posttoday
คลัง เตือนรับมือสหรัฐ Shutdown ลุกลาม แนะ ธปท. คุมค่าเงิน–อัดซอฟต์โลนอุ้ม SME

คลัง เตือนรับมือสหรัฐ Shutdown ลุกลาม แนะ ธปท. คุมค่าเงิน–อัดซอฟต์โลนอุ้ม SME

02 ตุลาคม 2568

วรภัค รมช.คลัง เตือนสหรัฐ Shutdown ยืดเยื้อ อาจกระทบเศรษฐกิจไทย แนะธปท.ดูแลเสถียรภาพค่าเงิน หาตลาดส่งออกใหม่ เร่งช่วย SMEs ด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และ FX hedging

KEY

POINTS

  • กระทรวงการคลังเตือนถึงผลกระทบจากกรณีรัฐบาลสหรัฐฯ ปิดทำการ (Shutdown) ซึ่งอาจลุกลามและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการส่งออกและความผันผวนในตลาดการเงิน
  • เสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมพร้อมใช้เครื่องมือดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและนำเข้า
  • แนะให้เตรียมมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ เช่น การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) แก่ผู้ประกอบการ SMEs

ท่ามกลางวิกฤตการเมืองงบประมาณในสหรัฐฯ ที่ส่งผลให้รัฐบาลกลางต้องปิดทำการ (shutdown) ล่าสุด กระทรวงการคลังไทยออกโรงเตือนถึงผลกระทบที่จะสะเทือนเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทย พร้อมเสนอแนวทางรับมือและมาตรการบรรเทาผลกระทบ โดยเฉพาะภาคการส่งออกและความผันผวนของค่าเงินบาท

 

นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Vorapak Tanyawong  ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่งปิดทำการ (shutdown) หลังสภาคองเกรสไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณทันเส้นตาย 1 ตุลาคม ทำให้บริการของรัฐ “ที่ไม่จำเป็น” ต้องหยุดชะงัก มีเจ้าหน้าที่ราว 750,000 คน ถูกสั่งพักงาน ส่งผลกระทบต่อประชาชนและธุรกิจในประเทศทันที


1. ทำไมถึงเกิด shutdown? 
 • รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องผ่านกฎหมายงบประมาณทุกปี แต่รอบนี้ทั้งสองพรรคไม่ตกลงกัน


 • พรรครีพับลิกันต้องการออกมาตรการชั่วคราว (Continuing Resolution) คงงบไปจนถึง 21 พ.ย.นี้


 • พรรคเดโมแครตยืนยันต้องมีการขยายสิทธิประกันสุขภาพไปด้วย


 • เจรจาล่มกลางทำเนียบขาว → รัฐบาลปิดทันที

2. ผลกระทบภายในสหรัฐฯ 
 • หน่วยงานหลายแห่งปิด รวมถึงอุทยานแห่งชาติ ศุลกากร และหน่วยงานสถิติแรงงาน (BLS) → รายงานการจ้างงานเดือนกันยายน เลื่อนออกไป


 • กระทบตลาดแรงงานและการตัดสินใจของ Fed ที่กำลังพิจารณาลดดอกเบี้ย


 • ที่สำคัญ รัฐบาลทรัมป์ส่งสัญญาณว่า shutdown รอบนี้อาจไม่ใช่การ “พักงานชั่วคราว” แต่เป็นการ “ปลดถาวร” ข้าราชการบางส่วน → ทำให้ตลาดแรงงานสหรัฐฯ อ่อนแอหนักขึ้น


 • ผลกระทบเศรษฐกิจขึ้นกับระยะเวลา: ครั้งก่อน (2018–2019) ทำ GDP หายไป 11 พันล้านดอลลาร์ และ 3 พันล้านดอลลาร์ไม่กลับมาเลย


3. ถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อบานปลาย อาจจะมีผลกระทบต่อประเทศไทยได้ 
 • ค่าเงินบาทและตลาดการเงิน: นักลงทุนอาจจะผันเงินไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย ค่าเงินอาจจะผันผวน SET รับแรงกดดัน


 • การส่งออก  คำสั่งซื้อจากสหรัฐฯ เสี่ยงชะลอ โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าอุตสาหกรรม อีกทั้งศุลกากรสหรัฐฯ ที่ทำงานล่าช้าอาจทำให้สินค้าค้างท่าเรือ


 • การท่องเที่ยว ถ้าผู้บริโภคอเมริกันระมัดระวังการใช้จ่าย การเดินทางท่องเที่ยวอาจลดลงบ้าง


 • ความเชื่อมั่นการลงทุน ความไม่แน่นอนในสหรัฐฯ จะเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทย แต่ก็เปิดโอกาส หาก Fed ลดดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด เงินทุนบางส่วนอาจไหลกลับเข้ามาในภูมิภาค

4. แนวทางที่ไทยควรเตรียมรับมือ ถ้าสถานการณ์ลุกลามบานปลาย
 • ดูแลเสถียรภาพค่าเงิน: ธปท. ต้องพร้อมใช้เครื่องมือดูแล FX ไม่ให้กระทบภาคส่งออก/นำเข้า


 • บริหารความเสี่ยงด้านส่งออก: หาตลาดเสริม (เช่น จีน อาเซียน ตะวันออกกลาง) และประสานทูตพาณิชย์กับฝ่ายสหรัฐฯ ถ้ามีปัญหาติดขัดด้านศุลกากร


 • เตรียมมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจ: อาทิเช่นมาตรการ soft landing เช่นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับ SMEs และ FX hedging สำหรับผู้ส่งออกที่ถูกกระทบจากตลาดสหรัฐ 

ข่าวล่าสุด

“กลุ่มบริษัทศรีตรัง” ชูพันธกิจ “Empowering AI” สู่องค์กรอนาคต

“กลุ่มบริษัทศรีตรัง” ชูพันธกิจ “Empowering AI” สู่องค์กรอนาคต