posttoday

ล่าสุด! กรมการแพทย์ยืนยัน ยังไม่มีการติดเชื้อ “ไวรัสนิปาห์” ระวัง ข่าวปลอม

29 มกราคม 2569

กรมการแพทย์ยืนยัน ยังไม่มีการติดเชื้อ “ไวรัสนิปาห์” เป็นเพียงการเตรียมความพร้อมในสถานพยาบาล ระวังข่าวปลอมสร้างความสับสนให้แก่ประชาชน

จากที่มีข้อความปรากฎตามสื่อโซเชียลมีเดีย ว่ามีการลงพื้นที่ รพ.ราชวิถี ของอธิบดีกรมการแพทย์ และระบุว่าเหมือนสัญญาณจะมาถึงไทยแล้วนั้น

กรมการแพทย์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความบนสื่อโซเชียลมีเดีย ระบุ ขอยืนยันว่ายังไม่มีการติดเชื้อในประเทศไทย เป็นการเตรียมความพร้อม เกี่ยวกับเรื่องสถานที่และบุคลากร ขอความร่วมมือไม่แชร์ข่าวบิดเบือนหรือข่าวปลอมที่จะสร้างความแตกตื่นและความสับสนให้กับประชาชน

 

ล่าสุด! กรมการแพทย์ยืนยัน ยังไม่มีการติดเชื้อ “ไวรัสนิปาห์” ระวัง ข่าวปลอม

 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาแถลงข่าวประเด็น "โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus Disease)" โดย นพ.โสภณกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ได้ติดตามการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในประเทศอินเดียอย่างใกล้ชิด ซึ่งสถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลงจาก ในอินเดียมีรายงานผู้ป่วยยืนยัน 2 รายเท่าเดิม เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานโรงพยาบาลเดียวกันในเมือง Barasat รัฐเบงกอลตะวันตก

 

ในส่วนของประเทศไทย และยังคงติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดร่วมกับองค์การอนามัยโลก ขณะที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้เตรียมความพร้อมเรื่องการตรวจทางห้องปฏิบัติการให้รู้ผลภายใน 6-8 ชั่วโมง และกรมการแพทย์ได้ประชุมผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรับปรุงมาตรฐานแนวทางการรักษาผู้ป่วยจากเชื้อไวรัสนิปาห์แล้วเช่นกัน

 

นอกจากนี้ยังมีการยืนยันว่า ไวรัสนิปาห์โอกาสแพร่เชื้อจากคนสู่คนจึงค่อนข้างยาก ส่วนค้างคาวแม่ไก่ในประเทศไทย พบเชื้อไวรัสนิปาห์ประมาณ 10% ถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับค้างคาวในอินเดียที่พบ 40-50% และจากงานวิจัยไม่พบว่าสุกรหรือประชาชนในพื้นที่ที่มีค้างคาวแม่ไก่มีรายงานการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ รวมทั้งการศึกษาจากน้ำไขสันหลังของผู้ป่วยไข้สมองอักเสบย้อนหลังก็ไม่เคยพบไวรัสนิปาห์เช่นกัน

 

ทั้งนี้ มีคำแนะนำต่อประชาชนที่อาศัยบริเวณที่มีค้างคาวและกังวลเรื่องความปลอดภัย มีข้อแนะนำคือ

 

  1. ความปลอดภัยด้านอาหารและน้ำดื่ม ห้ามเก็บผลไม้ที่ร่วงหล่นหรือมีรอยกัดแทะมากิน ผลไม้ต้องล้างและปอกเปลือกก่อนรับประทาน เน้นอาหารถูกสุขลักษณะ และการกำจัดขยะในสิ่งแวดล้อมไม่ให้เป็นแหล่งแพร่เชื้อ
  2. การดูสัตว์เลี้ยง/สัตว์เศรษฐกิจโดยเฉพาะสุกร ไม่ควรเลี้ยงในบริเวณที่ค้างคาวอยู่หรือใต้ต้นไม้ที่มีค้างคาวเกาะ เพื่อป้องกันมูลค้างคาวตกสู่คอกสุกร ไม่นำผลไม้ที่มีรอยกัดแทะมาเลี้ยงสุกร และหากสัตว์ป่วยทางเดินหายใจตายให้แจ้งปศุสัตว์ทันที
  3. ปิดแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคให้มิดชิดป้องกันมูลและปัสสาวะค้างคาว
  4. ห้ามจับสัมผัสค้างคาวที่มีชีวิตหรือตายด้วยมือเปล่า หากจำเป็นต้องจัดการซากค้างคาวให้สวมถุงมือและหน้ากากอนามัย ฝังกลบโรยด้วยปูนขาว
  5. เฝ้าระวังตนเอง หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ซึม สับสน ไอ หายใจเหนื่อย ให้พบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติเสี่ยง

ข่าวล่าสุด

รัฐบาลคุมเข้มสั่งห้ามเผาทุกพื้นที่ หวังลดฝุ่น PM2.5 ฝ่าฝืนโทษหนัก