
คลัง เตือนรับมือสหรัฐ Shutdown ลุกลาม แนะ ธปท. คุมค่าเงิน–อัดซอฟต์โลนอุ้ม SME
วรภัค รมช.คลัง เตือนสหรัฐ Shutdown ยืดเยื้อ อาจกระทบเศรษฐกิจไทย แนะธปท.ดูแลเสถียรภาพค่าเงิน หาตลาดส่งออกใหม่ เร่งช่วย SMEs ด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และ FX hedging
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังเตือนถึงผลกระทบจากกรณีรัฐบาลสหรัฐฯ ปิดทำการ (Shutdown) ซึ่งอาจลุกลามและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการส่งออกและความผันผวนในตลาดการเงิน
- เสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมพร้อมใช้เครื่องมือดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและนำเข้า
- แนะให้เตรียมมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ เช่น การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) แก่ผู้ประกอบการ SMEs
ท่ามกลางวิกฤตการเมืองงบประมาณในสหรัฐฯ ที่ส่งผลให้รัฐบาลกลางต้องปิดทำการ (shutdown) ล่าสุด กระทรวงการคลังไทยออกโรงเตือนถึงผลกระทบที่จะสะเทือนเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทย พร้อมเสนอแนวทางรับมือและมาตรการบรรเทาผลกระทบ โดยเฉพาะภาคการส่งออกและความผันผวนของค่าเงินบาท
นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Vorapak Tanyawong ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่งปิดทำการ (shutdown) หลังสภาคองเกรสไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณทันเส้นตาย 1 ตุลาคม ทำให้บริการของรัฐ “ที่ไม่จำเป็น” ต้องหยุดชะงัก มีเจ้าหน้าที่ราว 750,000 คน ถูกสั่งพักงาน ส่งผลกระทบต่อประชาชนและธุรกิจในประเทศทันที
1. ทำไมถึงเกิด shutdown?
• รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องผ่านกฎหมายงบประมาณทุกปี แต่รอบนี้ทั้งสองพรรคไม่ตกลงกัน
• พรรครีพับลิกันต้องการออกมาตรการชั่วคราว (Continuing Resolution) คงงบไปจนถึง 21 พ.ย.นี้
• พรรคเดโมแครตยืนยันต้องมีการขยายสิทธิประกันสุขภาพไปด้วย
• เจรจาล่มกลางทำเนียบขาว → รัฐบาลปิดทันที
2. ผลกระทบภายในสหรัฐฯ
• หน่วยงานหลายแห่งปิด รวมถึงอุทยานแห่งชาติ ศุลกากร และหน่วยงานสถิติแรงงาน (BLS) → รายงานการจ้างงานเดือนกันยายน เลื่อนออกไป
• กระทบตลาดแรงงานและการตัดสินใจของ Fed ที่กำลังพิจารณาลดดอกเบี้ย
• ที่สำคัญ รัฐบาลทรัมป์ส่งสัญญาณว่า shutdown รอบนี้อาจไม่ใช่การ “พักงานชั่วคราว” แต่เป็นการ “ปลดถาวร” ข้าราชการบางส่วน → ทำให้ตลาดแรงงานสหรัฐฯ อ่อนแอหนักขึ้น
• ผลกระทบเศรษฐกิจขึ้นกับระยะเวลา: ครั้งก่อน (2018–2019) ทำ GDP หายไป 11 พันล้านดอลลาร์ และ 3 พันล้านดอลลาร์ไม่กลับมาเลย
3. ถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อบานปลาย อาจจะมีผลกระทบต่อประเทศไทยได้
• ค่าเงินบาทและตลาดการเงิน: นักลงทุนอาจจะผันเงินไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย ค่าเงินอาจจะผันผวน SET รับแรงกดดัน
• การส่งออก คำสั่งซื้อจากสหรัฐฯ เสี่ยงชะลอ โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าอุตสาหกรรม อีกทั้งศุลกากรสหรัฐฯ ที่ทำงานล่าช้าอาจทำให้สินค้าค้างท่าเรือ
• การท่องเที่ยว ถ้าผู้บริโภคอเมริกันระมัดระวังการใช้จ่าย การเดินทางท่องเที่ยวอาจลดลงบ้าง
• ความเชื่อมั่นการลงทุน ความไม่แน่นอนในสหรัฐฯ จะเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทย แต่ก็เปิดโอกาส หาก Fed ลดดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด เงินทุนบางส่วนอาจไหลกลับเข้ามาในภูมิภาค
4. แนวทางที่ไทยควรเตรียมรับมือ ถ้าสถานการณ์ลุกลามบานปลาย
• ดูแลเสถียรภาพค่าเงิน: ธปท. ต้องพร้อมใช้เครื่องมือดูแล FX ไม่ให้กระทบภาคส่งออก/นำเข้า
• บริหารความเสี่ยงด้านส่งออก: หาตลาดเสริม (เช่น จีน อาเซียน ตะวันออกกลาง) และประสานทูตพาณิชย์กับฝ่ายสหรัฐฯ ถ้ามีปัญหาติดขัดด้านศุลกากร
• เตรียมมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจ: อาทิเช่นมาตรการ soft landing เช่นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับ SMEs และ FX hedging สำหรับผู้ส่งออกที่ถูกกระทบจากตลาดสหรัฐ







