ททท. เปิดตัว EAT THE EAST ดันโรดทริป 9 จังหวัดตะวันออก Drive Tourism
ผนึกพันธมิตรชูอัตลักษณ์อาหาร 9 จังหวัด สร้างมูลค่าเศรษฐกิจตลอดเส้นทาง ขับรถเที่ยวเชื่อมเมือง กระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- ททท. เปิดตัวแคมเปญ “EAT THE EAST” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบขับรถเที่ยว (Road Trip) ใน 9 จังหวัดภาคตะวันออก
- ชูวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ด้านอาหารของแต่ละจังหวัดเป็นจุดขายหลัก เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเดินทางและสร้างประสบการณ์ตลอดเส้นทาง
- มุ่งผลักดันโมเดลเศรษฐกิจ “Drive Tourism” และ “Journey Economy” เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และยกระดับภาคตะวันออกจากเส้นทางผ่านสู่จุดหมายปลายทางหลัก
"เมื่อรสชาติกลายเป็นเหตุผลของการเดินทาง เมืองก็จะมีโอกาสทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น" - ผศ.ดร.จุฑามาศ วิศาลสิงห์ ประธานเครือข่าย Thailand Gastronomy Network (TGN)
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก เปิดตัวแคมเปญ “EAT THE EAST : THE GRAND ROAD TRIP” เพื่อผลักดันโมเดลเศรษฐกิจ “Drive Tourism Road Trip Economy” ให้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการท่องเที่ยวของภาคตะวันออก โดยชูจุดแข็งด้านวัฒนธรรมอาหารของ 9 จังหวัด สร้างการเดินทางที่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มตลอดเส้นทาง ไม่ใช่เพียงแค่จุดหมายปลายทาง
โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง ททท. เครือข่ายวัฒนธรรมอาหารประเทศไทย (Thailand Gastronomy Network) บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” ซิกท์ ประเทศไทย และพันธมิตรด้านการเดินทาง เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่ครบวงจรและกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
แนวคิดสำคัญของโครงการอยู่ที่การผลักดัน Drive Tourism ให้เป็นหัวใจของ “Journey Economy” ซึ่งมูลค่าทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นตลอดการเดินทาง ผ่านการออกแบบเส้นทางที่กระตุ้นการใช้จ่ายในหลายจุด ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ แหล่งเรียนรู้ และที่พัก นำไปสู่การพักค้างคืนและการใช้จ่ายซ้ำ ข้อมูลจากสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTTC) ระบุว่าเศรษฐกิจการท่องเที่ยวทั่วโลกในปี 2025 มีมูลค่าราว 11.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10% ของ GDP โลก ขณะที่รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย สามารถสร้างรายได้จาก Drive Tourism ได้ถึงประมาณ 9,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี สะท้อนศักยภาพของการท่องเที่ยวแบบ Road Trip ในการสร้างรายได้ระดับภูมิภาคได้อย่างแท้จริง
นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก ททท. กล่าวว่า แคมเปญนี้มุ่งใช้เสน่ห์อัตลักษณ์อาหารของแต่ละจังหวัดมาสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวออกเดินทาง ค้นหาประสบการณ์ใหม่ในรูปแบบที่ขับรถเที่ยวได้ด้วยตนเอง เชื่อมโยงกับแนวคิด Gastronomy Tourism เพื่อยกระดับภาคตะวันออกจาก “เส้นทางผ่าน” ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่เดินทางได้ตลอดทั้งปี เที่ยวซ้ำได้บ่อย และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ในมุมของภาคเอกชน นายภูมน สมดี ผู้จัดการทั่วไป ซิกท์ ประเทศไทย ระบุว่า การท่องเที่ยวแบบ Road Trip กำลังเป็นประสบการณ์การเดินทางยุคใหม่ที่เน้นคุณค่าระหว่างทาง ซิกท์พร้อมสนับสนุนบริการเช่ารถแบบครบวงจร ตั้งแต่รับรถจนคืนรถ เพื่อให้ทุกช่วงของการเดินทางเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ พร้อมรถยนต์หลากหลายประเภท ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าจนถึงรถระดับพรีเมียมอย่าง BMW รองรับทุกไลฟ์สไตล์ของนักเดินทาง
เหตุผลที่ภาคตะวันออกถูกเลือกเป็นพื้นที่นำร่อง เนื่องจากมีความพร้อมทั้งด้านการเดินทางที่สะดวก เหมาะกับการท่องเที่ยวระยะสั้น (Short Break) มีความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาคเดียว ทั้งทะเล สวนผลไม้ เมืองเก่า ชุมชน คาเฟ่ และวัฒนธรรมร่วมสมัย อีกทั้งยังมีศักยภาพสูงในการเพิ่มมูลค่าการเดินทางผ่านการออกแบบประสบการณ์อาหารและแรงจูงใจให้เกิดการพักค้างคืน
อีกหนึ่งหัวใจของโครงการคือแนวคิด “Gastronomad” ที่เชื่อว่ารสชาติสามารถเป็นเหตุผลของการเดินทาง นักสำรวจยุคใหม่ไม่ได้เดินทางเพียงเพื่อเช็กอิน แต่เพื่อเข้าใจเมืองผ่านอาหาร ผู้คน และบริบทท้องถิ่น ภายใต้ความร่วมมือกับเครือข่าย Thailand Gastronomy Network โครงการจึงชวนให้นักเดินทางเป็นผู้เล่าเรื่องวัฒนธรรมอาหารของเมืองด้วยตนเอง สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับคุณค่าทางวัฒนธรรม
ภายในแคมเปญมีการพัฒนาอัตลักษณ์ “Flavor Identity” ครบทั้ง 9 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว พร้อมออกแบบเส้นทาง Road Trip 3 ธีมหลัก ได้แก่ River & Coastal Balance Route, Forest & Herbal Wellness Route และ Fruit–Treasure–Island Route เพื่อสะท้อนความหลากหลายของภูมิประเทศและวัฒนธรรมอาหารที่เชื่อมโยงกันอย่างมีเรื่องราว
กลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการประกอบด้วยนักเดินทางสายช้า (Slow Explorers) ที่เน้นประสบการณ์คุณภาพ นักเดินทางสายกินและสายโซเชียล (Social Food Explorers) ที่ใช้การกินเป็นแรงบันดาลใจในการเดินทาง และกลุ่ม Visiting Friends and Relatives (VFR) หรือผู้ที่เดินทางกลับบ้านเกิดพร้อมพาครอบครัวและเพื่อนเที่ยว ซึ่งทั้งสามกลุ่มล้วนให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายที่มีคุณค่าและเติมเต็มประสบการณ์ชีวิต
ด้านเคทีซีระบุว่า การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในภาคตะวันออกปี 2568 เติบโต 5% สะท้อนศักยภาพของภูมิภาค โดยโครงการนี้ถูกออกแบบในบทบาท Travel & Lifestyle Enabler มอบสิทธิพิเศษแก่สมาชิกครอบคลุมร้านอาหาร คาเฟ่ และที่พักกว่า 100 แห่งใน 9 จังหวัด เพื่อช่วยวางแผนการเดินทางและยกระดับประสบการณ์มากกว่าการให้ส่วนลดเพียงอย่างเดียว
ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและ ททท. ระบุว่า ภาคตะวันออกก้าวขึ้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับ 3 ของประเทศในปี 2025 มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวราว 14–15% และสร้างรายได้ประมาณ 3.7–4.1 แสนล้านบาท ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยมีการเดินทางของคนไทย 320–330 ล้านทริป สร้างรายได้รวมประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท
สะท้อนให้เห็นว่าภาคตะวันออกไม่ใช่เพียงเมืองรองอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจการเดินทางไทย โดยรายได้เกิดขึ้นตลอดเส้นทางอย่างแท้จริง
EAT THE EAST : THE GRAND ROAD TRIP จึงไม่ใช่เพียงแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว หากแต่เป็นการออกแบบโมเดลเศรษฐกิจการเดินทางที่เชื่อมโยงอาหาร วัฒนธรรม เส้นทาง และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับเมือง ชุมชน และผู้ประกอบการในภาคตะวันออกในระยะยาว


