกค้า โดยมีศูนย์บริการสำหรับสินค้าภายใต้ตราผลิตภัณฑ์ Apple ในนาม iCenter

ปี 69 เน้นกำไรมากกว่ายอดขาย

กลยุทธ์หลักของ SPVI ในปี 2569 ไม่ใช่การเร่งยอดขายให้เติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก แต่เป็นการ "ทำตัวเองให้ลีน (Lean)" และเน้นความสามารถในการทำกำไรเป็นหลัก

โดยมีเสาหลักที่สำคัญ คือ 1. การอัปเกรดร้านค้า บริษัทมีแผนอัปเกรดร้าน iStudio ให้เป็น Apple Premium Partner (APP) เพิ่มอีก 3 แห่งในปีนี้ ได้แก่ เซ็นทรัลพระราม 9, ซีคอนสแควร์ และเซ็นทรัลระยอง ซึ่งจะมีศูนย์ซ่อมบริการเบ็ดเสร็จในจุดเดียว ช่วยกระตุ้นยอดขายและลดค่าใช้จ่ายจากการควบรวมสาขา

2. ประสิทธิภาพการบริหารเงิน บริษัทตั้งเป้ารักษาวงจรเงินสด (Cash Cycle) ให้อยู่ในระดับต่ำ โดยล่าสุดทำได้เพียง 11 วัน และมีอัตราการหมุนเวียนสต็อกสินค้าที่รวดเร็วเพียง 26 วัน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินได้เป็นอย่างดี

และ 3. ความยืดหยุ่น (Flexibility) เตรียมรับมือปัจจัยเสี่ยงภายนอก ทั้งปัญหาราคาน้ำมัน การขาดแคลนชิป (Chip Shortage) และกำลังซื้อที่อาจลดลง โดยเน้นสินค้ากลุ่มราคาเข้าถึงง่ายของ Apple ที่ยังไม่มีการปรับราคาขึ้นเพื่อจูงใจลูกค้า

ก้าวต่อไป Growth Stock ใน 3-5 ปี

ในระยะยาว SPVI วางเป้าหมายก้าวข้ามผ่านวิกฤตเศรษฐกิจปีนี้ไปให้ได้อย่างแข็งแกร่ง เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็น Growth Stock ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า

โดยบริษัทกำลังมองหาโอกาสในธุรกิจใหม่ๆ (New S-Curve) เพื่อขยายฐานรายได้ให้หลากหลายมากขึ้น

"เรายังคงมุ่งมั่นสร้างผลกำไรและเติบโตอย่างยั่งยืน แม้ปีนี้จะมีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจ แต่ด้วยต้นทุนที่ต่ำ ฐานลูกค้าที่มีคุณภาพ และสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง เรามั่นใจว่าจะก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านี้ไปได้"

ภาพ SETTRADE

Q1/69 โกยกำไรกระฉูด

ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวม 2,030.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ทำได้ 1,888.25 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายผ่านทางหน้าร้านและช่องทางออนไลน์

ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับผู้จัดจำหน่าย รวมถึงการมีช่องทางการจ่ายชำระและผ่อนชำระสินค้าที่หลากหลายที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าได้สะดวกมากขึ้น โดยกลุ่มสินค้า iPhone ยังคงได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ iPhone 17

ขณะที่ กำไรสุทธิ 54.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 182.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ทำได้ 19.23 ล้านบาท โดยอัตรากำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากร้อยละ 1.02 เป็นร้อยละ 2.67 ผลจากความสามารถในการผลักดันยอดขายควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ

SPVI หุ้นค้าปลีกไอที เดิมพันอนาคต 3-5 ปี ปั้นธุรกิจใหม่สู่ Growth Stock

สภาวะเศรษฐกิจไทยโดยรวมในไตรมาส 1/2569 ยังคงขยายตัวในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป หลังจากภาคการท่องเที่ยวขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงต้นปี แม้กำลังซื้อภายในประเทศยังคงเผชิญความท้าทายจากภาระหนี้ครัวเรือนและต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศส่งผลให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น

ท่ามกลางสภาวะดังกล่าว ตลาดสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ไอทียังคงได้รับแรงกระตุ้นจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในช่วงที่ผ่านมา และกระแสความต้องการอัปเกรดอุปกรณ์เพื่อรองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI) ที่เริ่มมีบทบาทสำคัญในการใช้งานจริง

ภายใต้ความท้าทายข้างต้น บริษัทยังคงสามารถสร้างการเติบโตของรายได้และผลกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ผลจากการตอบรับที่ดียิ่งของกลุ่มสินค้า iPhone ประกอบกับการมีช่องทางการชำระเงินและโปรแกรมผ่อนชำระที่หลากหลายช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินการเชิงกลยุทธ์ในการปรับปรุงประสิทธิภาพโครงสร้างองค์กร ผ่านการบริหารจัดการสาขาและการควบคุมค่าใช้จ่ายคงที่อย่างมีประสิทธิภาพส่งผลให้บริษัทมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนได้ดียิ่งขึ้น

ในไตรมาส 1/2569 บริษัทได้ปิดสาขาเพิ่มเติมจำนวน 11 สาขา จากสิ้นปี 2568 เนื่องจากเป็นสาขาที่ไม่สามารถทำผลการดำเนินงานและผลกำไรได้ตามเป้าหมาย โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีสาขาที่เปิดให้บริการจำนวน 62 สาขา (31 ธันวาคม 2568 : 73 สาขา) ประกอบด้วย

  • iStudio 10 สาขา 
  • iCenter 3 สาขา
  • UStore 20 สาขา 
  • Mobi 5 สาขา
  • AIS Shop by Partner 24 สาขา

SPVI หุ้นค้าปลีกไอที เดิมพันอนาคต 3-5 ปี ปั้นธุรกิจใหม่สู่ Growth Stock

ข่าวล่าสุด

SPVI หุ้นค้าปลีกไอที เดิมพันอนาคต 3-5 ปี ปั้นธุรกิจใหม่สู่ Growth Stock

SPVI หุ้นค้าปลีกไอที เดิมพันอนาคต 3-5 ปี ปั้นธุรกิจใหม่สู่ Growth Stock