posttoday

รื้อประกันสังคม 2.8 ล้านล้าน โจทย์หิน 'รับมือชรา–หนี้ท่วมแรงงาน'

26 มกราคม 2569

โจทย์หิน รื้อกองทุนประกันสังคม 2.8 ล้านล้าน 'แก้ชรา-หนี้ท่วม' ก่อนลามเศรษฐกิจระยะยาว "แสงชัย ธีรกุลวาณิช" เสนอ 5 ยุทธศาสตร์ แก้โครงสร้างดึงแรงงานนอกระบบเข้ามา

KEY

POINTS

  • ระบบประกันสังคม 2.8 ล้านล้านบาท กำลังเผชิญโจทย์ท้าทายในการปฏิรูปครั้งใหญ่เพื่อแก้ปัญหาสังคมสูงวัยและหนี้สินของแรงงาน
  • "แสงชัย ธีรกุลวาณิช" เสนอ 5 ยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ประกันตน เรียกร้องให้บริหารจัดการกองทุนอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้
  • พร้อมสร้างแรงจูงใจเพื่อดึงดูดแรงงานนอกระบบ (มาตรา 40) ให้อยู่ในระบบ เคลื่อนเศรษฐกิจยั่งยืน 

ในช่วงเวลานี้ ระบบประกันสังคมกำลังถูกจับตาอย่างหนัก ในฐานะกลไกลความมั่นคง ที่มีความสำคัญกับภาคแรงงาน ผู้ประกอบการ และเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ดังนั้นการประกาศรื้อระบบโครงสร้างกองทุนประกันสังคม นับว่าเป็นโจทย์หิน 

 

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานกิตติมศักดิ์และประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบประกันสังคม มาตรา 40 กล่าวว่า หลักประกันสังคมไม่ใช่เพียงระบบสวัสดิการ แต่เป็นฐานรากของคุณภาพชีวิตแรงงาน การสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกจ้าง ผู้ประกันตน และผู้ประกอบการ ว่าจะได้รับความคุ้มครองที่มีคุณภาพ ครบถ้วน และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

 

สำนักงานประกันสังคม ถือเป็นหน่วยงานรัฐที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการในระบบกว่า 538,439 ราย ซึ่งมากกว่า 90% เป็น เอสเอ็มอีไทย โดยจำนวนผู้ประกันตน แบ่งเป็น มาตรา 33 ราว 12.183 ล้านราย, มาตรา 39 ราว 1.650 ล้านราย และมาตรา 40 ราว 11.035 ล้านราย

 

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกันตนมาตรา 40 ที่ส่งเงินสมทบต่อเนื่องมีเพียง 1.265 ล้านราย หรือคิดเป็นแค่ 14.4% ของผู้ประกันตนมาตรา 40 ทั้งหมดสะท้อนโจทย์เชิงโครงสร้างด้านแรงจูงใจและความคุ้มค่าในการอยู่ในระบบ

 

เมื่อรวมผู้ประกันตนทั้ง 3 มาตรา ประเทศไทยมีแรงงานในระบบประกันสังคมกว่า 24.8 ล้านราย ซึ่งเป็นฐานประชากรขนาดใหญ่ที่ต้องได้รับการยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างเป็นระบบ

 

รับมือสังคมสูงวัย Lean ก่อนสาย

นายแสงชัย เตือนว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากโครงสร้างประชากรอย่างรุนแรง ทั้งอัตราการเกิดต่ำ อายุขัยเฉลี่ยสูงขึ้น และภาวะ “ชราไปยังจน ชราจนหนี้ท่วมท้นจนแก่ตาย” หากไม่เร่งป้องกันและแก้ไข จะกลายเป็นระเบิดเวลาเช่นเดียวกับหลายประเทศพัฒนาแล้ว อาทิ สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศส

 

แนวทางสำคัญคือการ เริ่มต้น Lean ก่อนสาย เพิ่มผลิตภาพ คุณภาพ และความรวดเร็วในการปรับระบบ พร้อมถอดบทเรียนจากประเทศที่มีระบบประกันสังคมและบำนาญเข้มแข็ง เช่น เนเธอร์แลนด์ ไอซ์แลนด์ เดนมาร์ค สิงคโปร์ และอิสราเอล เพื่อนำมาสร้างความแตกต่างและยกระดับมาตรฐานของไทยให้สูงขึ้นกว่าเดิม

 

 

เสนอ 5 ยุทธศาสตร์ยกระดับประกันสังคม 

ทั้งนี้ นายแสงชัย ได้เสนอ 5 แนวทางเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33, 39 และ 40 ให้แตกต่างจากระบบประกันสุขภาพอื่นอย่างสร้างสรรค์และตอบโจทย์จริง แบ่งเป็น 

 

1.บริการทางการแพทย์ตอบโจทย์ ออกแบบเองได้ จะเปิดทางให้ผู้ประกันตนสามารถเลือกรูปแบบสวัสดิการสุขภาพตามความต้องการ เน้นการดูแลเชิงป้องกันมากกว่าการรักษา ตั้งแต่การตรวจสุขภาพประจำปี การเฝ้าระวังโรค การขยายศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแรงงานในแต่ละพื้นที่สู่ศูนย์ดูแลผู้ประกันตนสูงวัย รวมถึงการใช้ Telemedicine การปรึกษาแพทย์และรับยาทางไกล และการยกระดับคุณภาพยารักษา

 

2.สร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อสร้างผลตอบแทน โดยพัฒนาฐานข้อมูลแรงงานในระบบ พร้อมระบบประเมินทักษะ เพื่อยกระดับสมรรถนะและผลิตภาพแรงงานให้ตรงกับความต้องการของภาคเอกชน ลดปัญหาขาดแคลนแรงงานทักษะสูง รองรับการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเตรียมแรงงานก่อนเข้าสู่วัยเกษียณให้ยังมีคุณค่า ไม่เป็นภาระสังคม

 

3.ส่วนลดค่าครองชีพ เพิ่มแรงจูงใจเข้าสู่ระบบ โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบและผู้ประกันตนมาตรา 40 ผ่านส่วนลดสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ค่าเดินทางขนส่งมวลชน และความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม e-commerce ไปรษณีย์ไทย ห้างท้องถิ่น และร้านค้าชุมชน เพื่อให้การอยู่ในระบบ “คุ้มค่าและจับต้องได้”

 

4.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพตอบสนองอนาคต โดยส่งเสริมการออมระยะยาว ควบคู่สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับแรงงานและผู้ประกอบการในระบบ ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบหรือสินเชื่อดอกเบี้ยสูง เปิดโอกาสการมีที่อยู่อาศัย ลดภาระดอกเบี้ย และสร้าง Digital Footprint ทางการเงินเพื่อพัฒนา Credit Scoring ที่ชัดเจนและเป็นธรรม

 

5.สลากรางวัลเลขประจำตัวผู้ประกันตน-ผู้ประกอบการ โดยใช้กลไกแรงจูงใจผ่านการลุ้นรางวัลรายเดือนหรือรายไตรมาส จากเลขประจำตัวในระบบประกันสังคม เพื่อกระตุ้นการอยู่ในระบบอย่างต่อเนื่อง

 

กองทุน 2.8 ล้านล้าน ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้

สำหรับด้านการลงทุนของ กองทุนประกันสังคม ปี 2568 มีมูลค่าราว 2.859 ล้านล้านบาท ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 6.1%

 

นายแสงชัยย้ำว่า สิ่งสำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นผ่านการบริหารจัดการที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และตรวจสอบได้

 

แนวคิดหนึ่งคือการนำ Digital Blockchain มาใช้ในกระบวนการลงทุน พร้อม Dashboard แสดงผลการซื้อ–ขายและผลตอบแทนแบบ Real time เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุน เหตุผล และการประเมินฉากทัศน์ทางการเงินของกองทุนในอนาคต เพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนให้ผู้ประกันตน

 

“เป้าหมายคือการ เปลี่ยนความลึกลับลวงพราง ให้เป็นความรักและศรัทธาในระบบประกันสังคม” นายแสงชัย กล่าวทิ้งท้าย

 

ข่าวล่าสุด

โลกผันผวนยาว ไทยโตต่ำ! LGT เปิด 7 เข็มทิศลงทุนปี 2026 ปรับพอร์ตใหม่ก่อนเกมเปลี่ยน