Meta กำไรโฆษณาพุ่ง หุ้นดีด 11% สยบความกังวลแผนทุ่มงบ AI แสนล้าน
Meta กู้ศรัทธานักลงทุนสำเร็จ หลังโชว์ตัวเลขรายได้ไตรมาสล่าสุดทะลุเป้า แรงหนุนจากธุรกิจโฆษณาที่กลับมาเฟื่องฟู สยบความกังวลแผนทุ่มงบ AI แสนล้าน
Meta Platforms Inc. รายงานยอดขายและแนวโน้มผลประกอบการที่ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลของตลาดวอลล์สตรีทเกี่ยวกับแผนการใช้จ่ายงบประมาณมหาศาลเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในปีนี้
Meta สามารถทำรายได้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมาได้สูงกว่าที่คาดการณ์ พร้อมทั้งประเมินแนวโน้มรายได้ที่แข็งแกร่งสำหรับไตรมาสปัจจุบัน โดยปัจจัยหนุนหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจโฆษณาออนไลน์
ซึ่งช่วยให้ Meta มีศักยภาพทางการเงินเพียงพอที่จะลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพื่อวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน AI
โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นของ Meta ปรับตัวขึ้นมากกว่า 11% ในช่วงการซื้อขายนอกเวลาทำการ
มุ่งสู่เป้าหมาย Superintelligence
Meta คาดการณ์ว่าจะมีการใช้จ่ายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2026 ภายใต้การนำของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอ ที่ดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกในการระดมทรัพยากร ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังการประมวลผล และบุคลากร เพื่อชิงความได้เปรียบในการแข่งขันด้าน AI
ซักเคอร์เบิร์ก กล่าวว่า กลยุทธ์สำคัญคือการ "เตรียมความพร้อมล่วงหน้า" ด้านขีดความสามารถในการประมวลผล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการสร้าง Superintelligence หรือปัญญาประดิษฐ์ที่มีความฉลาดเหนือมนุษย์ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ AI จะสามารถทำงานต่างๆ ได้เทียบเท่าหรือดีกว่ามนุษย์
เพื่อไปให้ถึงจุดนั้น Meta จำเป็นต้องใช้งบลงทุนจำนวนมาก ข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า บริษัทประเมินรายจ่ายฝ่ายทุน (CapEx) ตลอดทั้งปีนี้ว่าจะอยู่ระหว่าง 1.15 - 1.35 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 1.106 แสนล้านดอลลาร์
หากการใช้จ่ายแตะระดับสูงสุดของช่วงดังกล่าว จะถือเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 87% จากปี 2025 ซึ่งเป็นปีที่มีการใช้จ่ายสูงเป็นประวัติการณ์ที่กว่า 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์
เพื่อสนับสนุนโครงการลงทุนขนาดใหญ่เหล่านี้ Meta จึงต้องพึ่งพาธุรกิจโฆษณาเป็นแหล่งเงินทุนหลัก บริษัทเจ้าของแพลตฟอร์ม Facebook, Instagram และ WhatsApp คาดการณ์ยอดขายไตรมาสแรกไว้ที่ 5.35 - 5.65 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เฉลี่ยที่ 5.13 หมื่นล้านดอลลาร์
ซูซาน ลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ได้ชี้แจงว่า การลงทุนด้าน AI ช่วยให้บริษัทกำหนดกลุ่มเป้าหมายโฆษณาได้แม่นยำยิ่งขึ้น และสามารถนำเสนอเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้ ซึ่งช่วยรักษาฐานผู้ใช้งานให้อยู่ในแพลตฟอร์มได้นานขึ้น
ก่อนหน้านี้ นักลงทุนมีความกังวลว่าธุรกิจของ Meta จะได้รับประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมจากการลงทุน AI หรือไม่
Mandeep Singh นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence เคยตั้งข้อสังเกตว่า ความสามารถของโมเดล AI ของ Meta เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น ยังมีความไม่แน่นอนในแง่ของการสร้างรายได้
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการล่าสุดได้ช่วยลดทอนความกังวลเหล่านั้น Meta รายงานยอดขายไตรมาส 4 ที่ 5.99 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดไว้ที่ 5.84 หมื่นล้านดอลลาร์
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า แม้รายจ่ายจะเพิ่มขึ้น แต่ธุรกิจหลักที่สนับสนุนการลงทุนดังกล่าวกำลังเติบโตเร็วกว่าที่คาด ซึ่งแตกต่างจาก Microsoft ที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงหลังประกาศแผนการใช้จ่ายปี 2026 ที่สูงในลักษณะเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การลงทุน AI ของ Meta ไม่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีเสมอไป เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลังจาก ซูซาน ลี ออกมาเตือนว่ารายจ่ายปี 2026 จะ "สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ" หุ้นของบริษัทเคยร่วงลงถึง 14% เนื่องจากความกังวลว่าเม็ดเงินลงทุนอาจไม่ก่อให้เกิดธุรกิจใหม่ที่คุ้มค่า
แม้ตลาดจะมีปฏิกิริยาผันผวน แต่ซักเคอร์เบิร์กยังคงมุ่งมั่นกับแผนงานเดิม เขาได้ให้คำมั่นต่อสาธารณะว่าจะลงทุน 6 แสนล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ ภายในปี 2028 เพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน AI นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะหาแหล่งเงินทุนภายนอกเพิ่มเติมสำหรับบางโครงการโครงสร้างพื้นฐานอีกด้วย
แม้ธุรกิจโฆษณาจะช่วยพยุงสถานการณ์ แต่หน่วยงาน Reality Labs ที่เน้นเรื่อง Virtual Reality และฮาร์ดแวร์ ยังคงประสบภาวะขาดทุน โดยในไตรมาส 4 มียอดขาย 955 ล้านดอลลาร์ แต่ขาดทุนจากการดำเนินงานกว่า 6 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดขาดทุนรวมปี 2025 ทะลุ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา Meta ได้ปรับลดพนักงานประมาณ 10% ในหน่วยงาน Reality Labs เพื่อโยกย้ายทรัพยากรจากผลิตภัณฑ์ VR บางส่วน ไปสู่การพัฒนาโครงการที่เน้น AI มากขึ้น รวมถึงอุปกรณ์สวมใส่ (AI Wearables) เช่น แว่นตา Ray-Ban Meta
อ้างอิง: Bloomberg


