posttoday
สิทธิรักษาฟันมี แต่ทำไมเข้าถึงยาก! จุฬาฯ จับมือ GULF ลดช่องว่างบริการทันตกรรม

สิทธิรักษาฟันมี แต่ทำไมเข้าถึงยาก! จุฬาฯ จับมือ GULF ลดช่องว่างบริการทันตกรรม

02 พฤศจิกายน 2569

แม้คนไทยมีสิทธิรักษาฟัน แต่ปัญหาค่ารักษา คิวรอนาน และการเดินทางยังเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการ จุฬาฯ จับมือ GULF นำทันตกรรมฟรีสู่ชุมชน ลดช่องว่างการรักษา ดูแลคนไทยกว่า 9,300 คนใน 6 ปี

แม้คนไทยจะมีสิทธิรับบริการทันตกรรมภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพ แต่การเข้าถึงบริการรักษาฟันยังไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน โดยเฉพาะประชาชนที่ต้องเผชิญทั้งค่าใช้จ่าย ระยะเวลารอคอย การเดินทาง และข้อจำกัดด้านการกระจายตัวของทันตแพทย์

 

ข้อมูลจาก การสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 9 พ.ศ. 2566 ของกรมอนามัย สะท้อนปัญหาที่น่ากังวล โดยพบว่า คนไทยวัยทำงานอายุ 35–44 ปี ร้อยละ 52.9 มีฟันผุที่ยังไม่ได้รับการรักษา ขณะที่ผู้สูงอายุ 60–74 ปี มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 60 และเด็กอายุ 12 ปี ร้อยละ 49.7

นอกจากนี้ ยังพบความชุกของโรคปริทันต์อักเสบในวัยทำงานอายุ 35–44 ปี ร้อยละ 32.6 และผู้สูงอายุ 60–74 ปี ร้อยละ 31.1

 

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าปัญหาสุขภาพช่องปากยังเกิดขึ้นกับประชาชนทุกช่วงวัย แม้ประเทศไทยจะมีระบบสิทธิรักษาพยาบาลรองรับ แต่การมีสิทธิเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าประชาชนทุกคนจะสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวกและทันท่วงที

 

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า ประชาชนมีสิทธิทำฟันหรือไม่ แต่คือจะทำอย่างไรให้บริการทันตกรรมที่จำเป็นเข้าถึงประชาชนได้จริง

 

 

ทำไมการรักษาฟันจึงยังเป็นเรื่องยาก?

ศ.ทพ.ดร.พรชัย จันศิษย์ยานนท์ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า ปัญหาการเข้าถึงบริการทันตกรรมของประชาชนมีหลายมิติ

 

“การทำฟันมีปัญหาตั้งแต่เรื่องการรอคอยที่นานนะครับ การเดินทางที่มีปัญหา แล้วก็ค่าใช้จ่ายที่แพง”

 

คณบดีคณะทันตแพทย์ จุฬาฯ ยังระบุเพิ่มเติมว่า อีกหนึ่งปัญหาสำคัญ คือ การกระจายตัวของทันตแพทย์ ซึ่งยังเป็นข้อจำกัดในการทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือมีข้อจำกัดในการเดินทาง

 

ทั้งนี้ เมื่อประชาชนไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ตามความจำเป็น ปัญหาสุขภาพช่องปากจึงอาจไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ขณะที่โรคในช่องปากจำนวนมากสามารถป้องกันหรือรักษาได้ หากประชาชนได้รับการตรวจและดูแลตั้งแต่ระยะแรก

 

ศ.ทพ.ดร.พรชัย ยังชี้ว่า สุขภาพช่องปากไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะเรื่องฟันหรือความสวยงามของรอยยิ้ม แต่ยังสัมพันธ์กับสุขภาพร่างกายและการรับประทานอาหาร การสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการดูแลฟันจึงเป็นอีกภารกิจหนึ่งที่ต้องดำเนินควบคู่กับการรักษา

 

ฉะนั้นหนึ่งในแนวทางลดข้อจำกัดดังกล่าว คือ การนำบริการทันตกรรมออกไปหาประชาชน แทนที่จะรอให้ประชาชนเดินทางเข้าสู่สถานพยาบาลเพียงอย่างเดียว

 

ศ.ทพ.ดร.พรชัย จันศิษย์ยานนท์ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

นำทันตกรรมเข้าใกล้ชุมชน-ผู้คน

แนวคิดดังกล่าวจึงเกิดเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF และคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้โครงการ GULF Sparks Smiles มอบรอยยิ้มสดใสให้ชุมชน ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องมาถึงปีที่ 6

 

โครงการมุ่งขยายโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและผู้ที่เข้าถึงบริการได้ยาก สามารถรับการรักษาทางทันตกรรมที่จำเป็นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมส่งเสริมความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปากเพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว

 

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา โครงการได้ดูแลประชาชนสะสมแล้วกว่า 9,300 คน รวม 13,800 รายการรักษา

 

และสำหรับปี 2569 นี้ มีการออกหน่วยทันตกรรมรวม 4 ครั้ง ใน 4 พื้นที่ ได้แก่ ชุมชนคลองเตย กรุงเทพมหานคร อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร โดยการดำเนินงานตลอดปีสามารถดูแลประชาชนได้รวม 2,800 คน คิดเป็น 3,800 รายการรักษา

 

โครงการ GULF Sparks Smiles มอบรอยยิ้มสดใสให้ชุมชน

 

 

นอกจากนี้ การออกหน่วยครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ถือเป็นกิจกรรมครั้งใหญ่ที่สุดของโครงการในปีนี้ มีผู้เข้าร่วมโครงการ 1,350 คน สูงกว่าจำนวนที่ตั้งเป้ารองรับไว้ 1,086 คน  โดยจัดกิจกรรมภายในคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งช่วยให้สามารถระดมทันตแพทย์ บุคลากร และเครื่องมือทางทันตกรรมเพื่อให้บริการได้หลากหลายประเภท ทั้งการตรวจฟัน ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน ผ่าฟันคุด และการรักษาทางทันตกรรมสำหรับเด็ก

 

ศ.ทพ.ดร.พรชัย อธิบายว่า การออกหน่วยนอกสถานที่มีข้อจำกัดด้านเครื่องมือและประเภทการรักษา การเปิดให้บริการภายในคณะทันตแพทยศาสตร์จึงช่วยเพิ่มความพร้อมในการรองรับผู้ป่วยจำนวนมาก และให้บริการรักษาที่มีความซับซ้อนมากขึ้นได้

 

ความร่วมมือระหว่าง GULF และ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

 

 

ไม่ใช่แค่ทำฟันฟรี แต่ต้องรู้วิธีดูแลฟันของตัวเอง

นอกเหนือจากการลดภาระค่าใช้จ่ายและการเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการทำให้ประชาชนได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกต้อง

 

วนิดา แซ่วื้อ อายุ 22 ปี เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการ หลังทราบข่าวผ่าน Facebook และตัดสินใจเข้ารับบริการขูดหินปูน เธอเล่าว่า สิ่งที่ประทับใจเป็นพิเศษคือการได้รับคำแนะนำจากทันตแพทย์อย่างละเอียด หลังจากตรวจและขูดหินปูนเสร็จ โดยทันตแพทย์อธิบายว่าฟันแต่ละซี่มีปัญหาอย่างไร และควรดูแลอย่างไร

 

“ปกติไปคลินิก คุณหมอไม่ได้ให้คำแนะนำรายละเอียดขนาดนี้ แต่มาที่นี่เพิ่งเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่า หมอขูดหินปูนเสร็จแล้วก็บอกว่าเราต้องรักษายังไง ดูแลยังไง ตรงไหนมีปัญหามาก ปัญหาน้อย”

 

วนิดาเล่าว่า ทันตแพทย์พบว่าเธอแปรงฟันบริเวณฟันด้านบนได้ไม่สะอาดเพียงพอ ซึ่งอาจทำให้เกิดฟันผุในอนาคต จึงแนะนำให้ปรับวิธีแปรงฟัน และเธอตั้งใจจะนำคำแนะนำดังกล่าวไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

 

จากคำแนะนำดังกล่าวทำให้เห็นว่าการเข้าถึงบริการทันตกรรมไม่ได้จบลงเมื่อการรักษาเสร็จสิ้น แต่ยังรวมถึงการได้รับข้อมูลที่ช่วยให้ประชาชนเข้าใจปัญหาสุขภาพของตนเอง และสามารถป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต  วนิดายังเล่าว่า ตั้งใจว่าจะกลับมาใช้บริการอีกในปีถัดไป

 

วนิดา แซ่วื้อ ผู้มารับบริการ

 

 

เมื่อความร่วมมือภาคเอกชนช่วยเพิ่มศักยภาพระบบบริการ

นอกจากการออกหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ความร่วมมือระหว่าง GULF และคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ยังขยายไปสู่การสนับสนุนทรัพยากรสำหรับภารกิจด้านทันตสาธารณสุขในระยะยาว

 

ล่าสุด GULF ได้ส่งมอบรถมินิบัส 1 คัน และรถตู้ 1 คัน รวมมูลค่า 4.5 ล้านบาท ให้แก่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการเรียนการสอน การวิจัย การฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษา และการออกหน่วยบริการทันตกรรมเคลื่อนที่ในพื้นที่ต่าง ๆ

 

ศ.ทพ.ดร.พรชัย อธิบายว่า ปัจจุบันคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ มีภารกิจออกหน่วยทันตกรรมเกือบ 20 ครั้งต่อปี โดยร่วมกับ GULF ปีละ 4 ครั้ง การมีพาหนะเพิ่มเติมจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทางของทันตแพทย์ นักศึกษา และบุคลากร เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านทันตกรรมชุมชน

 

คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ยังมองว่า ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนบริการสาธารณสุข โดยเฉพาะการเติมเต็มทรัพยากรในส่วนที่งบประมาณภาครัฐอาจมีข้อจำกัด

 

“ต้องบอกว่างบประมาณของภาครัฐอาจจะไม่เพียงพอ ก็มีงบประมาณของภาคเอกชนเข้ามาเสริม ในส่วนที่เราจะได้ดูแลประชาชนได้ดีขึ้นครับ”

 

ความร่วมมือดังกล่าวจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสนับสนุนกิจกรรมทำฟันฟรีเป็นครั้งคราว แต่ยังครอบคลุมการเพิ่มศักยภาพของบุคลากรและการสนับสนุนภารกิจด้านทันตสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างยืนในอนาคตอีกด้วย

 

รถมินิบัสและรถตู้สำหรับหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่

ข่าวล่าสุด

'พันธุ์ไทย x ขายหัวเราะ' ดึง 'น้องชงชง' แท็กทีมความฮา ฉลอง 14 ปีใหญ่เท่าช้าง

'พันธุ์ไทย x ขายหัวเราะ' ดึง 'น้องชงชง' แท็กทีมความฮา ฉลอง 14 ปีใหญ่เท่าช้าง