posttoday

ไทย ‘ยกการ์ดสูง’ ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ ‘ไวรัสนิปาห์’ ชี้โอกาสแพร่เชื้อน้อยกว่าโควิด 40 เท่า

26 มกราคม 2569

ไทย ‘ยกการ์ดสูง’ ป้องกัน ‘ไวรัสนิปาห์’ แม้โอกาสแพร่เชื้อสู่คนน้อยกว่าโควิด 40 เท่า ระบุยังไม่พบการระบาดเพิ่มเติมทั้งในพื้นที่และในประเทศไทย

KEY

POINTS

  • ไทยยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันไวรัสนิปาห์อย่างเข้มงวด แม้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศ เนื่องจากเป็นโรคที่มีความรุนแรงและอัตราการเสียชีวิตสูง
  • ไวรัสนิปาห์มีอัตราการแพร่เชื้อต่ำกว่าโควิด-19 ประมาณ 40 เท่า (ค่า R0 อยู่ที่ 0.2-0.8) ทำให้การระบาดในวงกว้างเป็นไปได้ยาก แต่ยังคงต้องเฝ้าระวัง
  • มาตรการป้องกันที่สำคัญคือการคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงที่สนามบิน และเตรียมความพร้อมของสถานพยาบาลในการตรวจวินิจฉัยโรคอย่างรวดเร็ว

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าว สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ วันนี้ (26 มกราคม 2569) เวลา 10:30 น. ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศไทย ยกระดับมาตรการควบคุมและป้องกันโรค ชี้โอกาสแพร่เชื้อน้อยกว่าโควิด 40 เท่า แต่หากติดแล้วมีอาการรุนแรงเสี่ยงเสียชีวิตร้อยละ 40-70

 

ไทย ยังไม่พบ ผู้ติดเชื้อโรคนิปาห์

 

แพทย์หญิงจุไร วงศ์สวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากข้อมูลล่าสุดสามารถเบาใจได้ระดับหนึ่ง ซึ่งเคสที่ยืนยันว่าติดเชื้อมี 2 ราย ซึ่งเป็นการรับเชื้อจากผู้ป่วยในชุมชน ซึ่งผู้ป่วยรายดังกล่าวได้สัมผัสกับสิ่งคัดหลั่งจากค้างคาวที่ปนเปื้อน แต่อีก 3 รายรวมไปถึงชุมชนต่างๆ อีก 200 รายซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง ยังไม่พบผู้ป่วยเพิ่มเติม จึงพบว่าการกระจายไม่เร็วเท่าโควิดและไข้หวัดใหญ่ แต่ก็ยังต้องรอตรวจเชื้อไวรัสอย่างละเอียดต่อไป

 

ทั้งนี้ สำหรับข้อมูลล่าสุดที่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ติดตามจากแหล่งข่าวต่างๆ ไม่ว่าจะองค์การอนามัยโลก เป็น 1 ใน 13 โรคติดต่ออันตราย ยังอยู่ในระดับที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากข้อมูลสัปดาห์ที่แล้ว  ปัจจุบันยังรอข้อมูลเพิ่มเติมจากอินเดียต่อไป โดยเฉพาะในเรื่องสายพันธุ์ ซึ่งไวรัสดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนสายพันธุ์ได้

 

ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ประเมินความเสี่ยง ประชุมผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรับปรุงมาตรฐานและแนวทางการรักษาผู้ป่วยโรคนิปาห์ไวรัส ทั้งนี้ ยืนยันว่าแม้จะอยู่ตามกฎหมายว่าต้องรายงานภายใน 3 ชม. แต่ยังไม่พบในประเทศไทย ยังพบอยู่ในประเทศบังคลาเทศและอินเดีย

 

อัตราการแพร่เชื้อต่ำกว่าโควิด 40 เท่า แต่มีผลต่อร่างกายรุนแรงเนื่องจากยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษา

 

แพทย์หญิงจุไรรัตน์ วงศ์สวัสดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อัตราความสามารถในการแพร่เชื้อ สำหรับไข้หวัดใหญ่ จะอยู่ที่ 1.2-2.0 คือผู้ป่วยหนึ่งคนจะสามารถแพร่เชื้อ 1-2 คน หากประชากรไม่มีภูมิคุ้มกันเลย

 

ส่วนโควิดขึ้นกับสายพันธุ์ สำรับโอไมครอน อยู่ที่ 8-10 และนิปาห์ไวรัส อยู่ที่ 0.2-0.8 คือน้อยกว่า 1 ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่เชื้อมีความสามารถแพร่เชื้อน้อยกว่า 1 จะแพร่เชื้อไปยังคนอื่นยาก และคาดการณ์ว่าผู้ป่วยนิปาห์ที่เวสต์เบงกอล อาการหนัก ไม่สามารถเดินทางได้ แต่ก็ยังมีการคัดกรองตามสนามบินต่างๆ อย่างใกล้ชิด

 

ทั้งนี้ ไวรัสนิปาห์จะมีอาการรุนแรง และยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาโรค จึงมีร้อยละอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 40-75 บางรายงานถึง 90 ขึ้นอยู่กับปัจจัย ได้แก่ การเข้าถึงการรักษา เพราะการรักษาเป็นไปตามอาการ ถ้าอยู่ในพื้นที่การรักษาดี ก็สามารถทำให้ผู้ป่วยฟื้นได้ แต่โรคนี้มีผลข้างเคียงระยะยาว

นอกจากนี้ เชื้อมีสายพันธุ์ทั้งมาเลเซียและบังคลาเทศ ตัวบังคลาเทศจะอยู่ที่เสียชีวิตร้อยละ 70 แต่มาเลเซียร้อยละ 40 ส่วนกลุ่มเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรง เช่น ผู้สูงอายุ หรือกลุ่มที่มีโรคปอด ฯลฯ อยู่แล้ว  แต่ไม่มีการแพร่เชื้อก่อนป่วยแต่อย่างใด 

 

สำหรับ อาการที่เฝ้าระวังคือผู้ป่วยมักจะมาด้วยโรคระบบทางเดินหายใจรุนแรง และโรคทางระบบประสาทที่มีไข้ ซึมลงชัดใน 21 วันสัมผัสปัจจัยเสี่ยง เช่น สารคัดหลั่งจากค้างค้าวโดยตรง เช่น ปัสสาวะ น้ำลาย

 

ไทยยกการ์ดสูงมาตรการควบคุมโรค สกัดไวรัสนิปาห์เข้าไทย! 

 

สำหรับมาตรการการสกัดและควบคุมโรคจากต่างประเทศ นายแพทย์โสภณ เอี่ยมสิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า มีการยกระดับตั้งแต่สนามบิน คือ การคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้ามาเช่นนักท่องเที่ยวและผู้ที่ทำธุรกิจ ซึ่งเที่ยวบินที่บินตรงจากรัฐเวสต์เบงกอล จะบินมาลงที่สุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต จึงเป็นที่มาของการคัดกรองผู้เดินทางแบบจำกัดเที่ยวบิน ซึ่งบินตรงจากแถบนั้น และต้องกรอกเอกสารข้อมูล และ Health Beware Card หากมีอาการป่วย ต้องติดต่อไปทาง Hot Line 1422 และจะมีการติดตามเข้าสู่กระบวนการแยกและตรวจรักษาต่อไป

 

" ที่ผ่านมามีการสอบสวนและส่งตรวจเคสที่เข้าข่ายต้องสงสัย แต่ยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อแต่อย่างใด" รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขระบุ

 

ด้าน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการควบคุมโรคจะจำกัดแค่เที่ยวบินจากอินเดียในรัฐเวสต์เบงกอลเท่านั้น ไม่ได้ขยายครอบคลุมทั้งอินเดีย เนจากข้อมูลล่าสุด ว่าสามารถเบาใจได้ระดับหนึ่ง ซึ่งเคสที่ยืนยันมี 2 ราย แต่อีก 3 รายนั้น รวมไปถึงชุมชนต่างๆ อีก 200 รายซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง ยังไม่พบผู้ป่วยเพิ่มเติม จึงพบว่าการกระจายไม่เร็วเท่าโควิดและไข้หวัดใหญ่ แต่ก็ยังต้องรอตรวจเชื้อไวรัสอย่างละเอียดต่อไป

 

ทั้งนี้ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้เตรียมความพร้อมในโรงพยาบาลรัฐและเอกชนที่จะรับเคสส่งตรวจและวินิจฉัยแล้วโดยจะสามารถตรวจและวินิจฉัยเสร็จสิ้นภายใน 6-8 ชม.

 

 

ไทยเคยมีค้างคาวติดเชื้อไวรัสนิปาห์ แต่ติดเชื้ออัตราต่ำ ยังไม่เคยพบแพร่สู่คน

 

การแถลงข่าวยังระบุด้วยว่า ในประเทศไทยมีค้างคาวผลไม้ไม่ต่างจากอินเดีย ซึ่งหลายคนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวมีความกังวล  อย่างไรก็ตามมีข้อมูลรายงานมานานแล้วว่า ค้างคาวแม่ไก่ในประเทศไทยมีการตรวจเชื้อไวรัสนิปาห์เช่นกัน แม้จะมีการค้นพบเชื้อนี้ แต่อัตราส่วนในการเจอเชื้อร้อยละ 10 ถือว่าเป็นสัดส่วนที่ไม่มาก ในขณะที่พื้นที่ระบาดค้างคาวที่ติดเชื้อปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 40-50

นอกจากนี้ พื้นที่ที่ติดเชื้อมีงานวิจัยเฝ้าระวังมีการตรวจประชาชนและสุกร ก็ไม่ได้พบว่ามีการติดเชื้อสู่สุกรหรือคนแต่อย่างใด

 

 

สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีค้างคาวอาศัยอยู่ ทางกรมควบคุมโรคได้แนะนำวิธีการป้องกัน ดังนี้

 

 

  1. ห้ามเก็บผลไม้ที่ร่วงหล่นหรือผลไม้บนต้นที่มีรอยกัด เพราะอาจปนเปื้อนน้ำลายค้างคาวได้
  2. หลีกเลี่ยงในเรื่องของการทานผลไม้ที่ไม่ได้ผ่านการล้างให้สะอาดและปอกเปลือกก่อนรับประทาน
  3. อาหารและน้ำต้องถูกสุขลักษณะ
  4. การกำจัดขยะในสิ่งแวดล้อม อาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อได้เช่นกัน
  5. การดูแลสัตว์เศรษฐกิจ โดยเฉพาะหมู ที่สามารถรับเชื้อและแพร่ได้ ไม่ควรเลี้ยงใกล้ที่มีค้างคาว เพื่อไม่ให้มูลค้างคาวตกลงมาในคอก
  6. ไม่เอาผลไม้ที่มีรอยกัดแทะเลี้ยงหมู
  7. สังเกตสัตว์เลี้ยง รวมถึง สุนัข แมว เสียชีวิตอย่างน่าสงสัยแจ้งปศุสัตว์ทันที
  8. ในช่วงเมษายน และพฤษภาคม ต้องระวัง เพราะตรวจเชื้อไวรัสในค้างค้าวได้มากที่สุด
  9. โอ่งน้ำปิดมิดชิด
  10. อย่าจับ อย่าล่า ค้างคาว หรือสัมผัสไม่ว่าจะตายหรือมีชีวิตโดยมือเปล่า หากจำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัย ใส่ถุงมือ และฝังกลบด้วยปูนขาว
  11. หากมีอาการไข้สูง ซึม สับสน ให้รีบพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติความเสี่ยงให้แพทย์ทราบ พร้อมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อไม่ให้แพร่เชื้อรอบข้าง

ข่าวล่าสุด

โลกผันผวนยาว ไทยโตต่ำ! LGT เปิด 7 เข็มทิศลงทุนปี 2026 ปรับพอร์ตใหม่ก่อนเกมเปลี่ยน