
“อนุทิน” สั่งเชือดโกงสอบท้องถิ่น ลั่นไม่เหมาเข่ง ตั้งกรรมการสอบขยายผลถึงที่สุด
นายกฯ สั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงปมทุจริตสอบท้องถิ่น ชี้เป็นพฤติกรรมอุกอาจถึงขั้นแก้คะแนนสอบ ย้ำเอาผิดทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมขยายผลทั้งต้นทางและปลายทาง ยืนยัน ไม่มีเหมาเข่ง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีข้อกล่าวหาการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี และกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันขึ้นอีกในอนาคต
โดยขณะนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้แต่งตั้งนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยทั้งหมด หลังปรากฏข้อมูลว่ามีการเข้าถึงและแก้ไขข้อสอบหรือคะแนนสอบ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้บุคคลบางรายได้รับการบรรจุเข้ารับราชการ ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ร้ายแรงและกระทบต่อหลักความเป็นธรรมในการคัดเลือกบุคลากรภาครัฐ
นายอนุทินระบุว่า การกระทำดังกล่าวไม่เพียงเป็นการทุจริต แต่ยังเป็นการปิดกั้นโอกาสของผู้มีความรู้ความสามารถที่เข้าสอบด้วยความสุจริต พร้อมเปรียบเทียบกรณีนี้กับ “ทฤษฎีผลไม้มีพิษ” (Fruit of the Poisonous Tree) โดยชี้ว่า หากกระบวนการต้นทางไม่ถูกต้อง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นภายหลังก็ย่อมไม่ชอบด้วยหลักการเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การพิจารณาจะต้องแยกแยะผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตออกจากผู้ที่สอบผ่านและได้รับการบรรจุโดยสุจริต เพื่อไม่ให้ผู้ที่ตั้งใจสอบและไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของรัฐ
สำหรับการสอบแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม 2568 หลังจากที่กระทรวงมหาดไทยไม่ได้เปิดสอบข้าราชการท้องถิ่นมาเป็นเวลาหลายปี โดยนายอนุทินระบุว่า ก่อนหน้านี้มีแรงกดดันจากหลายฝ่ายให้เปิดสอบเพื่อรองรับกำลังคนในระบบราชการท้องถิ่น จึงได้ดำเนินการจัดสอบตามขั้นตอน พร้อมเปลี่ยนสถานที่สอบจากมหาวิทยาลัยบูรพาไปเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐเพื่อความโปร่งใส
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความกังวลอย่างมากคือการรั่วไหลของเฉลยข้อสอบ รวมถึงข้อกล่าวหาว่ามีการแก้ไขข้อมูลหรือคะแนนสอบภายหลัง ซึ่งถือเป็นประเด็นที่กระทรวงมหาดไทยต้องเร่งตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะแม้ผู้บริหารระดับนโยบายจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่หากบุคคลที่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการผ่านกระบวนการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของระบบราชการโดยรวม
เมื่อถูกถามถึงคลิปเสียงที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์และพาดพิงถึงบุคคลทางการเมืองบางราย นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันความถูกต้องของคลิปดังกล่าวได้ เนื่องจากยังไม่มีการรับรองว่าเป็นพยานหลักฐานที่ใช้ประกอบสำนวนคดีอย่างเป็นทางการ เนื่องจากคลิปเสียงไม่สำคัญเท่าหลักฐาน ต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่าเป็นของจริงหรือไม่ หากพบว่ามีมูลก็ต้องดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ไม่มีข้อยกเว้น
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้เสียหายเตรียมเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรง เพื่อเปิดทางให้สามารถดำเนินคดีอาญาได้อย่างเต็มรูปแบบ หลังพบว่าผู้ร้องเรียนกลุ่มแรกได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ไม่ได้แจ้งความกับตำรวจ ทำให้การสืบสวนในส่วนของคดีอาญายังไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างเต็มที่
นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า การดำเนินการครั้งนี้จะไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใกล้ชิดหรือผู้มีอิทธิพลเพียงใด หากพบหลักฐานเชื่อมโยงถึงใครก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด
นายอนุทินยังเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยได้รับทราบข่าวลือเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่นหลายครั้ง โดยเฉพาะกรณีที่จังหวัดศรีสะเกษ แต่ไม่เชื่อว่าจะมีการกระทำเกิดขึ้นจริงในระดับที่ร้ายแรงเช่นนี้ กระทั่งมีข้อมูลเชิงลึกปรากฏออกมา ซึ่งสะท้อนความผิดปกติหลายประการ อาทิ การนำกล่องข้อสอบไปเก็บรักษาในสถานที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการ ทั้งที่มีสถานที่ควบคุมความปลอดภัยของภาครัฐรองรับอยู่แล้ว
นายอนุทินย้ำว่า ในช่วงที่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเมื่อปี 2566-2567 เคยระงับการจัดสอบบางส่วนไว้ชั่วคราว เนื่องจากมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความไม่โปร่งใส และต้องการแก้ไขปัญหาเชิงระบบก่อนเปิดสอบอีกครั้ง
สำหรับแนวทางการดำเนินการจากนี้ รัฐบาลจะขยายผลตรวจสอบทั้งผู้ที่อยู่เบื้องหลังการทุจริต ผู้มีส่วนสนับสนุน และผู้ที่ได้รับประโยชน์จากกระบวนการดังกล่าว โดยยึดหลักนิติธรรมและความเป็นธรรมเป็นสำคัญ
“เราต้องลงโทษคนผิดให้ถึงที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับผลกระทบ ทุกขั้นตอนต้องอาศัยพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรมที่รอบคอบ” นายอนุทินกล่าวทิ้งท้าย







