“ปิดกิจการแฟลชในมาเลเซีย” สัญญาณ “คมสันต์ ลี” ลดพึ่งรายได้จากระบบขนส่งผูกขาด
“คมสันต์ ลี ” กดปุ่มปิดตลาดมาเลเซีย คาดสู้ระบบผูกขาดขนส่งไม่ไหว จับตาการเปลี่ยนสนามสู่ธุรกิจอื่นที่เห็นกำไรชัดเจนกว่า
เพราะโลกของอีคอมเมิร์ซ เปลี่ยนไป แม้มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะในไทยจะมีมูลค่าเป็นล้านล้านบาทก็ตาม โดยมีการคาดการณ์ว่า ในปี 2570 มูลค่าตลาดจะขยายตัวถึง 1.6 ล้านล้านบาท จากตัวเลขในปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านบาท เพราะเจ้าของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ มีขนส่งผูกขาดเป็นของตนเอง ขนส่งที่ไม่มีพันธมิตรเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม จึงอยู่ยาก ความฝันของยูนิคอร์นไทยอย่างแฟลช เอ็กซ์เพลส ในการขยายตลาดต่างประเทศอาจสะดุด เมื่อ “คมสันต์ ลี ” กดปุ่มปิดสวิตซ์ตลาดที่แรก “มาเลเซีย” แล้ว โดยมีผลเดือนกุมภาพันธ์ 2569
หรือนี่จะเป็นสัญญาณการลดการพึ่งรายได้จากระบบขนส่งแบบผูกขาดของ “คมสันต์ ลี” เพื่อหันไปลงทุนธุรกิจด้านอื่น เพราะก่อนหน้านี้ “คมสันต์ ลี” ได้เข้าไปร่วมลงทุนกับกลุ่ม TFMAMA แห่งมาม่า และ ชานนท์ เรืองกฤตยา แห่งอนันดา จัดตั้ง บริษัท ไทยเพรซิเดนท์เบเวอร์เรจ จำกัด โดยเขาถือหุ้น 25% และดำรงตำแหน่งกรรมการ และเข้าไปเข้าซื้อหุ้น "ชาจี" (CHAGEE) ร้านชาเจ้าดังจากจีน https://www.posttoday.com/business/725863 https://www.posttoday.com/business/726598 อีกทั้งยังมีข่าวออกมาว่า เขาสนใจทำธุรกิจร้านสะดวกซื้อ
แพลตฟอร์มรายใหญ่ผูกขาดขนส่ง กระทบตลาดมาเลเซีย
เมื่อเร็วๆนี้ แฟลช เอ็กซ์เพรส มาเลเซีย ได้ออกประกาศผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์เพื่อขอบคุณลูกค้าและพาร์ทเนอร์สำหรับการสนับสนุนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าบริษัทจะปิดตัวลงอย่างถาวรในวันที่ 31 มกราคมนี้
นักวิเคราะห์มีการคาดการณ์ว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นหลังจากบริษัทต้องเผชิญกับสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงอย่างมากในตลาดขนส่งพัสดุ (Last-mile Delivery) ของมาเลเซีย ซึ่งมีผู้เล่นรายใหญ่ครองตลาดอยู่จำนวนมากอีกทั้ง ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ ทั้ง ช้อปปี้ และลาซาด้า มีบริการขนส่งสินค้าของตัวเอง รวมถึงสภาวะการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้การปิดตัวเป็นไปอย่างเรียบร้อย แฟลช เอ็กซ์เพรส ได้กำหนดกรอบเวลาการหยุดให้บริการดังนี้
หยุดให้บริการ COD: เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา บริษัทได้ระงับการจองส่งพัสดุแบบเก็บเงินปลายทาง
หยุดรับพัสดุใหม่: วันที่ 15 มกราคม 2569 จะเป็นวันสุดท้ายที่ระบบเปิดรับคำสั่งส่งพัสดุใหม่
ปิดกิจการถาวร: วันที่ 31 มกราคม 2569 ยุติการดำเนินงานทุกภาคส่วน
การจัดการพัสดุที่ยังค้างอยู่ในระบบ บริษัทให้คำมั่นว่าจะดำเนินการจัดส่งพัสดุที่รับเข้าระบบก่อนวันที่ 15 มกราคม ให้สำเร็จครบถ้วน พร้อมทั้งจะใช้ช่วงเวลาที่เหลือในการจัดการด้านบัญชีกับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจให้เรียบร้อย
หากย้อนกลับไปดูธุรกิจต่างประเทศของแฟลช พบว่า แฟลช กรุ๊ป เปิดตัวสู่ต่างประเทศช่วงปลายปี 2564 จากการดำเนินธุรกิจ 2 ประเภทคือ 1. ขนส่ง (แฟลช เอ็กซ์เพรส) เปิดให้บริการที่ สปป.ลาว, ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย 2. คลังสินค้าครบวงจร ให้บริการใน 5 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, สปป.ลาว, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
แหล่งข่าวระบุว่า แฟลช เอ็กซ์เพลส ต้องเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันที่ไม่สมดุล หลัง แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ (แพลตฟอร์มสีดำ) ทำข้อตกลงพิเศษ (Special Deal) กับ บริษัทขนส่งเอกชนสีแดง ตัวย่อ J ส่งผลให้ผู้ขายบนแพลตฟอร์มถูกจำกัดทางเลือกด้านโลจิสติกส์อย่างเป็นระบบ ผู้ประกอบการขนส่งรายอื่นไม่สามารถเข้าถึงปริมาณงานในระดับที่แข่งขันได้ สุดท้ายจึงต้องทยอยถอนตัวออกจากตลาด
ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีคือ พนักงาน แฟลช เอ็กซ์เพลส ในมาเลเซียกว่า 10,000 คนถูกเลิกจ้างทั้งหมด และปิดบริษัทภายในกุมภาพันธ์ 2569 แม้บริษัทจะจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน แต่กรณีนี้สะท้อนชัดว่าการผูกขาดเชิงโครงสร้างไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ประกอบการ หากแต่ลุกลามสู่ตลาดแรงงานในวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้เชี่ยวชาญด้าน อีคอมเมิร์ซ และเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกวงการอีคอมเมิร์ซไทย ผู้ก่อตั้ง TARAD.com และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด และล่าสุดสวมเสื้อเล่นการเมืองอยู่กับพรรคประชาชน กล่าวว่า TikTok มีการใช้ Affiliate Marketing ด้วยการใช้อินฟลูเอนเซอร์ ช่วยขายสินค้า และได้รับส่วนแบ่งในการขาย เมื่อ อินฟลูเอนเซอร์ ขายของได้และ TikTok เติบโตขึ้น ก็เริ่มมีมาตรการควบคุมจัดการเจ้าของร้านมากขึ้น
ทำให้คนไทยหรือผู้ค้ารายย่อยที่อาศัยแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นช่องทางขายหลักต้องยอมรับเงื่อนไขที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไม่สามารถปฎิเสธได้ เพราะมีรายได้จากช่องทางนี้ นอกจากนี้ TikTok ยังเริ่มผูกขาดการขนส่งกับ J&T จากเดิมที่มีขนส่งหลายเจ้า ซึ่งไม่แน่ใจว่าดีลนี้เกิดขึ้นเพราะราคาถูกกว่า หรือเป็นบริษัทจีนด้วยกัน ส่งผลต่อบริษัทขนส่งในไทย
ต้องจับตากันต่อไปว่าจะมีประเทศต่อไปหรือไม่ และแฟลช เอ็กซ์เพลส จะยังคงสู้กับระบบผูกขาดขนส่งได้อีกนานแค่ไหน แม้ว่าผลประกอบการล่าสุด ปี 2567 แฟลช เอ็กซ์เพลส พลิกจากขาดทุน มีกำไรอยู่ที่ 941 ล้านบาท ก็ตาม หากรัฐบาลไทยยังไม่สามารถกำกับดูแลการแข่งขันที่เป็นธรรมในภาคโลจิสติกส์ได้ ธุรกิจขนส่งอิสระที่ไม่มีแพลตฟอร์มเป็นของตัวเองก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญชะตากรรมเดียวกับที่เกิดขึ้นในมาเลเซีย
ท้ายที่สุดแล้ว การปิดบริการในมาเลเซียของ “คมสันต์ ลี” อาจเป็นการ "ถอยเพื่อเปลี่ยนสนามเล่น" จากตลาดอีคอมเมิร์ซที่ถูกผูกขาดด้วยระบบนิเวศของแพลตฟอร์ม มาสู่ตลาดเครื่องดื่มที่มีช่องว่างให้สร้างแบรนด์และทำกำไรได้ชัดเจนกว่า โดยมีแหล่งทุนและพันธมิตรที่แข็งแกร่งคอยหนุนหลัง


