posttoday

บทเรียนธุรกิจรายย่อย ขายสินค้านำเข้า เสี่ยงละเมิดเครื่องหมายการค้าไม่รู้ตัว

15 มกราคม 2569

บทเรียนธุรกิจผู้ประกอบการรายย่อย วางขายสินค้านำเข้า ความเสี่ยงซ่อนเร้นที่มองไม่เห็น ดูฉลากไม่พอ ต้องศึกษาแบรนด์ เช็กเครื่องหมายการค้ากันพลาด

ต้นปี 2569 ที่หลายร้านอาหารกำลังหวังให้ยอดขายคึกคักหลังผ่านช่วงเศรษฐกิจซบเซา กลับกลายเป็นช่วงเวลาหนักใจสำหรับเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวสไตล์ฉงชิ่งรายหนึ่งในกรุงเทพฯ เมื่อเครื่องดื่มกระป๋องแดงที่คุ้นตาและวางขายมานานหลายปี กลายเป็นชนวนให้เขาต้องเผชิญเรื่องการละเมิดเครื่องหมายการค้าแบบงง ๆ ไม่ทันตั้งตัว

 

เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวสไตล์ฉงชิ่ง ได้เล่าเรื่องราวผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวเพื่อเป็นบทเรียนให้ผู้ประกอบการร้านอาหารคนอื่น ๆ หลังถูกทนายตัวแทนลิขสิทธิ์เครื่องดื่มสมุนไพรหรือน้ำจับเลี้ยงจีน “หวังเหล่าจี๋” (Wang Lao Ji) เข้าดำเนินคดีถึงหน้าร้านด้วยข้อหาจำหน่ายสินค้าที่ไม่ตรงตามเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทย

 

ร้านก๋วยเตี๋ยวฉงชิ่งแห่งนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 2561 เครื่องดื่มสมุนไพรจีนกระป๋องแดงคือหนึ่งในสินค้าที่ขายควบคู่กับอาหารมาโดยตลอด สั่งตรงจากซัปพลายเออร์ย่านเยาวราชเหมือนร้านอาหารจีนทั่วไป

 

แม้บรรจุภัณฑ์ในแต่ละรอบจะดูไม่เหมือนกันเสียทีเดียว บางครั้งมีฉลากภาษาไทย บางครั้งเป็นภาษาจีนล้วน แต่ไม่ทันได้เอะใจ เพราะขายต่อเนื่องมาหลายปีโดยไม่เคยมีปัญหา จึงไม่มีใครคาดคิดว่าเรื่องเล็ก ๆ นี้จะกลายเป็นบทเรียน

 

โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าร้านเข้าข่ายละเมิดเครื่องหมายการค้าและจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย สินค้าที่วางขายถูกระบุว่าไม่ใช่แบบที่ได้รับอนุญาตจากตัวแทนลิขสิทธิ์ในประเทศไทย ทำให้เกิดความสับสน ค่าปรับหลักแสน จึงยอมรับผิด พร้อมอธิบายว่าร้านไม่ได้มียอดขายสูง และไม่ได้มีเจตนาละเมิด สุดท้ายตัดสินใจจ่ายค่าปรับตามที่ตกลงกัน เพื่อให้คดีสิ้นสุดลงและสามารถกลับมาเปิดร้านได้ตามปกติ

 

หลังเรื่องราวคลี่คลาย เจ้าของร้านเลือกนำประสบการณ์ครั้งนี้มาเล่าเป็นอุทาหรณ์ พร้อมย้ำว่า “ผิดเป็นครู” และขอเตือนผู้ประกอบการทุกคน

 

1.ให้ตรวจสอบสินค้าอย่างละเอียด ตั้งแต่ฉลาก อย. ไปจนถึงสถานะเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย 

 

2.แม้จะซื้อจากซัปพลายเออร์เจ้าเดิมที่ค้าขายกันมานาน ก็ไม่อาจไว้วางใจได้ทั้งหมด

 

3.เตือนถึงร้านอาหาร ให้รีบตรวจสอบแหล่งที่มา หากไม่มั่นใจควรหยุดขายทันที เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกล่อซื้อและการฟ้องร้องในอนาคต

 

สำหรับความคืบหน้าหลังจากนี้ เจ้าของร้านเปิดเผยว่า ทางร้านได้ตัดสินใจ ยุติการจำหน่ายเครื่องดื่มหวังเหล่าจี๋ ภายหลังได้รับข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย (ขอเรียกว่า “หวังเหล่าจี๋ขอบดำ”) ซึ่งเกี่ยวข้องกับรายละเอียดด้านสิทธิของแบรนด์หวังเหล่าจี๋

 

ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของทางร้าน หลังได้รับข้อมูลจากหลายฝ่ายว่า ปัจจุบันยังมีคดีความระหว่างเจ้าของสิทธิของแบรนด์ทั้งสองบริษัทซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาและยังไม่สิ้นสุด 

 

ทางร้านจึงขอรอความชัดเจนและข้อสรุปของคดีให้แล้วเสร็จก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมาย และจะขอแจ้งความคืบหน้าให้ลูกค้าทุกท่านทราบอีกครั้งในโอกาสต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนของผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการละเมิดเครื่องหมายการค้าแบบไม่รู้ตัว โดยกฎหมายเครื่องหมายการค้าโดยทั่วไปจะระบุว่าให้เจ้าของเครื่องหมายการค้ามีอำนาจในการผลิตและขายรวมทั้งอนุญาตให้ผู้อื่นขายแต่เพียงผู้เดียวในเครื่องหมายการค้าที่เค้าไปจดทะเบียนเอาไว้ หรือพูดง่ายง่ายหากผู้ใดไม่ได้ถือเครื่องหมายการค้าเอาไว้จะทำการผลิตหรือขายก็ถือเป็นการละเมิดเครื่องหมายการค้าทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวกับว่ามีเจตนาหรือไม่

 

และกรณีของหวังเหล่าจี๋ เนื่องจากมีการเปลี่ยนมือผู้ถือเครื่องหมายการค้า รวมถึงมีคดีความระหว่างเจ้าของสิทธิของแบรนด์ 2 บริษัทมาเป็นเวลากว่า 10 ปี สร้างความสับสนไม่น้อย ซึ่งผู้ประกอบการจะนำสินค้ามาขาย ต้องมีการเช็กอย่างถี่ถ้วนป้องกันผิดพลาด 

 

ข่าวล่าสุด

คลังเร่งคลอด สมุดพก คุมผู้รับเหมาปลาย ม.ค. ชี้ บล็กลิสต์ ทำได้ทันทีหากคู่สัญญาเสนอ