posttoday

พิษสงคราม ลามหุ้นกู้ ฉุดยอดออก Q1/69 วูบ 15.5% จับตาปรับโครงสร้างหนี้พุ่ง

03 เมษายน 2569

ThaiBMA เผยยอดออกหุ้นกู้ไตรมาส 1/69 ลดลง 15.5% เซ่นสงคราม ดันบอนด์ยีลด์พุ่ง ทำเอกชนชะลอระดมทุน จับตาไตรมาส 2/69 หุ้นกู้ปรับโครงสร้างหนี้ส่อพุ่ง รับสภาพคล่องตึงตัว

KEY

POINTS

  • ThaiBMA เผยยอดการออกหุ้นกู้เอกชนในไตรมาส 1/2569 ปรับตัวลดลง 15.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่ม High Yield ที่ลดลงถึง 43.5%
  • ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบมาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (สงคราม) ที่สร้างความผันผวนต่อการลงทุน และต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น
  • มีการคาดการณ์ว่าแนวโน้มการปรับโครงสร้างหนี้ของหุ้นกู้จะเพิ่มสูงขึ้นในไตรมาส 2/2569 เนื่องจากผู้ออกหุ้นกู้เจรจาขอผ่อนผันการชำระหนี้เพื่อบริหารสภาพคล่อง

วันที่ 3 เม.ย.2569 นายสมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ และนางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ร่วมให้ข้อมูลสรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยไตรมาส 1/2569 และแนวโน้มช่วงที่เหลือของปี 2569  

โดยภาพรวมของตลาดตราสารหนี้ไทยในช่วงไตรมาส 1/2569 เผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยภายนอกอย่างความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และปัจจัยภายในด้านสภาพคล่องของบริษัทจดทะเบียน แม้ว่ามูลค่าคงค้างรวมจะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) แต่การออกหุ้นกู้ใหม่กลับส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด

มูลค่าออกหุ้นกู้เอกชน ลดลง 15.5% 

ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 ตลาดตราสารหนี้ไทยมีมูลค่าคงค้างรวมอยู่ที่ 18.2 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 96% ของ GDP เพิ่มขึ้น 1.7% จากสิ้นปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เป็นการขยายตัวจากตราสารหนี้ภาครัฐเป็นหลัก

ในขณะที่หุ้นกู้เอกชนระยะยาว กลับมียอดการออกใหม่ลดลงถึง 15.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดรวมอยู่ที่ 171,889 ล้านบาท จาก 203,486 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2568 แบ่งตามกลุ่มได้ดังนี้

  • กลุ่ม Investment Grade ยอดออกลดลง 13% มาที่ 162,219 ล้านบาท
  • กลุ่ม High Yield ยอดออกลดลงถึง 43.5% มาที่ 9,669 ล้านบาท

กลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังคงครองแชมป์การออกหุ้นกู้สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ พลังงาน (Energy), อสังหาริมทรัพย์ (Property) และอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage)

พิษสงคราม ลามหุ้นกู้ ฉุดยอดออก Q1/69 วูบ 15.5% จับตาปรับโครงสร้างหนี้พุ่ง

เปิดสาเหตุยอดออกหุ้นกู้เอกชน Q1/69 ลดลง

สาเหตุที่การออกหุ้นกู้เอกชนระยะยาวในไตรมาส 1/2569 ปรับตัวลดลงถึง 15.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจาก

1. ความผันผวนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์: ความไม่แน่นอนของสงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนและสร้างแรงกดดันต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
2. อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) พุ่งสูงขึ้น: หลังเกิดการโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลกระชากตัวสูงขึ้นทุุกรุ่นอายุ (Bear Steepening) โดยเฉพาะรุ่น 10 ปีที่เพิ่มขึ้นถึง 55 bps. ส่งผลให้ต้นทุนการกู้เงินผ่านตลาดตราสารหนี้สูงขึ้น เอกชนบางส่วนจึงตัดสินใจชะลอการออกหุ้นกู้ออกไปก่อน
3. การปรับเปลี่ยนแหล่งเงินทุน: บริษัทเอกชนบางแห่งเลือกที่จะหันไปใช้เงินกู้จากสถาบันการเงิน (ธนาคาร) แทนการออกหุ้นกู้ เนื่องจากสภาวะตลาดการเงินที่ผันผวน
4. สภาพคล่องของกลุ่มธนาคาร: หุ้นกู้ที่ครบกำหนดรีไฟแนนซ์ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มธนาคาร ซึ่งปัจจุบันมีสภาพคล่องสูงเพียงพอที่จะไถ่ถอนหุ้นกู้ได้เองโดยไม่จำเป็นต้องออกหุ้นกู้ชุดใหม่มาทดแทน
5. นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวัง: โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นกู้ High Yield (HY) ที่ยอดการออกลดลงอย่างมากถึง 43.5% เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจและระมัดระวังการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ท่ามกลางปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ที่ปรากฏให้เห็นในตลาด

หุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้ แนวโน้มหุ้นกู้ปรับโครงสร้างหนี้ส่อพุ่ง

ปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ (Default) ยังคงเป็นประเด็นที่น่าจับตา โดยในไตรมาส 1/2569 มีหุ้นกู้ผิดนัดชำระสุทธิมูลค่าประมาณ 4,352 ล้านบาท และหุ้นกู้ปรับโครงสร้างหนี้ (Restructure) สุทธิ 422 ล้านบาท 

ThaiBMA คาดการณ์ว่าในไตรมาส 2/2569 แนวโน้มหุ้นกู้ปรับโครงสร้างหนี้จะพุ่งสูงขึ้น มากกว่าหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้โดยตรง เนื่องจากผู้ออกหุ้นกู้เริ่มใช้วิธีการเจรจาขอผ่อนผันการชำระคืนเงินต้น หรือขอยืดอายุหนี้ออกไปก่อน เพื่อบริหารจัดการสภาพคล่องที่ตึงตัว โดยปัจจุบันมีบริษัทที่อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังความเสี่ยงที่จะถูกยืดหนี้มากกว่า 20 ราย เช่น JKN, EA, ITD และ NWR เป็นต้น

คงเป้ายอดออกหุ้นกู้เอกชนในปี 69 ที่ 8.8-9 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ThaiBMA ยังคงคงเป้าหมายยอดการออกหุ้นกู้เอกชนปี 2569 ไว้ที่ 880,000-900,000 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากหุ้นกู้ครบกำหนดในช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือของปี 2569 จะมีหุ้นกู้ครบกำหนดอีก 686,533 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ 92% เป็นหุ้นกู้กลุ่ม Investment Grade ที่ยังมีสภาพคล่องรองรับได้ดี ส่วนที่เหลืออีก 8% เป็นหุ้นกู้กลุ่ม High Yield แบ่งเป็นรายไตรมาส ดังนี้ 

  • ไตรมาส 2/2569 มีมูลค่าที่ครบกำหนด 265,600 ล้านบาท เป็นหุ้นกู้ Investment Grade จำนวน 255,866 ล้านบาท และ กลุ่ม High Yield จำนวน 9,734 ล้านบาท
  • ไตรมาส 3/2569 มีมูลค่าที่ครบกำหนด 244,886 ล้านบาท เป็นหุ้นกู้ Investment Grade จำนวน 216,968 ล้านบาท และกลุ่ม High Yield จำนวน 27,918 ล้านบาท
  • ไตรมาส 4/2569 มีมูลค่าที่ครบกำหนด 176,047 ล้านบาท เป็นหุ้นกู้ Investment Grade จำนวน 160,462 ล้านบาท และกลุ่ม High Yield จำนวน 15,585 ล้านบาท

พิษสงคราม ลามหุ้นกู้ ฉุดยอดออก Q1/69 วูบ 15.5% จับตาปรับโครงสร้างหนี้พุ่ง

ข่าวล่าสุด

แมคโดนัลด์ดึง The Powerpuff Girls แจกกล่องสุ่มกระเป๋าใจฟู 99 บาท