เช็กสัญญาณตลาดอาหารพร้อมทาน อยู่ในระยะประคองตัว คาดฟื้นอีกทีปี 2570
ตลาดอาหารพร้อมทานปี 68 เจอศึกรอบด้าน พิษภาษีสหรัฐฯ-การเมืองชายแดน ฉุดส่งออกร่วง แนวโน้ม ปี 2569 เริ่มเห็นสัญญาณบวก "บะหมี่กึ่งฯ-แช่แข็ง” ขายในประเทศยังไปได้ ฟื้นตัวเต็มที่ 2570-2571
ปี 2568 ที่ผ่านมาถือเป็นปีที่อุตสาหกรรมอาหารพร้อมทานของไทยต้องเดินเกมอย่างระมัดระวัง แม้สินค้าในกลุ่มนี้จะเป็น “ของจำเป็น” ที่ตอบโจทย์ความสะดวกและราคาประหยัด แต่ภาพรวมตลาดกลับขยายตัวได้อย่างจำกัด สะท้อนกำลังซื้อในประเทศที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ และแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน
ข้อมูลจากวิจัยกรุงศรี ระบุว่า ปริมาณการจำหน่ายอาหารพร้อมทานในประเทศปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวเพียง 1.5–2.5% เท่านั้น จากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว ภายใต้แรงกดดันของมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมือง อย่างไรก็ตามตลาดยังพอมีแรงพยุงจากความต้องการอาหารราคาประหยัด สะดวกบริโภค และมาตรการภาครัฐที่กระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงปลายปี
ขณะที่ฝั่งการส่งออกกลับเผชิญแรงเสียดทานมากกว่า โดยคาดว่าปริมาณส่งออกอาหารพร้อมทานทั้งปี 2568 จะหดตัว -8.0% ถึง -9.0% (9 เดือนแรกหดตัวแล้ว -6.6%YoY) สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้นจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทย รวมถึงความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และกระแสต่อต้านสินค้าไทยในกัมพูชา ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
แต่ละสินค้าโตไม่เท่ากัน บางกลุ่มยังพอไปได้
เมื่อเจาะลึกรายสินค้า ภาพการเติบโตมีความแตกต่างกันชัดเจน
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยังคงเป็นตัวเลือกหลักของผู้บริโภคในยามกำลังซื้ออ่อนแรง โดยยอดจำหน่ายในประเทศคาดว่าจะขยายตัว 1.4–2.4% จากพฤติกรรมรัดเข็มขัดและการเลือกอาหารราคาถูก ขณะที่การส่งออกมีแนวโน้มหดตัวแรง -9.0% ถึง -10.0% (9M25 หดตัว -8.7%YoY) จากการส่งออกไปกัมพูชาที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
อาหารสำเร็จรูปแช่เย็นและแช่แข็ง ยังคงได้อานิสงส์จากความคุ้มค่าและการประหยัดเวลา ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงจากร้านอาหาร โดยตลาดในประเทศคาดว่าจะขยายตัว 1.8–2.8% แต่การส่งออกกลับได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาษีสหรัฐฯ ทำให้คาดว่าจะหดตัว -14.5% ถึง -15.5% (9M25 หดตัว -12.7%YoY)
ด้าน ซีเรียลพร้อมทาน เติบโตช้ากว่ากลุ่มอื่น โดยตลาดในประเทศคาดว่าจะขยายตัวเพียง 0.4–1.4% จากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่อ่อนแอ ผู้บริโภคหันไปเลือกอาหารที่อิ่มและคุ้มค่ามากกว่า ขณะที่การส่งออกคาดว่าจะหดตัว -2.5% ถึง -3.5%ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
ส่วน ซุปพร้อมทาน เผชิญความท้าทายมากที่สุด โดยยอดขายในประเทศมีแนวโน้ม หดตัว -0.5% ถึง -1.5% จากความนิยมอาหารปรุงสดใหม่และกระแสรักษ์สุขภาพ โดยเฉพาะการลดโซเดียม ส่งผลให้การส่งออกทั้งปีคาดว่าจะหดตัว -10.0% ถึง -11.0% (9M25 หดตัว -10.2%YoY)
แนวโน้มปี 2569–2571 เริ่มเห็นสัญญาณบวก
แม้ปี 2568 จะเป็นปีแห่งการ “ประคองตัว” แต่แนวโน้มในช่วงปี 2569–2571 เริ่มส่งสัญญาณบวก โดยปริมาณการจำหน่ายในประเทศคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 2.3–3.3% ต่อปี จากวิถีชีวิตที่เร่งรีบซึ่งหนุนความต้องการอาหารสะดวกและเก็บได้นาน การนำเทคโนโลยีมาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค การขยายตัวของร้านสะดวกซื้อ และการพัฒนาสินค้าร่วมกับร้านค้าและเชฟชื่อดังเพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่
อย่างไรก็ตาม การเติบโตในปี 2569 ยังถูกกดดันจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ก่อนจะค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วงปี 2570–2571
ด้านการส่งออก คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 2.9–3.9% ต่อปี แม้ปี 2569 การขยายตัวยังจำกัดจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นช้า ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และปัญหาการส่งออกไปกัมพูชา แต่ในช่วงปี 2570–2571 แนวโน้มจะปรับดีขึ้น จากกำลังซื้อของประเทศคู่ค้าที่ทยอยฟื้น การขยายตลาดในเอเชียภายใต้ FTA และ RCEP รวมถึงยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
อุตสาหกรรมอาหารพร้อมทานของไทยยังคงมีไพ่ในมือจากศักยภาพในฐานะ ครัวของโลก ด้วยความได้เปรียบด้านวัตถุดิบ มาตรฐานการผลิต และความเชื่อมั่นของตลาดคู่ค้า ซึ่งจะเป็นแรงหนุนสำคัญในการฝ่าคลื่นความผันผวน และสร้างการเติบโตในระยะยาว


