


2+



ถอดรหัส JOURNAL ทำไม "บอดี้ออยล์" ถึงขายดีดันรายได้ถึง 575 ล้าน
ถอดรหัสความสำเร็จ JOURNAL ทำไมบอดี้ออยล์ ถึงขายดีแซงหน้าน้ำหอมที่เคยเป็นสินค้าหลัก ดันรายได้ทะลุ 575 ล้านบาทปี 2568 และความคืบหน้าภารกิจพาแบรนด์ไทยไปปักธงตลาดโลก
KEY
POINTS
- ถอดรหัสความสำเร็จ JOURNAL ทำไมบอดี้ออยล์ถึงขายดี กลายเป็นสินค้าหลักแซงหน้าน้ำหอม ดันรายได้พุ่ง 575 ล้าน
- สองผู้ก่อตั้งหวังแตะระดับ 1,000 ล้านบาทในอีก 2 ปี
- เดินหน้าวางกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ผ่านพรีเซ็นเตอร์ “พีพี–กฤษฏ์” - พัฒนาสินค้าไซส์ทดลอง เพิ่มการเข้าถึงราคาหลักร้อย ง่ายต่อการตัดสินใจซื้อ
“ตอนนี้ JOURNAL กำลังอยู่ในช่วงแต่งตัว เพื่อเตรียมความพร้อมพาแบรนด์ไทยปักธงต่างประเทศ”
คำพูดของ จักรชลัช เกษจำรัส ผู้บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง JOURNAL กำลังสะท้อนภาพของแบรนด์ไทยที่กำลังยืนอยู่ในช่วงสำคัญไม่ต่างจากช่วงเวลาที่คนคนหนึ่งกำลังจัดกระเป๋า เตรียมตัวก้าวจากโลกที่คุ้นเคย ไปสู่สนามใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิม
หากย้อนกลับไปเมื่อปีก่อน เขาเคยบอกกับ โพสต์ทูเดย์ ว่าความฝันของ JOURNAL คือการพาแบรนด์ไทยออกไปยืนบนเวทีโลก และในระยะยาว คือการผลักดันบริษัทเข้าสู่ตลาดทุนเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
มาถึงปีนี้ความฝันนั้นขยับเข้าใกล้ความจริงขึ้นอีกขั้น เพราะในปีที่ผ่านมาเขาตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 500 ล้านบาท แต่สามารถทำได้จริงถึง 575 ล้านบาท จากปี 2024 ที่รายได้อยู่ที่ 323 ล้านบาท นับเป็นตัวเลขที่สะท้อนการเติบโตของแบรนด์ ซึ่งไม่ได้มาจากโชคแต่เป็นผลจากการ “กล้าเดิมพัน” ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 8 ปีตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์มา ทั้งการทุ่มงบการตลาดในระดับที่ไม่เคยทำมาก่อน และการเลือก พีพี–กฤษฏ์ อำนวยเดชกร มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์บอดี้ออยล์
อะไรคือปัจจัยทำให้บอดี้ออยล์กลายเป็นฮีโร่โปรดักส์ของแบรนด์ ?
จักรชลัช เล่าว่า บอดี้ออยล์ขึ้นแท่นเป็นสินค้าฮีโร่โปรดักส์ของ JOURNAL ในปีที่ผ่านมามียอดขายเติบโตถึง 136% เฉพาะในช่องทางออนไลน์เพียงอย่างเดียวจนแซงหน้าน้ำหอม
เหตุผลสำคัญไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการ “แก้ Pain Point เดิมของตลาด”ในอดีตผู้บริโภคจำนวนมากมองว่าบอดี้ออยล์ เหนียว เหนอะหนะ ใช้ยาก และไม่เหมาะกับอากาศร้อน แต่ JOURNAL เลือกพัฒนาสูตรให้เป็น Dry Oil ที่ซึมเร็วให้การบำรุงลึกกว่าโลชั่น แต่ไม่ทิ้งความมันบนผิว พร้อมฟินิชผิวโกลว์ สุขภาพดี ซึ่งกลายเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคชื่นชอบอย่างมาก
ออยล์ของ JOURNAL ถูกออกแบบมาเพื่อเมืองร้อนโดยเฉพาะ ทำให้ผู้บริโภคกล้าเปิดใจลอง และเมื่อได้ลอง ก็กลับมาซื้อซ้ำ นอกจากนั้นยังมีการพัฒนากลิ่น และพัฒนาเป็นออยล์กันแดด พยายามหาสิ่งใหม่ ๆ เพื่อตอบเทรนด์ผู้บริโภคอยู่เสมอ
พลังพรีเซ็นเตอร์เร่งการเติบโต
อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญคือการมี พีพี–กฤษฏ์ อำนวยเดชกร เป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์บอดี้ออยล์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 บทบาทของพรีเซ็นเตอร์ไม่ได้เปลี่ยนทิศทางแบรนด์ แต่ทำหน้าที่เป็น ตัวเร่ง ให้แบรนด์ขยายตัวเร็วขึ้นในมิติของการรับรู้และการเข้าถึงลูกค้าใหม่
ธนัญญา สุธีรชัย Managing Director และผู้ร่วมก่อตั้ง เล่าว่านี่คือครั้งแรกที่ JOURNAL ทุ่มงบการตลาดก้อนใหญ่ที่สุดราว ๆ 50 ล้านบาท รวมค่าตัวพรีเซ็นเตอร์ ตั้งแต่สื่อ Out of Home การเป็นสปอนเซอร์คอนเสิร์ต
ไปจนถึงการทำกิจกรรมร่วมกับลูกค้าอย่างเข้มข้น
ผลลัพธ์คือ Brand Awareness ที่พุ่งขึ้นอย่างชัดเจน มีฐานลูกค้า Gen Z, Young Millennials และแฟนต่างชาติขยายตัว สะท้อนกลับมาเป็นดีมานด์ใหม่ในเชิงโครงสร้างรายได้
ผู้บริหารเปรียบความรู้สึกช่วงนี้ว่าเหมือน “ขึ้นหลังเสือ” เพราะยิ่งแบรนด์ใหญ่ ความกดดันยิ่งสูง แต่ในขณะเดียวกัน พรีเซ็นเตอร์ก็ช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์จากแบรนด์ท้องถิ่น สู่แบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือในระดับสากล
ไซส์เล็ก ราคาเข้าถึงง่าย กลยุทธ์ที่ทลายกำแพงการลอง
นอกจากนั้น จักรชลัช เสริมอีกว่าอีกกลยุทธ์ที่แบรนด์ทำคือการ ออกสินค้าไซส์เล็กราคาหลักร้อย เพื่อทลายกำแพงการตัดสินใจของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่เคยใช้บอดี้ออยล์มาก่อน
JOURNAL พัฒนาบอดี้ออยล์ หลายขนาด ตั้งแต่
- ไซส์ทดลอง 10 ml ราคา 150 บาท
- ไซส์ 30 ml ราคา 390 บาท ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
- ไปจนถึง ไซส์มาตรฐาน 180 ml ราคา 1,190 บาท สำหรับลูกค้าที่มั่นใจในคุณภาพและกลับมาซื้อซ้ำ
โดยไซส์เล็กจะถูกทำเฉพาะกลิ่นที่เป็น Hero Product เช่น Charm, First love , The Lagacy เพื่อให้การลองครั้งแรกเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุด และเพิ่มโอกาสในการกลับมาซื้อซ้ำในระยะยาว
กลยุทธ์นี้ยังสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok ที่ตัดสินใจซื้อเร็ว ชอบสินค้าที่จับต้องได้ และพร้อมจ่ายกับราคาหลักร้อยแบบ Impulse Purchase ทำให้ JOURNAL สามารถเก็บยอดขายจากกระแสโซเชียลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บอดี้ออยล์รายได้มากกว่าสินค้ากลุ่มอื่น
ทำให้วันนี้หากมองเข้าไปในพอร์ตสินค้าของ JOURNAL จากน้ำหอมที่เคยเป็นตัวหลัก กลายเป็นแบรนด์ที่มีบอดี้ออยล์เป็นหัวใจของธุรกิจอย่างแท้จริง
เนื่องจากบอดี้ออยล์สร้างรายได้ถึง 65% ของทั้งแบรนด์ ขณะที่น้ำหอมมีสัดส่วนราว 20% และที่เหลือคือกลุ่ม Home Fragrance ซึ่งกำลังถูกจับตาในฐานะหมวดหมู่ที่ผู้บริหารคาดว่าจะผลักดันให้เติบโตในระยะต่อไป
ตัวเลขรายได้ย้อนหลังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านนี้อย่างชัดเจน
- ปี 2023 JOURNAL มีรายได้ 180 ล้านบาท
- ปี 2024 ขยับเป็น 323 ล้านบาท
- และปี 2025 พุ่งขึ้นเป็น 575 ล้านบาท
“ปี 2025 ถือว่าโตมาก เกินกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ 500 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากการบริหารจัดการสต็อกและคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดไว้” จักรชลัส กล่าว
เขาบอกว่า การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้ ไม่ได้ทำให้ JOURNAL หยุดอยู่กับความสำเร็จระยะสั้น แต่กลับผลักดันให้แบรนด์เริ่มคิดในระดับที่ไกลกว่าเดิม จาก แบรนด์ไทย สู่ Global Mindset
โตต่ออย่างมีทิศทาง ไม่ใช่แค่โตเร็ว
สองผู้บริหารเล่าว่า เป้าหมายถัดไปของ JOURNAL คือการเติบโตเฉลี่ย 40–50% ต่อปี ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ราว 876 ล้านบาท และหวังแตะ 1,000 ล้านบาทภายใน 2 ปี
โดยมีแผนขยายสาขาหน้าร้านจาก 21 เป็น 25 สาขา กระจายจุดจำหน่ายผ่าน Consignment ในห้างสรรพสินค้าและรีเทลบิวตี้สโตร์อย่าง EVEANDBOY และ BEAUTRIUM เพื่อทำให้ผู้บริโภคเข้าถึง ทดลอง และตัดสินใจได้ง่ายที่สุด
วันนี้สัดส่วนยอดขายออนไลน์และออฟไลน์ของ JOURNAL อยู่ที่ราว 50:50
แสดงให้เห็นว่าแบรนด์สามารถเติบโตได้ทั้งในโลกดิจิทัลและรีเทลจริง
ไม่หยุดพัฒนา เพราะผู้เล่นรายใหม่เยอะ
ทั้งสองผู้บริหารย้ำตรงกันว่า หัวใจการเติบโตคือการ ไม่หยุดพัฒนาโปรดักต์ ขณะนี้แบรนด์กำลังซุ่มพัฒนา Hero Product ใหม่ หลายตัว
กระจายอยู่ในทั้ง 3 กลุ่มหลัก Body, Perfume และ Home บางโปรดักต์อาจได้เห็นภายในปีนี้ และเป็นสินค้าที่ทีมงานภูมิใจมากแต่ยังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน
โดยเฉพาะกลุ่ม Home Fragrance ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ แต่พอร์ตของ JOURNAL ยังถือว่าเล็ก แผนธุรกิจในปัจจุบันยังไม่ได้รวมศักยภาพของตลาด Home แบบเต็มที่ รวมถึงยังไม่ได้นับรวมฮีโร่โปรดักต์ใหม่ในฝั่งน้ำหอมและบอดี้ออยล์อีก 2–3 ตัว ที่มีโอกาสเติบโตขึ้นมาเป็นแกนหลักของแบรนด์ในอนาคต
ตลาดบอดี้ออยล์เดือดกว่าที่เคย
ความสำเร็จของ JOURNAL ทำให้บอดี้ออยล์ไม่ใช่ตลาดเงียบอีกต่อไป ผู้เล่นรายใหม่หลั่งไหลเข้ามาพร้อมกลยุทธ์ที่คล้ายกันอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสงครามราคา การแย่งพื้นที่คีย์เวิร์ดบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และภาพลักษณ์ที่เริ่มคล้ายคลึงกัน ทั้งแพ็กเกจ โทนการสื่อสาร และคำเคลมทั้งหมดสะท้อนว่าบอดี้ออยล์ได้กลายเป็นตลาดที่ “ใครๆ ก็อยากเข้ามาแชร์เค้ก”
จักรชลัชย้ำว่า แม้ JOURNAL จะไม่ใช่ผู้คิดค้นบอดี้ออยล์รายแรก แต่คือแบรนด์ที่จะยกระดับมาตรฐานของหมวดสินค้า ด้วยการพัฒนา Dry Oil ที่ลบภาพจำเรื่องความเหนียวและไม่เหมาะกับอากาศร้อน รวมถึงพัฒนาออยล์กันแดด และการมีพรีเซ็นเตอร์ระดับ Global การทุ่มงบการตลาดก้อนใหญ่ และการตอกย้ำสถานะของแบรนด์ในฐานะ ผู้สร้างมาตรฐาน
ขณะเดียวกัน ประสบการณ์หน้าร้านยังเป็นอีกหนึ่งจุดแข็ง เพราะ JOURNAL เชื่อว่าเครื่องหอมต้อง “ได้ดม ได้ลอง และได้สัมผัสจริง” ซึ่งเป็นต้นทุนที่แบรนด์ออนไลน์เพียงอย่างเดียวเข้าไม่ถึง
ขยายสู่ตลาดโลกแบบสร้างแรงกระเพื่อม
เขายังเล่าแผนว่า เมื่อการเติบโตในประเทศเริ่มแข็งแรง JOURNAL จึงค่อย ๆ วางหมากสู่เวทีนานาชาติอย่างมีจังหวะ ไม่ใช่การกระโดดออกไปแบบเร่งรีบ แต่เป็นการเลือกพื้นที่ที่เหมาะ และพร้อมที่สุดเป็นลำดับแรก
สิงคโปร์และมาเลเซียถูกมองว่าเป็นก้าวถัดไป ด้วยเศรษฐกิจที่ยังเติบโต มีกำลังซื้อสูง และเปิดรับแบรนด์พรีเมียมจากต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน JOURNAL ก็เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีจากฐานลูกค้าในฮ่องกงและไต้หวัน ที่ติดตามและซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่ากลิ่นและเรื่องราวของแบรนด์กำลังข้ามพรมแดนได้จริง
“การไปต่างประเทศไม่ใช่แค่ ไปให้มีชื่อ แต่ต้องไปให้เกิดแรงกระเพื่อม กลยุทธ์ของแบรนด์ถ้าจะเปิดตัวในตลาดโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคที่การแข่งขันสูงอย่างยุโรป จะไม่เลือกทางลัดด้วยบูธขนาดเล็กหรือการทดลองแบบประหยัดงบ แต่พร้อมลงทุนก้อนใหญ่ สร้างการปรากฏตัวในสเกลที่สะท้อนความจริงจังและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในระดับสากล
ในมุมของโครงสร้างธุรกิจ JOURNAL เลือกไม่พึ่งพาการขายส่งผ่านพาร์ทเนอร์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องการเข้าไปลงทุนและควบคุมทั้งภาพลักษณ์ ประสบการณ์ และการบริหารจัดการด้วยตนเอง เพื่อรักษามาตรฐานของแบรนด์ให้สม่ำเสมอในทุกตลาด”
ยังอยู่ในช่วง “แต่งตัวให้พร้อม”
ทั้งสองย้ำว่า JOURNAL กำลังเตรียมความพร้อมสู่ตลาดทุนโดยวางกรอบเวลาไว้ราว 3–4 ปีข้างหน้า เพื่อระดมทุนไปใช้ขยายสาขาในเมืองหลวงประเทศต่าง ๆ วันนี้องค์กรอยู่ในช่วง “แต่งตัว” ทั้งการปรับปรุงระบบบัญชี การใช้ SAP การวาง SOP เพื่อสร้างมาตรฐานและความโปร่งใสในระดับสากล พร้อมเริ่มทำงานร่วมกับผู้ตรวจสอบบัญชี เพื่อปูทางสู่กระบวนการ IPO
"อย่างไรก็ตาม การเข้า IPO ไม่ใช่ปลายทางเดียว แต่เป็นหนึ่งในทางเลือกเพื่อให้แบรนด์ยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง โดยยังเปิดรับพาร์ทเนอร์คุณภาพ หากมีโอกาสที่เหมาะสมเข้ามาก่อนถึงวันนั้น"
แข็งแรงในประเทศ ก่อนออกไปยืนบนเวทีโลก
เป้าหมายสูงสุดของ JOURNAL คือการเป็นแบรนด์ไทยที่มีที่ยืนในเมืองหลวงใหญ่ทั่วโลก และถ่ายทอดเรื่องราวความเชื่อ วัฒนธรรม และอารมณ์แบบไทยผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพระดับสากล
แต่ก่อนจะไปไกลขนาดนั้นJOURNAL ต้องแข็งแรงในประเทศให้สุด
เพื่อให้มีอำนาจในการเลือกพาร์ทเนอร์ และไปในสเกลที่น่าเชื่อถือพอจะสร้าง Impact จริงบนเวทีโลก
จักรชลัช ยอมรับตรงไปตรงมาว่า ความพร้อมในการบุกตลาดโลกในวันนี้อยู่ที่ราว 50% ยังต้องมีการสร้างทีมต่างประเทศโดยเฉพาะ เพื่อรองรับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น JOURNAL เลือกทำสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนคือการสร้างความแข็งแรงในประเทศไทยให้ถึงที่สุด ให้แบรนด์มีชื่อเสียง มีสเกล และมีพลังมากพอที่จะดึงดูดพาร์ทเนอร์คุณภาพในระดับโลก
“เพราะในโลกที่ Disruption และคู่แข่งใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา แบรนด์ที่ยืนระยะได้ ไม่ใช่แบรนด์ที่วิ่งเร็วที่สุด แต่คือแบรนด์ที่พัฒนาตัวเองไม่หยุดและรู้ชัดว่าตัวเองกำลังจะไปที่ไหน”



2+





