ราคาทองคำพุ่งใกล้ 5,600 ดอลลาร์ นักลงทุนแห่สินทรัพย์ปลอดภัย
ราคาทองคำทำสถิติใหม่ใกล้ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงซื้อหลบความเสี่ยง ท่ามกลางความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ หนี้สหรัฐพุ่ง ค่าเงินดอลลาร์อ่อน และการเข้าซื้อของธนาคารกลาง
ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงต่อเนื่องในวันพฤหัสบดี ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ใกล้ระดับ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังนักลงทุนหันเข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก ขณะที่ราคาเงินขยับเข้าใกล้ระดับ 120 ดอลลาร์ต่อออนซ์เช่นกัน
ราคาทองสปอตปรับขึ้น 2.7% แตะระดับ 5,542.29 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อเวลา 01.49 น. ตามเวลา GMT หรือ 08.49 น. ตามเวลาในไทย หลังจากขึ้นไปแตะจุดสูงสุดใหม่ที่ 5,591.61 ดอลลาร์ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน นับเป็นการทะยานผ่านระดับ 5,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ และปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วมากกว่า 10% ภายในสัปดาห์นี้
นักวิเคราะห์ระบุว่า ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากความกังวลต่อหนี้สาธารณะของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความไม่แน่นอนจากสัญญาณว่าระบบการค้าโลกกำลังแตกตัวเป็นกลุ่มภูมิภาคมากขึ้น แทนการพึ่งพาระบบที่มีสหรัฐเป็นศูนย์กลาง ส่งผลให้นักลงทุนแห่เข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ขณะเดียวกัน ความต้องการทองคำยังได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางหลายประเทศ ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง และมุมมองใหม่ของนักลงทุนที่เห็นว่าทองคำไม่ใช่เพียงเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากวิกฤตหรือเงินเฟ้อเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งเก็บรักษามูลค่าที่มีเสถียรภาพและช่วยกระจายความเสี่ยงในสภาวะเศรษฐกิจที่หลากหลาย
ในปีนี้ ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 27% ต่อเนื่องจากการพุ่งขึ้นถึง 64% ตลอดปี 2568 นักวิเคราะห์เตือนว่า แม้การปรับขึ้นอย่างรวดเร็วอาจนำไปสู่แรงขายทำกำไรในระยะสั้น แต่ปัจจัยพื้นฐานยังคงเอื้อต่อแนวโน้มเชิงบวกตลอดปี 2569 ทำให้การอ่อนตัวของราคาถูกมองเป็นโอกาสเข้าซื้อ
ด้านปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นแรงหนุนราคาทองคำ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เรียกร้องให้อิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมเตือนถึงการตอบโต้ที่รุนแรง หากเกิดการโจมตีในอนาคต ขณะที่อิหร่านขู่ว่าจะตอบโต้สหรัฐ อิสราเอล และประเทศที่สนับสนุน
ส่วนทิศทางนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด โดยประธานเฟดระบุว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงกว่ากรอบเป้าหมาย 2% ซึ่งยิ่งตอกย้ำบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง
นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้แรงหนุนจากแผนของบริษัทคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ ที่เตรียมจัดสรรเงินลงทุน 10–15% ของพอร์ตไปยังทองคำแท่งจริง ขณะที่ในฝั่งเอเชีย ผู้บริโภคในนครเซี่ยงไฮ้และฮ่องกงแห่เข้าร้านค้าทองคำอย่างคึกคัก โดยบางส่วนคาดการณ์ว่าราคาทองคำยังมีโอกาสปรับขึ้นต่อในระยะถัดไป


