posttoday

ส.อ.ท.ดันโครงการ MiT หนุน SMEs ไทย เจาะงานภาครัฐแสนล้าน

21 มกราคม 2569

ส.อ.ท.ดันโครงการส่งเสริมสินค้า SMEs เข้าหน่วยงานรัฐ เสนอเพิ่มสัดส่วนจัดซื้อจัดจ้าง ผ่านระบบ e-GP เป็น 50% คุมเข้มใบรับรองป้องสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้า

ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญกับการหลั่งไหลของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศรวมถึงปัญหาการสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า (Transshipment) ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ประกอบการไทยและห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เสนอให้ภาครัฐเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อจัดจ้างจาก SMEs ผ่านระบบ e-GP เป็น 50% โดยกำหนดเป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI) ของหน่วยงานรัฐ เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดและเพิ่มการเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของ SMEs

เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. เปิดเผยว่า หากโครงการการส่งเสริมการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ (Made in Thailand: MiT) ได้รับการนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมภายใต้รัฐบาลใหม่ จะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย โดย ส.อ.ท. ได้ผลักดันอย่างต่อเนื่องให้ภาครัฐกำหนดสัดส่วนใช้สินค้า MiT ไม่น้อยกว่า  30%  ในโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อสร้างความต้องการใช้สินค้าไทยในระบบเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ใบรับรอง MiT มีบทบาทสำคัญต่อการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง โดยให้แต้มต่อแก่ผู้เสนอราคาที่ใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศและได้รับการรับรองเครื่องหมาย MiT จาก ส.อ.ท. สูงกว่าผู้เสนอราคารายอื่นไม่เกิน  5%  ซึ่งปัจจุบันได้รับความเชื่อมั่นจากหน่วยงานภาครัฐเป็นอย่างสูง และในแต่ละปีงบประมาณมีมูลค่าการสนับสนุนสินค้า MiT มากกว่าแสนล้านบาท

ส.อ.ท. ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลสินค้า เพิ่มความเข้มงวดในการออกใบรับรอง MiT ปกป้องสิทธิ์ของผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินงานอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ เราได้มีการปรับข้อบังคับ ส.อ.ท. ฉบับที่ 34 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 ห้ามนำเข้าสินค้า SKU เดียวกันเข้ามาขอรับการรับรอง MiT พร้อมทั้ง ห้ามลบ แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงบัญชีรายการสินค้าและบัญชีรายชื่อ MiT กรณีมีเหตุอันควรสงสัย ส.อ.ท. มีสิทธิ์ทบทวนหรือเพิกถอนใบรับรอง ทั้งนี้ หากถูกเพิกถอน จะถูกระงับไม่สามารถออก SKU นั้นตลอดไปและบริษัทไม่มีสิทธิ์ยื่นขอรับรองสินค้าทุกรายการ เป็นระยะเวลา 2 ปี

พร้อมกันนี้ ยังได้มีการยกระดับและพัฒนาระบบการตรวจสอบใบรับรอง MiT ให้มีความทันสมัยและมีความน่าเชื่อถือสูงสุด โดยผู้ซื้อหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบความแท้จริงของเอกสารได้ด้วยตนเองตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ การสแกน QR Code ที่ปรากฏบนใบรับรอง ซึ่งจะเชื่อมโยงเข้าสู่ฐานข้อมูลกลางของ ส.อ.ท. เพื่อแสดงสถานะล่าสุด

หรือผ่านเว็บไซต์ www.mit.fti.or.th โดยระบุเลขที่ใบรับรองหรือชื่อบริษัท เพื่อต.รวจสอบข้อมูลสินค้าและวันหมดอายุของใบรับรอง รวมทั้งเพื่อป้องกันความเสียหายจากการใช้เอกสารปลอม และหากพบการแอบอ้างหรือการกระทำความผิด สามารถแจ้งมายัง  ส.อ.ท. โดยจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษามาตรฐานของใบรับรอง Made in Thailand (MiT) 

ข่าวล่าสุด

โกงอายุก็ไม่รอด ChatGPT เพิ่มระบบคาดเดาอายุ ป้องกันเยาวชน