
สิงคโปร์ชวนคนวัย 50+ ทำงานอาสามีค่าตอบแทน แก้ปัญหาสูงวัยโดดเดี่ยวเสี่ยงอายุสั้น
สิงคโปร์ตั้งเป้าดึงคนวัย 50 ปีขึ้นไป 16,500 คน เข้าร่วมงานอาสาดูแลชุมชนภายใน 2 ปี พร้อมเงินหรือบัตรกำนัลเป็นค่าตอบแทน โดยเลือกกิจกรรมได้ตามความสนใจและเวลาว่าง
KEY
POINTS
- สิงคโปร์เปิดตัวโครงการ "Age Well Kakis" เชิญชวนผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไปมาทำงานอาสาสมัครดูแลชุมชน
- อาสาสมัครจะได้รับค่าตอบแทนในรูปแบบเงินสดหรือบัตรกำนัล เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง
- มีเป้าหมายหลักเพื่อแก้ปัญหาความโดดเดี่ยวในสังคมผู้สูงวัย โดยเปลี่ยนบทบาทให้ผู้สูงอายุมาดูแลช่วยเหลือกันเอง
สิงคโปร์เดินหน้าแก้ปัญหาการแยกตัวออกจากสังคมของผู้สูงอายุ หลังเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด โดยเปิดตัวโครงการ Age Well Kakis ส่งเสริมให้ประชาชนอายุ 50 ปีขึ้นไปเข้าร่วมกิจกรรมอาสาสมัครดูแลชุมชนตามความสนใจ ความสามารถ และเวลาว่าง พร้อมจัดสรรค่าตอบแทนเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง
โครงการดังกล่าวเปิดตัวเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2026 โดยกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ ร่วมกับสำนักงานเพื่อการดูแลแบบบูรณาการ (Agency for Integrated Care, AIC) ภายในงาน National Celebration of Seniors 2026
นโยบายนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของสิงคโปร์ ซึ่งเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดในเดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังประชากรสัญชาติสิงคโปร์อายุ 65 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนมากกว่า 21%
ทั้งนี้ ปัญหาความโดดเดี่ยวและการแยกตัวออกจากสังคมกำลังเป็นความท้าทายสำคัญของสิงคโปร์ โดยผลการศึกษา Singapore National Study of Seniors (SIGNS) ที่เผยแพร่ในเดือนมกราคม 2026 พบว่า ผู้สูงอายุเกือบ 1 ใน 4 รายงานว่ารู้สึกโดดเดี่ยวเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ประมาณ 39% มีความเสี่ยงต่อการแยกตัวออกจากสังคม โดยความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในกลุ่มอายุ 80 ปีขึ้นไป
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ระบุว่า จำนวนครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปอาศัยอยู่เพียงลำพัง เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในรอบ 10 ปี จาก 42,100 ครัวเรือนในปี 2014 เป็น 87,200 ครัวเรือนในปี 2024
สะท้อนความจำเป็นในการสร้างระบบสนับสนุนทางสังคมที่เข้าถึงผู้สูงอายุได้มากขึ้น
อีกทั้ง ปัญหานี้ไม่ได้กระทบเพียงสุขภาพจิตเท่านั้น งานวิจัยของ Duke-NUS Medical School ที่เผยแพร่ในปี 2021 พบความสัมพันธ์ระหว่างความรู้สึกโดดเดี่ยวกับอายุขัยที่สั้นลง โดยผู้สูงอายุวัย 60 ปีที่รู้สึกโดดเดี่ยวมีอายุขัยคาดหมายต่ำกว่าผู้ที่ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเฉลี่ยประมาณ 3–5 ปี แม้ผลการศึกษาดังกล่าวไม่ได้พิสูจน์ว่าความโดดเดี่ยวเป็นสาเหตุโดยตรงของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
เปิดโอกาสงานอาสา 7 แสนครั้งใน 2 ปี
ภายใต้โครงการ Age Well Kakis ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับตนเอง เช่น การนำอาหารไปส่งให้ผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือ การพาเพื่อนวัยเดียวกันไปพบแพทย์ การช่วยจัดกิจกรรมภายในศูนย์ส่งเสริมการสูงวัย และการสนับสนุนงานบริการดูแลชุมชน
กิจกรรมส่วนใหญ่ถูกออกแบบให้ทำได้ภายในหนึ่งวัน บางกิจกรรมใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง และสามารถปรับให้เหมาะกับสมรรถภาพทางร่างกายของผู้เข้าร่วม เพื่อลดข้อจำกัดในการทำงานอาสาสมัคร
ปัจจุบันมีจุดให้บริการดูแลชุมชนมากกว่า 100 แห่งทั่วสิงคโปร์ที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุเข้าร่วมกิจกรรม โดยกระทรวงสาธารณสุขและ AIC ตั้งเป้าดึงประชาชนประมาณ 16,500 คนเข้าร่วม และสร้างโอกาสทำกิจกรรมอาสาสมัครสูงสุด 700,000 ครั้งภายในสองปี
อีกหนึ่งจุดเด่นคือการจัดสรรค่าตอบแทนให้ผู้เข้าร่วมหลังปฏิบัติงานเสร็จสิ้น ทั้งในรูปแบบเงินสดหรือสิ่งของที่มีมูลค่าเทียบเท่าเงินสด เช่น บัตรกำนัล โดยองค์กรผู้ดำเนินกิจกรรมจะเป็นผู้กำหนดอัตราและวิธีจ่ายตามลักษณะงานและระยะเวลาที่ใช้
ทั้งนี้ ค่าตอบแทนดังกล่าวมีลักษณะเป็นเงินสนับสนุนเพื่อแสดงความขอบคุณและส่งเสริมการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การจ้างงานประจำ
เปลี่ยนผู้สูงอายุจากผู้รับการดูแล เป็นผู้ดูแลกันเอง
ตัน เกียต ฮาว (Tan Kiat How) รัฐมนตรีอาวุโสแห่งกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ กล่าวระหว่างเปิดตัวโครงการว่า การสร้างชุมชนที่เอื้ออาทรไม่ได้หมายถึงการดูแลผู้สูงอายุเพียงฝ่ายเดียว แต่รวมถึงการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
การเปิดพื้นที่ให้ผู้สูงอายุมีบทบาทในสังคมจะช่วยสร้างมิตรภาพ ความรู้สึกมีคุณค่า และเป้าหมายในการดำเนินชีวิต ขณะเดียวกันยังช่วยเสริมความเข้มแข็งให้ชุมชน
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการขยายมุมมองเรื่องการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ จากเดิมที่เน้นการดูแลสุขภาพร่างกาย ไปสู่การส่งเสริมความสัมพันธ์ทางสังคมและการมีส่วนร่วมในชุมชน โดยเฉพาะในช่วงที่ประชากรมีอายุยืนยาวขึ้น แต่จำนวนปีที่มีสุขภาพดียังเป็นความท้าทายสำคัญ
ทั้งนี้ โครงการ Age Well Kakis เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย Age Well SG ซึ่งมุ่งส่งเสริมให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง มีเป้าหมาย และยังคงมีส่วนร่วมในชุมชน โดยหน่วยงานรัฐจะสนับสนุนองค์กรบริการดูแลชุมชนในการออกแบบกิจกรรมและจับคู่ผู้เข้าร่วมให้เหมาะสม
นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังเดินหน้าขยายกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและการเรียนรู้ผ่านศูนย์ Active Ageing Centres โดยมีหลักสูตรด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตมากกว่า 150 หลักสูตร เช่น โภชนาการ การป้องกันการหกล้ม สุขภาพจิต และการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนสำหรับประชาชนสิงคโปร์และผู้มีถิ่นพำนักถาวรอายุ 60 ปีขึ้นไปอีกด้วย







