posttoday

"หวังเหล่าจี๋" ชาสมุนไพรจีนตำนาน 200 ปี สู่ศึกชิงกระป๋องแดง

15 มกราคม 2569

รู้จัก “หวังเหล่าจี๋” เครื่องดื่มสมุนไพรดับร้อนประจำร้านหม้อไฟจีน ตำนานเกือบ 200 ปี โด่งดังทั่วโลก กับศึกชิงกระป๋องแดง

หากเคยนั่งในร้านหม่าล่าสายพาน หรือล้อมวงหน้าหม้อไฟร้อนฉ่าในเมืองจีน หรือแม้แต่ร้านอาหารจีนในไทยเอง ก็จะพบเห็น "เครื่องดื่มกระป๋องสีแดงตัวอักษรสีเหลือง" ภายในร้าน ซึ่งเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่ชื่อว่า "หวังเหล่าจี๋ (Wang Lao Ji)" มีรสชาติคล้ายน้ำจับเลี้ยง ที่มีต้นกำเนิดมานานเกือบ 2 ศตวรรษในจีน

 

ชื่อของหวังเหล่าจี๋ กลับมาเป็นที่พูดถึงบนหน้าโซเชียลมีเดียอีกครั้ง หลังร้านอาหารไทยที่นำเครื่องดื่มกระป๋องแดงดังกล่าวมาจำหน่าย ถูกกล่าวหาละเมิดเครื่องหมายการค้าแบบไม่ทันตั้งตัว กลายเป็นอีกหนึ่งบทเรียนธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการ  https://www.posttoday.com/smart-sme/736488

 

กำเนิด "ยาดี" แก้ร้อนใน

ย้อนกลับไปในปี ค.ศ.1828 ณ มณฑลกวางตุ้ง หมอยาจีนได้ปรุงสูตรสมุนไพรหลายชนิดมาต้มเป็นชาเย็นเพื่อช่วยบรรเทาอาการ “ร้อนใน” และบรรเทาอาการเจ็บไข้ของชาวบ้าน ตามแนวแพทย์แผนจีน และสูตรนี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในหมู่ชาวบ้าน โด่งดังไปทั่วสารทิศ กลายเป็นมรดกตกทอดที่หล่อเลี้ยงผู้คนผ่านยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลง

 

วิวัฒนาการจากยาต้มสู่เครื่องดื่มสาธารณะ

ช่วงแรกถูกขายเป็นยาต้มในร้านยาและตามท้องถนนภาคใต้ของจีน กระทั่งวิถีชีวิตเปลี่ยน ผู้คนเริ่มดื่มเป็นเครื่องดื่มเพื่อความสดชื่นและบรรเทาอากาศร้อน ความนิยมของหวังเหล่าจี๋เติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่รู้จักในฐานะ “เครื่องดื่มสุขภาพ” แบบไม่ผสมน้ำตาลหรือคาร์บอเนตเหมือนน้ำอัดลมทั่วไป

 

ศึกชิงกระป๋องแดง 

แต่แล้วเรื่องราวเข้มข้นขึ้นเมื่อตระกูลเจ้าของสูตรต้องไปปักหลักที่ฮ่องกง ทำให้โรงงานที่ผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรเดิมถูกรัฐบาลรับช่วงไปดูแลต่อ ภายใต้บริษัท Guangzhou Pharmaceutical Holdings Ltd. (GPHL)

 

โดยบริษัทนี้ได้รับอำนาจและสิทธิบริหารสินทรัพย์รัฐ จากรัฐบาลนครกว่างโจว เพื่อดูแลและบริหารกิจการของรัฐในภาคอุตสาหกรรมยาและสุขภาพ เช่น ยาสมุนไพร ยาแผนปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ระบบโลจิสติกส์ด้านยา และบริการสุขภาพต่าง ๆ 

 

ความสำเร็จของแบรนด์เริ่มขึ้นในปี ค.ศ.1995 เมื่อบริษัทเจ้าของเครื่องหมายการค้าในจีนอย่าง GPHL ได้ลงนามในสัญญาอนุญาตให้เอกชน Hung To Group ใช้สิทธิเครื่องหมายการค้าชื่อหวังเหล่าจี๋ ซึ่งต่อมาได้จัดตั้งบริษัท JDB Group (Jiaduobao) โดยมีที่ตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อผลิตและจำหน่ายหวังเหล่าจี๋ในรูปแบบ “กระป๋องสีแดง” 

 

JDB ได้พลิกโฉมหวังเหล่าจี๋จากเครื่องดื่มสมุนไพรให้กลายเป็นเครื่องดื่มไลฟ์สไตล์ ที่ทันสมัยวางขายมาตั้งแต่ปี 1997 ทำการตลาดดี ขยายช่องทางจำหน่ายเข้าสู่ร้านอาหารและร้านค้าปลีกอย่างทั่วถึง ส่งผลให้ในปี 2008 ยอดขายพุ่งสูงถึง 1 หมื่นล้านหยวน จนสามารถแซงหน้ายอดขายของโคคา-โคล่าในบางพื้นที่ของประเทศจีนได้สำเร็จ

 

จากคู่ค้า สู่คู่ความ

แต่ความสำเร็จกลับเป็นดาบสองคม เมื่อสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าหวังเหล่าจี๋ สิ้นสุดลงในปี 2011 ฝั่งเจ้าของสิทธิ์ต้องการนำแบรนด์กลับมาบริหารเอง แต่ฝั่ง JDB เป็นผู้ปลุกปั้น จึงกลายเป็นคดีความลากยาวหลายปี ฟ้องร้องกันไปมา จนมาถึงปี 2017 ศาลตัดสินให้ทั้งสองบริษัท "มีส่วนสําคัญ" ต่อเครื่องหมายการค้า และยุติการต่อสู้ทางกฎหมายด้วยการเสมอกัน

 

แม้ JDB ได้ยุติการใช้ชื่อ “หวังเหล่าจี๋” ได้ออกเครื่องดื่มสมุนไพรเหมือนกัน รสชาติเหมือนกัน และยังคงใช้ “กระป๋องแดง” ที่หน้าตาคล้ายเดิมอย่างแยกไม่ออกภายใต้ชื่อแบรนด์ตัวเอง ขณะที่ฝั่ง GPHL ก็เดินหน้าผลิตหวังเหล่าจี๋ของตัวเองเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายแข่งขันกันในตลาดโลกกลายเป็นสงครามสีแดงมาถึงตอนนี้

 

โดยสรุปแล้วในอดีต แบรนด์หวังเหล่าจี๋เคยถูกผลิตและทำตลาดโดยบริษัทเอกชนอย่าง JDB ภายใต้สัญญาอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้า แต่เมื่อสัญญาสิ้นสุดลงและเกิดคดีความยืดเยื้อ เจ้าของเครื่องหมายการค้าอย่าง GPHL ได้นำแบรนด์กลับมาบริหารเองเต็มรูปแบบ พร้อมตั้งบริษัทลูก Guangzhou Wang Lao Ji Great Health Industry Co., Ltd. เป็นผู้ผลิตหลัก ขณะที่ JDB ก็ทำเหมือนกัน 

 

และเมื่อเข้าสู่ตลาดโลก ฝั่งเจ้าของเครื่องหมายการค้า จึงเลือกใช้ชื่อ วาโลวี (WALOVI) เป็นแบรนด์สากล เพื่อลดความซับซ้อนด้านภาษา แยกภาพลักษณ์ตลาดต่างประเทศ และสร้างอัตลักษณ์ใหม่ที่ชัดเจนในระดับสากล

 

WALOVI “หวังเหล่าจี๋” สากล

แม้ชื่อจะเปลี่ยนเป็น WALOVI แต่ตัวผลิตภัณฑ์ยังคงยึดสูตรเครื่องดื่มสมุนไพรจีนดั้งเดิม ซึ่งเป็นจุดขายหลักของหวังเหล่าจี๋ โดยปัจจุบัน WALOVI ถูกวางตำแหน่งเป็น แบรนด์ระดับนานาชาติ และเริ่มขยายฐานการผลิตและตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

โดยเฉพาะ มาเลเซีย เป็นฐานสำคัญในการขยายตลาดของแบรนด์ บริษัทได้ร่วมมือกับบริษัทพันธมิตรมาเลเซียเพื่อสร้างเครือข่ายการขาย และการผลิตสินค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กระจายออกไปหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย

 

 

Source  : https://www.sixthtone.com/news/1000705

Capitalread.co

K AEC Plus 

https://www.prnewswire.com/apac/news-releases/wanglaoji-launches-walovi-english-brand-identity-in-kuala-lumpur-to-strategically-expand-in-malaysian-market-302429149.html?utm

 

ข่าวล่าสุด

เทรนด์หาบ้าน-คอนโด คนไทยนิยม 2 ห้องนอน ซื้อไม่เกิน 3 ล้าน เช่า 3 หมื่นอัป