posttoday

โลกการค้าเปลี่ยน ITD สำรวจ Global South ตลาดใหม่ของสินค้าไทย

12 มกราคม 2569

ITD ชี้ Global South ทางเลือกใหม่ของไทย ท่ามกลางแรงกดดันการค้าโลก เดินหน้าสำรวจตลาด ดัน SME ใช้จุดแข็งเกษตรแปรรูปต่อยอดห่วงโซ่อุปทาน

เมื่อโลกตะวันตกตั้งกำแพง ไทยต้องมองหาโอกาสใหม่ในประเทศกำลังพัฒนา

 

ท่ามกลางกระแสการตั้งกำแพงทางการค้าของสหรัฐอเมริกาและยุโรปที่เข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) ชี้ว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งปรับยุทธศาสตร์การค้า โดยหันไปกระชับความร่วมมือกับกลุ่มประเทศ Global South หรือกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา  ซึ่งกำลังกลายเป็น “พื้นที่โอกาสใหม่” ของสินค้าไทยในเวทีโลก

 

ข้อมูลจาก ITD ระบุว่า กลุ่มประเทศ Global South โดยเฉพาะในอาเซียนและเอเชียใต้ เช่น อินเดีย บังกลาเทศ และปากีสถาน ยังมีความต้องการสินค้า เงินทุน และองค์ความรู้จากไทยสูง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล

 

ขณะเดียวกัน รายงาน การค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำปี 2568 (UNCTAD Trade and Development Report 2025) ยังระบุว่า ไทยยืนอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ได้เปรียบที่สุดจุดหนึ่งในกลุ่มประเทศ Global South และมีความโดดเด่นอยู่ที่การครองอันดับ 1 ในดัชนีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ (Trade Product Diversity Index) อาทิ ความสามารถในการกระจายฐานการส่งออกครอบคลุมทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรมการผลิต และสินค้าแปรรูปมูลค่าสูง ด้วยคะแนน 1.02 ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก

 

ซึ่งความหลากหลายนี้จะเป็นเกราะป้องกันทางการค้าที่สำคัญ เมื่อต้องเผชิญกับพายุภาษีศุลกากรจากสหรัฐฯ หรือกฏระเบียบต่าง ๆ จากสหภาพยุโรป การมีฐานสินค้าและคู่ค้าที่หลากหลายจะช่วยให้ไทยปรับตัวและสลับไปใช้ตลาดทดแทนได้ทันทีเมื่อเกิดความผันผวน พร้อมทั้งเอื้อให้ประเทศไทยสามารถในการปรับสมดุลและบริหารความเสี่ยงทางการค้าได้ดี และรองรับแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการค้าโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

อาเซียนไม่ใช่คู่แข่ง แต่คือพันธมิตรทางการค้า

นายวิมล ปั้นคง รองผู้อำนวยการ (วิชาการ) ITD เปิดเผยว่า ITD ศึกษาตลาด Global South ต่อเนื่องมาหลายปี โดยเฉพาะประเทศอาเซียน และพบว่า ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้มองไทยเป็นคู่แข่ง แต่ต้องการ “เติบโตไปพร้อมกัน”

 

อย่างกรณีของเวียดนาม แม้จะเป็นประเทศที่ถูกมองว่าพัฒนาเร็วมาก และมีศักยภาพสูง แต่ยังคงต้องพึ่งพาสินค้า “ต้นน้ำ” จากไทย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทานของตนเอง

 

นายวิมล ปั้นคง

ตั้งโจทย์เจาะลึกเพื่อนบ้าน สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย

ในปีนี้และปีหน้า ITD เตรียมทำวิจัยเชิงลึกร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่ง เพื่อเปิดแผนที่โอกาสทางการค้า ได้แก่

  • อินโดนีเซีย ศึกษายุทธศาสตร์ฮาลาลและทิศทางการค้าระหว่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ไทยเป็นคู่ค้าหลัก
  • มาเลเซีย เจาะนโยบาย Digital Hub และการลงทุนด้านข้อมูล (Data Investment) เพื่อนำมาปรับใช้กับไทย
  • เวียดนาม ศึกษาความต้องการสินค้าไทยในฐานะวัตถุดิบต้นน้ำ และเรียนรู้โมเดลส่งเสริมสตาร์ทอัพ
  • กลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา) ร่วมมือกับสถาบันวิจัยท้องถิ่น เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบจากนโยบายการค้าโลก

 

ขณะเดียวกัน ITD ยังให้ความสำคัญกับ เอเชียใต้ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่รัฐบาลไทยผลักดันอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็น

  • อินเดีย ในฐานะผู้นำภูมิภาคที่ต้องการเชื่อมโยงการค้าและการลงทุนกับไทย
  • บังกลาเทศ ตลาดใหม่ที่เติบโตเร็ว
  • ปากีสถาน และ ภูฏาน ซึ่งถูกมองเป็นโอกาสในการกระจายความเสี่ยงจากตลาดเดิม

 

โลกมหาอำนาจผันผวน ไทยต้องตั้งรับอย่างมีแผน

ITD ประเมินว่า จีนในระยะต่อไปจะหันมาขยายบทบาทในประเทศกำลังพัฒนามากขึ้น ส่งผลให้สินค้าจีนไหลเข้าสู่อาเซียนและไทยเพิ่มขึ้น ขณะที่สหรัฐฯ และยุโรปยังมีความไม่แน่นอนสูง และใช้มาตรการกีดกันทางการค้าอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะมาตรฐาน Green Supply Chain

 

โจทย์สำคัญของไทยจึงไม่ใช่การเดินเดี่ยว แต่ต้องร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อยกระดับสินค้าให้ “เขียวทั้งระบบ” และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน

 

 

ข่าวล่าสุด

มิสแกรนด์ขอนแก่น 2026 จำลองเวทีเลือกตั้ง เฟ้นนางงามประชาธิปไตย