การเดินทางครั้งใหม่ของ divana จาก “สปา” สู่บทบาท “Wellness Leader”
การเดินทางครั้งใหม่ของ divana จาก “สปา” สู่บทบาท “Wellness Leader” ประเดิมเปิด Wellness Community Hub ตั้งเป้ายอดขายสิ้นปี 68 แตะ 20 ล้านบาท ดันรายได้รวมปีนี้พุ่งกว่า 300 ล้านบาท
KEY
POINTS
- divana ประกาศปรับเปลี่ยนบทบาทจากแบรนด์สปาสู่การเป็น “Wellness Leader” เพื่อตอบรับกระแสเมกะเทรนด์ด้านสุขภาพ (Wellness) ทั่วโลก
- เปิดตัว “Wellness Community Hub” เพื่อสร้างชุมชนคนรักสุขภาพและขยายฐานลูกค้าในประเทศ และชาวต่างชาติที่อาศัยในไทย จากเดิมที่เน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก
- ตั้งเป้ายอดขาย “Wellness Community Hub” สิ้นปี 68 แตะ 20 ล้านบาท ดันรายได้รวมของ divana ปีนี้พุ่งกว่า 300 ล้านบาท
- เดินหน้าขยายสาขาใหม่ในทำเลใจกลางเมือง พร้อมจัดกิจกรรมและเวิร์กชอปด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
ในยุคที่โลกหมุนเร็วและชีวิตคนเมืองเต็มไปด้วยความเครียดเรื้อรัง การนอนไม่หลับ และโรคภัยไข้เจ็บที่มาพร้อมวิถีชีวิตสมัยใหม่ แบรนด์ลักชัวรีสปาและน้ำหอมสัญชาติไทยอย่าง divana ได้เล็งเห็นถึง Pain Point และตัดสินใจก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะ Wellness Leader
เรื่องราวนี้เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางกระแสสุขภาพ (Wellness) ที่กลายเป็นเมกะเทรนด์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ด้วยมูลค่าอุตสาหกรรม Wellness ทั่วโลก เติบโตสูงถึง 6.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในตลาดที่ขยายตัวเร็วที่สุด
divana ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2544 และเติบโตจากการเป็นสปาสุดหรูใจกลางกรุงเทพฯ สู่ธุรกิจเครื่องหอม คลินิกความงาม และร้านอาหารที่ผสานพลังธรรมชาติเข้ากับภูมิปัญญาตะวันออก จึงประกาศภารกิจครั้งสำคัญในการเป็น Wellness Leader ของไทย
ภารกิจนี้ได้ถูกทำให้เป็นรูปธรรมผ่านการเปิดตัว “Wellness Community Hub” อย่างเป็นทางการ โดยเป้าหมายสำคัญ คือการดึงดูดกลุ่มลูกค้าในประเทศและชาวต่างชาติที่อาศัยในไทย (Local & Expats) ให้เพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่สัดส่วนลูกค้าหลักของ divana เป็นชาวต่างชาติถึง 80% และคนไทย 20%
“พัฒนพงษ์ รานุรักษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ดีวานา เวลเนส จำกัด (divana) ระบุว่า “divana อยากให้ Wellness เป็นสิ่งที่จับต้องได้ เข้าถึงได้ และกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคน”
บทแรกของการเดินทาง
จุดเริ่มต้นของการสร้างชุมชนคนรักสุขภาพได้เปิดฉากขึ้นอย่างน่าประทับใจในงาน Open House ภายใต้คอนเซ็ปต์ Full Moon Balance & Lunar Energy ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29-30 ก.ย.2568 ที่ผ่านมา งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัว แต่เป็นการเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมค้นหาสมดุลของชีวิตผ่านกิจกรรมที่เปี่ยมไปด้วยพลังและความคิดสร้างสรรค์
ไฮไลต์สำคัญคือการได้ร่วมมือกับกูรูสายฟิตแอนด์เฟิร์มอย่าง “แอน-มนัสนันท์ นาคลดา” ที่มานำเวิร์กชอป “Ann X Fullmoon Body Molding” ชวนทุกคนปรับสมดุลร่างกายผ่านท่วงท่า ลมหายใจ และการเคลื่อนไหวที่เชื่อมโยงกับพลังงานของพระจันทร์ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้สัมผัสประสบการณ์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness) ผ่านกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น
- Fullmoon Balance Yoga: โยคะที่ได้แรงบันดาลใจจากจันทร์เต็มดวง ช่วยคลายความตึงเครียดด้วยท่วงท่าที่อ่อนโยน
- Sand Mandala Art of Release: ศิลปะมณฑลทรายที่เป็นสัญลักษณ์ของการปล่อยวาง พร้อมสร้างสรรค์กลิ่นหอม Restart เพื่อเริ่มต้นพลังใหม่
- Migraine Roller Ritual: สัมผัสศาสตร์การกดจุดและกลิ่นบำบัดสูตรพิเศษของ divana เพื่อบรรเทาอาการปวดศีรษะ
- Aromatic Inhaler for Energy Restart: การปรุงยาหอมสูดดมเฉพาะบุคคลเพื่อฟื้นฟูความสดชื่น
- Element Balance Miang-Kam: ลิ้มรส "เมี่ยงคำ" ที่ผสานสมดุลธาตุทั้งสี่ผ่านสมุนไพรไทยดั้งเดิม
- Personalize Scent of Restart Collection: ปิดท้ายด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ความหอมเฉพาะตัว เพื่อนำพลังแห่งการเริ่มต้นใหม่กลับบ้าน
ขยายอาณาจักรสู่ใจกลางเมือง
นอกจากนี้ divana ยังคงเดินหน้าขยายพื้นที่แห่งความสุขอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดช็อปรีเทลใหม่ divana Perfumery ที่ดุสิต เซ็นทรัล ปาร์ค ในคอนเซ็ปต์ “Forest Bathing” เจาะกลุ่มลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เน้นชาวจีนและอาเซียน
ขณะเดียวกัน ในช่วงที่เหลือของปี 2568 ยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ CentralWorld ซึ่งจะเป็นมากกว่าร้านค้า แต่เป็นพื้นที่ที่มีทั้งคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่นและเวิร์กชอปจัดเต็มทุกวัน
สู่อนาคตที่ยั่งยืนและสมดุล
“ธเนศ จิระเสวกดิลก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาดและผู้ร่วมก่อตั้ง divana กล่าวว่า การเปิดตัว Wellness Community Hub ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการจัดกิจกรรม แต่คือการประกาศบทบาทของ divana ในฐานะ Wellness Leader ของไทย และเป็นหนึ่งใน Hub สำคัญแห่งเอเชีย
divana เตรียมจัดกิจกรรมเวิร์กชอปอย่างต่อเนื่อง ทั้งในช็อปรีเทลและทุกสาขาสปา รวมถึงการจัดอีเวนต์เพื่อคนรักสุขภาพ ตอบโจทย์คนเมืองยุคใหม่ด้วยการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและสร้างแรงบันดาลใจให้คนเมืองได้ใช้ชีวิตอย่างสมดุลในระยะยาว
โดยตั้งเป้ายอดขายจากงานเปิด “Wellness Community Hub” และต่อเนื่องถึงสิ้นปี 2568 ไว้ที่ 20 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ารายได้รวมของ divana ในปี 2568 เติบโตต่อเนื่องจากปี 2567 ที่มีรายได้ประมาณ 300 ล้านบาท จาก Wellness Community Hub ควบคู่ไปกับแผนขยายสาขาใหม่ และการบริหารต้นทุนสู่ความยั่งยืน
นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน โดยวางแผนลดการใช้พลาสติกและเพิ่มสัดส่วนของวัสดุที่ยั่งยืนในผลิตภัณฑ์ รวมถึงเปลี่ยนมาใช้ถุงผ้าแทนกล่องบรรจุภัณฑ์ ภายใน 3 ปี
เรื่องราวของ divana Wellness Community Hub จึงเป็นบทพิสูจน์ของการเดินทางจากแบรนด์สปาและเครื่องหอม สู่การเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้คนเมืองได้กลับมาค้นพบชีวิตที่สมดุลและยืนยาวอย่างแท้จริง


