posttoday

5 เทรนด์การตลาดดิจิทัล 2569 ทำยังไงให้คนตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น

21 มกราคม 2569

Wisesight สรุป 5 เทรนด์ Digital Marketing 2026 นักการตลาดต้องทำอะไรให้คนตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น เปลี่ยนโซเชียลให้เป็นช่องทางขายครบวงจร ดัน Short-form Video เป็นฟอร์แมตหลัก และออกแบบทุก Touchpoint ให้ลดความลังเล

Wisesight บริษัทด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ สรุป Digital Marketing Trend 2026 ระบุว่า การตลาดดิจิทัลกำลังเปลี่ยนบทบาทจากเพียง “ช่องทางสื่อสาร” ไปสู่การเป็น Market Intelligence ที่ช่วยให้องค์กรเข้าใจภาพรวมของแบรนด์ได้ลึกขึ้น

 

องค์กรที่ได้เปรียบในปี 2026 จะไม่แยกวัดผลตามแพลตฟอร์มอีกต่อไป แต่ใช้ข้อมูลจากทุกช่องทางเพื่ออ่านบทสนทนา ภาพลักษณ์ และความรู้สึกของผู้บริโภค เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่แม่นยำ

 

ขณะเดียวกัน AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือช่วยทำงาน แต่กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการเลือกแบรนด์ การตลาดจึงต้องออกแบบข้อมูลและคอนเทนต์ให้พร้อมทั้งสำหรับผู้บริโภคและระบบ AI ตั้งแต่การค้นหา เปรียบเทียบ จนถึงการตัดสินใจซื้อ

 

นอกจากนี้ความสำเร็จของ Digital Marketing ในปี 2026 จะไม่วัดจาก Reach หรือ Engagement เพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากความสามารถในการออกแบบทุก Touchpoint ให้ช่วยลดความลังเล และพาผู้บริโภคตัดสินใจได้เร็วขึ้นในทุกจุดที่พบแบรนด์

 

เทรนด์ที่ 1 จากวัดผลแยกแพลตฟอร์ม สู่การมองภาพรวมของแบรนด์

หนึ่งใน Digital Marketing Trend 2026 ที่ชัดเจนขึ้นในองค์กรขนาดกลางและใหญ่ คือการขยับจากการวัดผลการตลาดแบบแยกตามแพลตฟอร์ม ไปสู่การประเมินผลในระดับภาพรวมของแบรนด์มากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้รับรู้แบรนด์ผ่านช่องทางเดียว แต่ตัดสินใจจากข้อมูลและประสบการณ์หลายจุดสัมผัสพร้อมกัน

 

ข้อมูลจาก DataReportal ระบุว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกใช้โซเชียลมีเดียเฉลี่ย 6.75 แพลตฟอร์มต่อเดือน สอดคล้องกับบริบทประเทศไทยที่มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียกว่า 56 ล้านบัญชีในปี 2025 สะท้อนว่าบทสนทนาเกี่ยวกับแบรนด์เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ช่องทางใดช่องทางหนึ่ง

 

ขณะเดียวกัน งานวิจัยปี 2025 จาก Think with Google ชี้ว่า เส้นทางการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคไม่เป็นเส้นตรง โดยกว่า 80% ของเส้นทางการซื้อออนไลน์มีมากกว่าหนึ่ง Touchpoint และผู้บริโภคมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์หลายครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ ทำให้การวัดผลแบบแยกช่องทางไม่สามารถสะท้อนอิทธิพลของการตลาดได้ครบถ้วน

 

ด้วยเหตุนี้ Digital Marketing Trend 2026 จึงไม่ใช่การเลิกดูตัวเลขรายแพลตฟอร์ม แต่เป็นการยกระดับการใช้ข้อมูลเพื่อมอง Conversation, Perception และ Sentiment ของแบรนด์ในภาพรวม ข้ามทุกช่องทาง องค์กรที่ปรับตัวได้เร็วจะใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นฐานในการตั้งคำถามเชิงกลยุทธ์ และตัดสินใจได้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคมากกว่าการดู Performance แยกเป็นรายช่องทางเหมือนที่ผ่านมา

 

เทรนด์ที่ 2 การตลาดในยุคที่ AI มีอิทธิพลต่อการเลือกแบรนด์ (AI-Fluence Decision Making)

การเติบโตของ AI ไม่ได้หยุดอยู่ที่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนบทบาทเป็น ตัวกลางสำคัญในกระบวนการตัดสินใจของผู้บริโภค อย่างเป็นรูปธรรม

 

รายงานจาก DataReportal ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน AI มากกว่า 1 พันล้านคนต่อเดือนทั่วโลก สะท้อนว่า AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมการค้นหา เปรียบเทียบ และเลือกแบรนด์ในชีวิตประจำวัน

 

ผู้บริโภคเริ่มพึ่งพา AI ตั้งแต่การสรุปข้อมูลสินค้า การเปรียบเทียบตัวเลือก ไปจนถึงการช่วยตัดสินใจว่าแบรนด์ใดตอบโจทย์มากที่สุด ขณะเดียวกัน การพัฒนาของ Generative AI และการเปลี่ยนแปลงของ Search Engine จากการค้นหาแบบ Keyword ไปสู่การ Prompt และระบบ Query Fan-out ที่ดึงข้อมูลจากหลายแหล่งมาประมวลผล ทำให้ AI ไม่ได้เพียง “แนะนำ” แต่กลายเป็นผู้คัดเลือกคำตอบให้ผู้บริโภค

 

ผลที่ตามมาคือ การตลาดไม่สามารถยึดติดกับ SEO แบบเดิมได้อีกต่อไป แต่ต้องขยับไปสู่แนวคิด Answer Engine Optimization (AEO) และ Generative Engine Optimization (GEO) เพื่อทำให้ข้อมูลของแบรนด์มีโครงสร้าง ชัดเจน และพร้อมให้ AI นำไปใช้อ้างอิงในการตอบคำถาม

 

ดังนั้น AI Marketing ในปี 2026 ไม่ใช่การใช้ AI แทนคน แต่คือการออกแบบข้อมูลและคอนเทนต์ให้ AI ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างแบรนด์กับการตัดสินใจของผู้บริโภค ตั้งแต่การค้นหา การพิจารณา ไปจนถึงการสร้างความภักดีในระยะยาว

 

เทรนด์ที่ 3 โซเชียลมีเดียกลายเป็นช่องทางขายแบบ End-to-End

Social Media Marketing ในปี 2026 กำลังเปลี่ยนจากพื้นที่สร้างการรับรู้ ไปสู่การเป็น ช่องทางขายแบบครบวงจร (End-to-End Commerce Channel) ผู้บริโภคไม่แยก “การดูคอนเทนต์” ออกจาก “การซื้อ” อีกต่อไป แต่คาดหวังให้ทุกขั้นตอนเกิดขึ้นได้ภายในแพลตฟอร์มเดียว

 

AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเร่งการตัดสินใจ ด้วยการสรุปข้อมูล เปรียบเทียบตัวเลือก และนำเสนอสินค้าในจังหวะที่เหมาะสม ทำให้ระยะจากความสนใจไปสู่การซื้อสั้นลงอย่างชัดเจน สอดคล้องกับแนวคิด AI-Fluence Decision Making ที่ AI ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยตัดสินใจแทนผู้บริโภค

 

ขณะเดียวกัน Live Commerce และ Social Selling เปลี่ยนจากกิจกรรมเฉพาะช่วงแคมเปญ ไปสู่ช่องทางขายแบบ Always-onที่สามารถขยายผล เชื่อมต่อออนไลน์-ออฟไลน์ และดูแลลูกค้าได้ต่อเนื่องหลังการซื้อ

 

ผลลัพธ์คือ การตลาดในปี 2026 ไม่สามารถแยกกลยุทธ์ Social Media ออกจากกลยุทธ์การขายได้อีกต่อไป แบรนด์ต้องออกแบบคอนเทนต์ ระบบสินค้า และประสบการณ์การซื้อให้พร้อมสำหรับการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ภายใน Ecosystem เดียวกัน เพื่อเปลี่ยน Engagement ให้เป็นรายได้ และลูกค้าให้เป็นความสัมพันธ์ระยะยาว

 

เทรนด์ที่ 4 Short-form Video ไม่ใช่คอนเทนต์กระแส แต่คือฟอร์แมตหลักของการตลาด

ข้อมูลจาก Wyzowl และ HubSpot ยืนยันตรงกันว่า ผู้บริโภคกว่า 70% ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับสินค้าและบริการผ่าน Short-form Video ทำให้วิดีโอสั้นไม่ได้เป็นเพียงฟอร์แมตที่ “มาแรง” แต่กลายเป็นพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์หลักของผู้บริโภค

 

Short-form Video กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Customer Journey ตั้งแต่การค้นพบแบรนด์ การทำความเข้าใจคุณค่า การเปรียบเทียบตัวเลือก ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ ผู้บริโภคคาดหวังข้อมูลที่สรุปง่าย เห็นภาพเร็ว และเชื่อมโยงกับการใช้งานจริง ซึ่งวิดีโอสั้นตอบโจทย์ได้ดีที่สุด

 

บทวิเคราะห์ Influencer Marketing Trends ของ Wisesight ยังชี้ว่า Short-form Video กลายเป็น “ภาษากลาง” ที่ใช้งานข้ามแพลตฟอร์มได้ทั้ง TikTok, Reels และ Shorts โดยไม่ได้จำกัดบทบาทแค่ความบันเทิง แต่ครอบคลุมถึงการให้ข้อมูล รีวิว และการโน้มน้าวเชิงเหตุผล

 

ผลที่ตามมาคือ ในปี 2026 แบรนด์ไม่สามารถมอง Short-form Video เป็นเพียงคอนเทนต์เสริมได้อีกต่อไป แต่ต้องใช้เป็นฟอร์แมตหลักในการสื่อสาร Value Proposition และขับเคลื่อนการตัดสินใจในทุกช่วงของเส้นทางผู้บริโภค

 

เทรนด์ที่ 5 จาก “สื่อสารให้เห็น” สู่ “ออกแบบให้ตัดสินใจซื้อได้ทันที”

แนวโน้มที่ชัดเจนตั้งแต่ปี 2025 และจะยิ่งเด่นในปี 2026 คือ การตลาดไม่สามารถพึ่งพาแค่การสร้าง Awareness หรือการปิดการขายปลายทางได้อีกต่อไป เพราะการตัดสินใจของผู้บริโภคเกิดขึ้นจากหลาย Touchpoint ที่เชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง

 

การตลาดถูกกดดันให้ทำงานใกล้จังหวะการตัดสินใจซื้อมากขึ้น ทุกจุดที่ผู้บริโภคเจอแบรนด์ต้อง “พาไปต่อได้” ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลเพิ่มเติม การเปรียบเทียบ หรือการตัดสินใจซื้อในขั้นถัดไปทันที

 

ในทางปฏิบัติ Digital Marketing จึงขยับจากการทำแคมเปญเป็นรอบ ๆ ไปสู่การออกแบบ Decision Journey แบบต่อเนื่อง ที่ทุกคอนเทนต์และทุกแพลตฟอร์มมีหน้าที่ลดความลังเลและเร่งการตัดสินใจ การวัดผลจึงไม่ใช่แค่ยอดขายสุดท้าย แต่คือการดูว่าผู้บริโภคขยับจากขั้นหนึ่งไปอีกขั้นได้หรือไม่

 

ดังนั้น Digital Marketing Trend 2026 จึงไม่ใช่คำถามว่า “คนเห็นเยอะแค่ไหน” แต่คือ “คอนเทนต์นี้ช่วยให้คนตัดสินใจเร็วขึ้นหรือไม่” และนี่คือความแตกต่างที่ทำให้การตลาดในปีหน้าไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 

 

 

ข่าวล่าสุด

ส.อ.ท.ดันโครงการ MiT หนุน SMEs ไทย เจาะงานภาครัฐแสนล้าน