posttoday

นายกฯ อนุทินแถลงคืบหน้าพระเมรุมาศสมเด็จพระพันปีหลวง เสร็จต.ค.69

26 มกราคม 2569

นายกรัฐมนตรีแถลงความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศและเครื่องประกอบฯ ยึดโบราณราชประเพณี ผสานศิลปกรรม สะท้อนพระมหากรุณาธิคุณ คาดก่อสร้างแล้วเสร็จตุลาคม 2569

KEY

POINTS

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง
  • การก่อสร้างพระเมรุมาศจะเริ่มดำเนินการในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2569
  • กรมศิลปากรเป็นผู้รับผิดชอบการออกแบบและจัดสร้างตามโบราณราชประเพณี เพื่อให้สมพระเกียรติสูงสุด

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศและเครื่องประกอบ เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

การแถลงข่าวครั้งนี้มี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และผู้เกี่ยวข้องร่วมรับฟัง

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ได้นำความเศร้าโศกเสียใจมาสู่พสกนิกรทั่วประเทศ รัฐบาลจึงดำเนินการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพให้เป็นไปตามโบราณราชประเพณีและสมพระเกียรติทุกประการ โดยได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ที่ปรึกษาการจัดงานพระราชพิธีฯ

พร้อมมอบหมายให้กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม รับผิดชอบการออกแบบและจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ การบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ การออกแบบพระหีบจันทน์ พระโกศจันทน์ และเครื่องสังเค็ด ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระบรมราชานุมัติให้ดำเนินการตามรูปแบบที่รัฐบาลกราบบังคมทูลแล้ว

สำหรับการออกแบบพระเมรุมาศ กรมศิลปากรยึดหลักโบราณราชประเพณี ควบคู่ความงดงามทางศิลปกรรมที่สะท้อนพระราชจริยาวัตรและพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกร โดยส่วนยอดเป็นทรงมงกุฎแปลง หลังคาซ้อน 7 ชั้นเชิงกลอน เสมอด้วยพระมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ปลียอดเป็นรูปพรหมพักตร์ สื่อถึงการเสด็จสู่พรหมโลก และพระราชสมัญญา “แม่ของแผ่นดิน” ยอดบนสุดประดับนพปฎลมหาเศวตฉัตร แสดงถึงพระบรมราชอิสริยยศขั้นสูงสุด

พระเมรุมาศมีผังสี่เหลี่ยมจตุรัส ทรงปราสาท ออกมุข 4 ด้าน ตั้งบนฐานชาลา 2 ชั้น ตกแต่งด้วยรูปเทวดา หลังคาสีฟ้าหม่นสลับสีปีกแมลงทับ หน้าบันประดับอักษรพระนามาภิไธย “ส.ก.” บนพื้นสีฟ้า ซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ และพื้นหลังสีชมพูอันเป็นสีแห่งศรี ซุ้มหน้าบันออกแบบในลักษณะซุ้มหน้านาง ได้แรงบันดาลใจจากมงกุฎและสร้อยพระศอ ลวดลายตกแต่งอ้างอิงพรรณไม้ที่สอดคล้องกับพระนาม “สิริกิติ์” ขณะที่ฉากบังเพลิงปักโดยช่างสถาบันสิริกิติ์

ภูมิทัศน์โดยรอบจัดตามแนวคิดภูมิจักรวาล ประดับสระทรงกลม รายล้อมด้วยสัตว์หิมพานต์และตัวละครจากรามเกียรติ์ สื่อถึงพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมการแสดงโขน รวมถึงจัดสร้างอาคารประกอบ ได้แก่ พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน ทับเกษตร และทิม สำหรับเป็นที่ประทับและรับรองทูตานุทูตและแขกผู้ร่วมพิธี

ด้านวัสดุจัดสร้าง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดส่งไม้จันทน์หอมสำหรับพระหีบจันทน์และพระโกศจันทน์แก่สำนักช่างสิบหมู่แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายแบบลวดลาย ส่วนพระโกศพระบรมอัฐิเป็นทองคำลงยาราชาวดีประดับรัตนชาติ รูปทรง 8 เหลี่ยม ยอดทรงมงกุฎ ตามแบบแผนโบราณ

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดสร้างเครื่องสังเค็ดพระราชทานแก่พระอารามหลวงและศาสนสถานต่าง ๆ อาทิ โต๊ะหมู่ ตู้หนังสือ โต๊ะทำงานพร้อมชั้นหนังสือ เก้าอี้ และโคมไฟ รวม 4 รูปแบบ

นายกรัฐมนตรีระบุว่า การจัดสร้างพระเมรุมาศจะเริ่มก่อสร้างในเดือนกุมภาพันธ์ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2569 จากนั้นจะกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย เพื่อกำหนดวันประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพต่อไป

ข่าวล่าสุด

ไทย ‘ยกการ์ดสูง’ ป้องกัน ‘ไวรัสนิปาห์’ แม้โอกาสแพร่เชื้อน้อยกว่าโควิด 40 เท่า