
“กลุ่มบริษัทศรีตรัง” ชูพันธกิจ “Empowering AI” สู่องค์กรอนาคต
“กลุ่มบริษัทศรีตรัง” ประกาศยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนองค์กร ชูพันธกิจ “Empowering AI” เดินหน้าสู่องค์กรแห่งอนาคต สู่ Sri Trang AI Factory
นายไวยวุฒิ สินเจริญกุล Chairman of Sri Trang Group กล่าวปาฐกถาถึงวิสัยทัศน์ “Empowering AI” ว่า AI จะไม่เป็นเพียงเครื่องมือ แต่จะเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการทำงานและการตัดสินใจของศรีตรัง บริษัทกำลังสร้าง Sri Trang AI Factory เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล เทคโนโลยี และบุคลากรเข้าด้วยกัน AI ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวิธีการทำงานและการแข่งขันทางธุรกิจ ในวันที่โลกกำลังเร่งการนำ AI มาใช้ องค์กรและบุคลากรที่สามารถเรียนรู้ ปรับตัว และทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นผู้ที่สร้างความได้เปรียบและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
เป้าหมายของบริษัทไม่ใช่การมี AI ที่ดีที่สุด แต่คือการสร้างองค์กรที่ทุกคนสามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ข้อมูลที่เชื่อถือได้ การกำกับดูแลที่เหมาะสม และวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพราะความสำเร็จของ AI ไม่ได้วัดจากจำนวนระบบที่พัฒนา แต่คือจำนวนคนที่สามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างคุณค่าให้กับองค์กร
ด้าน นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล Group CEO of Sri Trang Group กล่าวว่า การปฏิวัติ AI ที่ไร้ขอบเขต” ไม่ได้หมายถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่บุคลากรของเรา หากแต่คือการนำ AI มาเสริมศักยภาพให้คนทำงานได้อย่างชาญฉลาด รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งแท้จริงแล้ว ความหมายของ “Empowering AI” คือการ “Empowering People with AI” หรือการเสริมพลังให้บุคลากรเติบโตและก้าวไปข้างหน้าด้วยศักยภาพของ AI
บริษัทเชื่อมั่นในพลังของการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI เพราะเมื่อ AI ทำงานเคียงข้างบุคลากรในทุกระดับ จะช่วยยกระดับการตัดสินใจให้แม่นยำยิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานปฏิบัติการ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับภาวะผู้นำของผู้บริหาร ตลอดจนสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ การทำงานเป็นทีม และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง อนาคตขององค์กรจึงไม่ใช่อนาคตที่ AI เข้ามาแทนมนุษย์ แต่คืออนาคตที่มนุษย์เติบโตไปพร้อมกับ AI อย่างไร้ขีดจำกัด
นอกจากนี้กลุ่มบริษัทศรีตรังเดินหน้าขับเคลื่อนความยั่งยืนให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร การบริหารจัดการพลังงาน น้ำ ของเสีย และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการวางรากฐานสู่เป้าหมาย Net Zero ในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ และความคาดหวังด้านความโปร่งใสที่เพิ่มสูงขึ้น
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบข้อมูล ESG ให้มีมาตรฐาน แม่นยำ และตรวจสอบได้ รวมถึงการยกระดับการจัดการข้อมูลตามมาตรฐานสากล เช่น ISO 14064-1 เพื่อสนับสนุนการติดตามผล การบริหารความเสี่ยง และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังมุ่งสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าและพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่า ผ่านแนวทาง ESG Partner เพื่อยกระดับมาตรฐานร่วมกัน ลดความเสี่ยง และสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนต่อธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
สำหรับการนำ AI เข้ามาสนับสนุนการตัดสินใจและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในครั้งนี้ ครอบคลุมทุกกระบวนการทางธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้แก่ การคาดการณ์ทิศทางตลาดและการจัดซื้อวัตถุดิบอย่างแม่นยำ (Buy Better), การเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมคุณภาพการผลิตในระดับสูงสุด (Produce Better), การบริหารจัดการด้านการขายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า (Sell Better) ไปจนถึงการจัดส่งสินค้า การบริหารกระแสเงินสด และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร (Ship / Cash / Learn)
พร้อมกันนี้ กลุ่มบริษัทศรีตรังยังมุ่งเน้นการพัฒนา AI Agent และ AI Use Cases ทั้งในระดับบุคคล (Individual Level) และระดับองค์กร (Enterprise Level) เพื่อเร่งสร้างคุณค่าอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรภายใต้แนวคิด "AI x Human" เพื่อเตรียมความพร้อมให้บุคลากรสามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด







