ตีตลาดจีนต้องเลือกเมือง "ฉงชิ่ง–เฉิงตู" มาแรง กำลังซื้อวัยรุ่นสูง
ขายของให้คนจีนไม่ง่าย Mango China Group แนะเข้าใจรสนิยมแต่ละมณฑล ก่อนบุกตลาด ฉงชิ่ง–เฉิงตู ขึ้นแท่นเมืองดาวรุ่ง สินค้าดีไซน์ชนะราคาถูก ซีรีส์วาย ยูริ ยอดนิยมบนโซเชียล
แม้ว่าสินค้าไทยจะมีโอกาสเติบโตได้ในตลาดจีน แต่ก็ใช่ว่าทุกตัวจะสามารถติดตลาดจนขายดิบขายดี เพราะพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของคนจีนแต่ละมณฑลนั้นไม่เหมือนกัน ฉะนั้นผู้ประกอบการจำเป็นต้องศึกษาตลาด และเข้าใจถึงกลุ่มหมาย รวมถึงวิธีทำตลาดเพื่อให้เกิดการรับรู้
ฉงชิ่งและเฉิงตู มาแรง วัยรุ่นเยอะ
ปณิชา ประทีปะวณิช Mango China Group กล่าวในงาน ScaleFast Summit & Expo 2025 บนเวที Strategy Stage ไว้อย่างน่าสนใจ ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์และประชาสัมพันธ์ ที่เชี่ยวชาญในการทำตลาดให้กับแบรนด์ไทยในประเทศจีน ซึ่งระบุว่า การค้าขายสินค้ากับคนจีน ไม่ใช่ทุกตัวจะขายได้ หลายคนอาจคุ้นกับมหานครใหญ่ ๆ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เซินเจิ้น แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เริ่มมีเมืองที่เป็นที่พูดถึงมากขึ้นอย่างฉงชิ่งและเฉิงตู ในมณฑลเสฉวน
“สองเมืองนี้รัฐบาลจีนได้ผลักดันยุทธศาสตร์พัฒนาเขตตะวันตก (Western Development Strategy) มาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 2000 ทำให้ทั้งฉงชิ่งและเฉิงตูมีอัตราการบริโภคสูงขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีประชากรวัยรุ่นเยอะ และถ้าใครคิดจะทำของราคาถูกไปขายที่นี่ ต้องเข้าใจว่า คนที่นี่ไม่ได้สนใจเรื่องราคาถูก แต่โฟกัสที่ดีไซน์และความคุ้มค่าเป็นหลัก”
คนจีนไม่ได้ชอบสินค้าเหมือนกันทั้งประเทศ
ต่อมา หลายคนอาจคิดว่า คนจีนเหมือนกันทั้งประเทศ ชอบสินค้าแบบเดียวกัน ปณิชา กล่าวว่า ไม่ใช่เลย หากต้องเจาะลึกเป็นเมือง เช่น มณฑลยูนนาน เมืองหลักคือคุนหมิง อยู่ไกลชายทะเล คนที่นี่เวลามาไทยมักซื้ออาหารทะเลแห้งกลับบ้าน เช่น ปลาหมึก แต่คนจากเมืองท่าใหญ่ ๆ ที่กินซีฟู้ดเยอะอยู่แล้ว อาจไม่สนใจซื้อกลับ
ดังนั้น การทำธุรกิจที่จีน ต้องดูความชอบของแต่ละพื้นที่ เช่น ถ้าเราทำขนมอบกรอบรสซีฟู้ด การไปขายในเมืองที่ไม่ติดทะเล ผลตอบรับอาจไม่ดี เช่น ฉงชิ่ง เป็นต้น
นอกจากนี้ บางสินค้าที่มีรสหวาน เช่น น้ำผลไม้ อาจขายดีในบางเมือง เช่น ปักกิ่ง เพราะคนที่นั่นชอบรสหวาน เราก็จะรู้ว่าควรไปบุกตลาดที่เมืองและมณฑลไหน
สุดท้าย ถ้าสินค้าของเราเป็นสินค้าดีไซน์ ไม่ได้เน้นราคาถูก เราก็ต้องเลือกเมืองและกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะ เช่น เมืองใหญ่ มีกำลังซื้อสูง หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ เป็นต้น
"สรุปคือ การเข้าใจความแตกต่างระหว่างเมืองและกลุ่มลูกค้าในจีนสำคัญมาก ไม่สามารถใช้สูตรเดียวกับทุกพื้นที่ได้"
ผลไม้อบแห้ง ไปได้ดี แต่ต้องเลือกขายให้ถูกเมือง
ปณิชา กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ประกอบการไทย สินค้าหลักที่ไปได้ดีในจีนคือ ผลไม้อบแห้ง แต่ต้องเลือกเมืองให้ถูกยกตัวอย่าง มณฑลยูนนาน เมืองคุนหมิง คนที่นี่ปลูกผลไม้เยอะที่สุดของจีน ดังนั้นไม่จำเป็นต้องซื้อผลไม้อบแห้งจากไทย แต่ถ้าเป็นเมืองท่าอย่าง กวางโจว คนที่นี่ชอบผลไม้อบแห้งไทย เพราะมักกินคู่กับชาหรือทานเป็นของว่าง พฤติกรรมแบบนี้ช่วยให้เราเลือกตลาดได้ตรงจุด
อย่างไรก็ตาม ปณิชา สรุปอีกว่า ลักษณะผู้บริโภคในแต่ละเมือง
- เซี่ยงไฮ้: คนแฟชั่น ใส่ใจไลฟ์สไตล์
- ปักกิ่ง: คนจริงจัง ซีเรียส ทำงานหนัก
- เซินเจิ้น: เป็นเมืองใหม่ อายุราว 40 ปี มีศูนย์กลางการค้าใหญ่ เปิดรับสินค้าใหม่ ๆ และคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยว
- กวางโจวยังเป็นเมืองที่รับสินค้าต่างประเทศได้ง่ายที่สุด เพราะเป็นเมืองท่าเก่า เจอสินค้าใหม่ ๆ อยู่เสมอ
เลือกขายสินค้าผู้หญิง เพราะตลาดใหญ่กว่า
ปณิชา แนะว่า ถ้าต้องเลือกขายสินค้า ผู้ชายหรือผู้หญิง แนะนำไปที่ ผู้หญิงเพราะตลาดใหญ่กว่ามาก ครอบคลุมทั้งแฟชั่น ความงาม สุขภาพ และไลฟ์สไตล์
เรื่องแพลตฟอร์มโซเชียล หลายแบรนด์ไทยมักบอกว่า “มีแฟนเพจ Facebook 5 ล้านคน” แต่ต้องเข้าใจว่า คนจีนไม่ได้ใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศเข้าไม่ได้
แพลตฟอร์มที่น่าสนใจอันดับ 1 คือ Xiaohongshu (เสี่ยวหงซู) แนะนำให้ดาวน์โหลดไว้ เพราะแม้เบอร์ไทยก็สามารถใช้งานได้ แอปนี้เป็นที่นิยมสำหรับผู้หญิงในการแชร์ไลฟ์สไตล์ สินค้า และซื้อสินค้าตามกัน (Social commerce) เช่น เห็นเพื่อนใช้ถั่วออร์แกนิคก็ซื้อตาม
ปรากฏการณ์ใหม่ ๆ ในจีนที่น่าสนใจ เช่น สินค้าแฟชั่นสัตว์เลี้ยง
อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในจีนกำลังโตมาก เพราะคนจีนหลายคนไม่แต่งงาน หรือไม่อยากมีลูก เลยลงทุนกับสัตว์เลี้ยงแทน หรือที่ Starbucks หลายสาขาในจีนเริ่มมีของพรีเมียม เช่น กระเป๋าเป้สำหรับแมวและหมา ซึ่งประเทศไทยยังไม่มี สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงต้องคุณภาพสูง เช่น ออร์แกนิค โซเดียมต่ำ เพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรักสัตว์ ซึ่งแบรนด์จากญี่ปุ่น เกาหลี และไทยต่างมีโอกาสในตลาดนี้ เพราะผู้บริโภคเปิดรับสินค้าคุณภาพสูง
Boy Love / Girl Love ไทย ดังในจีน
อีกปรากฏการณ์หนึ่งคือ Boy Love / Girl Love แม้จะยังถูกจำกัดทางกฎหมาย แต่ก็เริ่มมีชุมชนออนไลน์ที่สนใจ ทำให้เกิดโอกาสสำหรับสินค้าที่ตอบโจทย์กลุ่มนี้
ประเทศไทยเป็นประเทศที่เสรี และเราเก่งเรื่องเทรนด์วัฒนธรรม ทำให้ซีรีส์หรือคอนเทนต์ไทยดังจริงในจีน โดยเฉพาะในเมือง ฉงชิ่งและเฉิงตู ถ้าใครไปเที่ยวเฉิงตู จะเห็นว่าผับบางแห่งเปิดเพลงไทย วัฒนธรรมไทยเริ่มเข้าไปถึงที่นั่น ซีรีส์ BL / Yuri ก็ได้รับความสนใจมาก เพราะยิ่งถูกจำกัด คนก็ยิ่งอยากดู ซึ่งคนจีนสามารถดูผ่าน VPN และใช้ AI แปลคอนเทนต์ได้อย่างรวดเร็ว
ผู้บริโภคจีนขยันมาก ไม่ต้องกังวลว่าทำคอนเทนต์ไปแล้วเขาจะไม่เข้าใจ เพราะ AI จะแปลให้เรียบร้อย เพราะคนจีนเขามีเทคโนโลยีเก่งมาก และเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่อง AI ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงคนจีนได้ง่าย


