posttoday

ปัญหาใหม่ เมื่อ AI อาจถูกใช้กับ IO เพื่อคุกคามประชาธิปไตย

29 มกราคม 2569

เมื่อ IO ผสาน Agentic AI โซเชียลมีเดียอาจถูกครอบงำด้วย ฝูง AI IO ในการสร้างฉันทามติเทียม บิดเบือนความคิด และคุกคามประชาธิปไตย

KEY

POINTS

  • AI ทำให้ปฏิบัติการ IO แนบเนียนและทรงพลังขึ้น โดยสามารถสร้างบทสนทนาและตัวตนปลอมที่สมจริงจนแยกจากมนุษย์ได้ยาก
  • กองทัพ AI สามารถสร้าง "ฉันทามติสังเคราะห์" โดยการปั่นความคิดเห็นปลอมจำนวนมหาศาล เพื่อชี้นำสังคมให้เชื่อว่าคนส่วนใหญ่มีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน
  • การใช้ AI ใน IO เป็นภัยคุกคามประชาธิปไตยโดยตรง สามารถบิดเบือนข้อมูลช่วงเลือกตั้ง คุกคามผู้เห็นต่าง และทำลายเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

ปัจจุบันเรารู้จักคำว่า IO หรือ Information Operation มากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นอาวุธในการแพร่กระจายข้อมูลข่าวสารที่ต้องการ ทั้งสำหรับปลุกปั่น ชี้นำ หรือชักจูงความคิดคนหมู่มากให้เป็นไปในทิศทางที่ต้องการ ซึ่งสร้างผลกระทบบนโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก

 

แต่ผลกระทบของเรื่องนี้กำลังจะรุนแรงไปอีกขั้น จากการมาถึงของ AI ที่ทำให้ทุกอย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น

 

ปัญหาใหม่ เมื่อ AI อาจถูกใช้กับ IO เพื่อคุกคามประชาธิปไตย

 

AI swarm เมื่อ Agentic AI ถูกใช้ทางการเมือง

 

ที่ผ่านมาข้อมูลความคิดเห็นของ IO จะถูกสังเกตเห็นได้ง่ายมาก จากการอาศัยชุดความคิดเห็นเรียงกันเป็นแนวยาว ที่มีเนื้อหาข้อความใกล้เคียงกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ใช้งานที่คุ้นเคยกับโลกอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียพบความผิดปกติจนแยกแยะได้อย่างรวดเร็ว

 

แต่จากข้อมูลล่าสุดอาจไม่เป็นแบบนั้นอีกต่อไป การเข้ามาของ AI ที่อาศัยระบบอัตโนมัติในการทำงาน อาจเปลี่ยนชุดข้อความเหล่านั้นให้มีความสมจริงและดูน่าเชื่อถือ สามารถสนทนาโต้ตอบและแสดงความคิดเห็นที่ให้สอดคล้องกับบริบท สถานการณ์ และข้อมูลที่ได้รับแบบเรียลไทม์ได้

 

สิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากความก้าวหน้าของ LLM ที่มีระดับความสมจริงสูงจนแยกแยะได้ยาก ร่วมกับ AI Agent หลายตัวที่ทำงานสอดประสานกันอย่างดี จนบอทสำหรับยิงข้อความบนโซเชียลมีเดียทั่วไป กลายเป็นกองทัพฝูง AI หรือ AI swarm ที่สามารถใช้ในปฏิบัติการ IO ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

AI swarm แตกต่างจากบอทที่ใช้ยิงข้อความรุ่นเก่า การนำ AI เข้ามาสนับสนุนจะทำให้ IO ไม่ใช่ไอดีหลอกที่สร้างขึ้นมาหยาบ ๆ แต่สามารถใช้ผลักดันเนื้อหาและทิศทางบนสนทนาในชุมชนที่ถูกส่งเข้ามาถามแบบเรียลไทม์ โดยที่ผู้ใช้งานอาจแยกแยะไม่ออกว่า นั่นคือคนหรือ AI ที่กำลังคุยโต้ตอบกับเราอีกต่อไป

 

และด้วยการขับเคลื่อนด้วย Agentic AI ทำให้นอกจากสร้างเนื้อหาคุณภาพสูงแล้ว ยังสามารถสร้างประวัติและตัวตนปลอมที่น่าเชื่อถือ ประสานงานหลายไอดีให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมตอบสนองเพื่อสร้างเนื้อหาได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยทั้งหมดสามารถทำงานและขับเคลื่อนได้โดยอัตโนมัติ

 

นี่อาจกลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่อาจโน้มน้าวและบิดเบือนความคิดผู้คนได้ดียิ่งขึ้น

 

ปัญหาใหม่ เมื่อ AI อาจถูกใช้กับ IO เพื่อคุกคามประชาธิปไตย

 

เมื่อฝูง AI IO นำไปสู่การสร้างฉันทามติสังเคราะห์

 

แน่นอนการแพร่กระจายของ IO ย่อมหมายถึงการโน้มน้าว ชักจูง และปลุกปั่นความคิดคนหมู่มากไปในทางที่ต้องการ ทำให้ง่ายมากต่อการกระจายเผยแพร่เนื้อหาเท็จที่ไม่เป็นความจริง บางครั้งแม้เราจะแน่ใจในข้อเท็จจริง แต่เมื่อถูกถล่มด้วยคอมเมนท์มืดฟ้ามัวดิน น้ำหนักของข้อเท็จจริงของเราก็อาจเจือจางหรือผิดเพี้ยนไปจากที่ควรเป็น

 

ร้ายแรงกว่านั้นคือฝูง AI IO นี้สามารถถูกใช้ในการสร้าง ฉันทามติสังเคราะห์ โดยการชี้นำและแสดงความคิดเห็นปลอมเพื่อปิดกั้น หรือดันเนื้อหาของผู้ใช้งานตัวจริงออกจากหน้าสื่อ อาศัยการชี้นำผ่านเนื้อหาที่ดูน่าเชื่อถือซึ่งสร้างจาก AI ปริมาณมาก แล้วนำมากระหน่ำตอบให้เหมือนกับว่า สังคมส่วนใหญ่คิดเห็นไปในทิศทางที่กำหนด

 

สิ่งนี้ไม่ใช่แค่การโต้แย้งปะทะฝีปากบนโลกอินเทอร์เน็ตอย่างเดียว แต่สามารถสร้างภาพการสนับสนุนปลอม ๆ เพื่อโน้มน้าวคนในสังคมได้โดยตรง ซึ่งจะไม่เพียงชักจูงทิศทางสนทนาเท่านั้น แต่อาจกลายเป็นการชี้นำความเชื่อและบรรทัดฐานใหม่ทางสังคม พร้อมกำหนดกรอบภาษา ความคิด และอัตลักษณ์ของชุมชมอย่างแนบเนียนโดยที่ผู้ใช้งานไม่รู้ตัว

 

นั่นทำให้สิ่งที่น่ากลัวบนโลกออนไลน์ ไม่ใช่ข่าวปลอมหรือข้อมูลเท็จเพียงอย่างเดียว แม้แต่การพูดคุยถกเถียงแสดงความคิดเห็น รากฐานของระบอบประชาธิปไตยก็อาจต้องพังทลายลง เพราะผู้เชียวชาญเพียงไม่กี่คน อาจสามารถควบคุมฝูง AI IO จำนวนนับหมื่นนับแสนที่แยกแยะได้ยาก

 

การถมเนื้อหาบนโลกออนไลน์ด้วยข้อมูลที่สร้างขึ้นจาก AI IO ยังส่งผลกระทบต่อ AI โดยตรง เนื่องจากชุดข้อมูลที่ AI ใช้ในการป้อนเข้าสู่ระบบล้วนมาจากโลกอินเทอร์เน็ต หากมีการสร้างข้อมูลเท็จออกมาเป็นจำนวนมากพอ สุดท้าย AI ก็จะถูกข้อมูลที่ปนเปื้อนเหล่านั้นให้เชื่อในทิศทางเดียวกัน

 

นั่นทำให้ AI IO อาจสามารถบิดเนื้อหาการแสดงผลใน AI และโลกทั้งใบให้เป็นไปในทางที่ต้องการได้

 

อันตรายที่เกิดขึ้น ในกรณีที่ AI IO ถูกนำมาใช้ในการเลือกตั้ง

 

ในกรณีที่มีการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญและอีกหนึ่งแกนหลักของระบอบประชาธิปไตย การนำ AI IO มาใช้จะส่งผลในหลายด้าน เช่น

 

- สร้างฉันทามติเทียม ในกรณีมีการเลือกตั้งอาจสามารถสร้างเนื้อหาโน้มเอียงให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้ดูเหมือนเป็นผู้ชนะ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการผลักดันกระแสสังคมไปทางผู้สมัครคนดังกล่าว โน้มน้าวกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจให้มาเลือกได้ง่าย

 

- กลบเกลื่อนข้อเท็จจริงด้านลบ ด้วยชุดข้อมูลเท็จที่ดูน่าเชื่อถือ ทำให้ประชาชนมองหาข้อเท็จจริงของการสนทนาได้ยาก พร้อมถมเนื้อหาให้เป็นไปในทางที่ต้องการ เพื่องจูงใจกระแสและคนหมู่มากให้แยกแยะเรื่องจริงไม่ออกอีกต่อไป

 

- คุกคามปิดปาก ในกรณีมีผู้ที่พยายามนำเสนอชี้นำความจริง ฝูง AI IO ก็สามารถถล่มอีกฝ่ายด้วยคอมเมนท์จนหมดความน่าเชื่อถือ ไปจนการกระตุ้นให้สร้างความเกลียดชังระหว่างสนทนาได้ไม่ยาก

 

- ทำลายเสรีภาพทางการพูด จริงอยู่ AI IO ไม่สามารถไปปิดกั้นใครได้โดยตรงในทางทฤษฎี แต่เมื่อเกิดการถล่มหรือนำทัวร์ไปลงมากเข้า คนจะไม่อยากแสดงความเห็นต่างและอาจกลัวในการแสดงความคิดเห็น จนสุดท้ายไม่เกิดการโต้เถียงอธิปราย ที่เป็นหัวใจหลักของประชาธิปไตยไปในที่สุด

 

 

 

ปัจจุบันแนวทางการรับมือ AI IO ยังไม่มีเป็นรูปธรรม แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เราอาจต้องเปลี่ยนจากการดูเนื้อหาข้อความ มาเป็นความพร้อมเพรียงของไอดีที่ทำการคอมเมนต์ หรือตรวจสอบจากรูปแบบการใช้คำ เพราะในกรณีที่ใช้โมเดลภาษาเดียวกัน ก็มีความเป็นไปได้สูงว่า คลังคำศัพท์ที่ใช้งานจะมีความใกล้เคียงกัน

 

อีกแนวทางคือ เราอาจจำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยีเฉพาะทาง มารับมือฝูง AI IO ต่อไปในอนาคต

 

 

 

 

ที่มา

 

https://techxplore.com/news/2026-01-generation-disinformation-ai-swarms-threaten.html

ข่าวล่าสุด

Chrome เปิดตัวฟีเจอร์ Auto Browse ท่องเว็บแทนผู้ใช้ครบวงจร