
รัฐบาลทรัมป์เล็งผ่อนกฎ "เปปไทด์" หวังดึงตลาดนอกระบบเข้ากำกับ! แม้ FDA ยังไม่รับรองความปลอดภัย
สหรัฐฯ พิจารณาผ่อนข้อจำกัดการปรุงยาเฉพาะรายจากเปปไทด์บางชนิด หลังได้รับความนิยมด้านฟื้นฟูร่างกายและชะลอวัย แม้ FDA ยังมีข้อกังวลด้านความปลอดภัยในมนุษย์
โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ (Robert F. Kennedy Jr.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์สหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวานนี้ (20 ตุลาคม 2569) ว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีเป้าหมายขยายการเข้าถึงสารกลุ่มเปปไทด์ ผ่านการสร้างตลาดที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล หลังผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ได้รับความนิยมจากการประชาสัมพันธ์ของผู้มีอิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงตัวเคนเนดีเอง
เปปไทด์เป็นสารที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนสายสั้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของโปรตีนในร่างกาย โดยเปปไทด์บางชนิดถูกนำมาใช้หรือโฆษณาเพื่อบรรเทาอาการปวด เพิ่มการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ และเสริมความงาม แม้ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิผลของสารหลายชนิดสำหรับวัตถุประสงค์ดังกล่าว
สำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่ในตลาดที่มีสถานะทางกฎหมายไม่ชัดเจน โดยได้รับแรงหนุนจากการกล่าวอ้างสรรพคุณบนโซเชียลมีเดีย ทั้งที่ยังมีข้อมูลการศึกษาด้านความปลอดภัยและประสิทธิผลในมนุษย์อย่างจำกัด
ขณะที่เคนเนดีให้สัมภาษณ์ในรายการ The Will Cain Show ทางสถานี Fox News ว่า ชาวอเมริกันจะซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่แล้ว รัฐบาลจึงต้องการสร้างตลาดที่มีกฎระเบียบกำกับ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบตรงตามที่กล่าวอ้าง มีความปลอดภัย และโรงงานผลิตผ่านการตรวจสอบ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก FDA ส่งข้อเสนอนโยบายไปยังทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม เพื่อพิจารณาผ่อนคลายข้อจำกัดการนำสารเปปไทด์บางชนิดมาปรุงเป็นยาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะรายโดยร้านขายยาที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล
ก่อนหน้านี้ ในเดือนกรกฎาคม คณะที่ปรึกษาภายนอกของ FDA เสนอให้ผ่อนคลายข้อจำกัดสำหรับเปปไทด์ 6 จาก 7 ชนิดที่พิจารณา รวมถึง BPC-157 ซึ่งได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ที่เชื่อว่าสารดังกล่าวช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บและกล้ามเนื้อ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ด้านวิทยาศาสตร์ของ FDA ยังคงกังวล เนื่องจากสารเหล่านี้มีหลักฐานด้านความปลอดภัยและประสิทธิผลในมนุษย์ไม่เพียงพอ
ประเด็นสำคัญคือ การผ่อนคลายข้อจำกัดครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า FDA จะอนุมัติสารเหล่านี้เป็นยา แต่เป็นการพิจารณาเปิดทางให้ร้านขายยานำสารบางชนิดมาปรุงเป็นตำรับเฉพาะรายได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยผลิตภัณฑ์ที่ปรุงขึ้นยังไม่ได้ผ่านกระบวนการประเมินและอนุมัติความปลอดภัยและประสิทธิผลแบบเดียวกับยาใหม่ของ FDA
อย.ไทยเคยทลายเครือข่ายยาฉีดเปปไทด์เถื่อน ยึดกว่า 52 ล้านบาท
สำหรับประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เคยเปิดเผยเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ถึงการร่วมกับตำรวจนครบาลตรวจค้นแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาฉีดกลุ่มเปปไทด์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ยี่ห้อ Haus of peptide ซึ่งมีการโฆษณาอ้างสรรพคุณลดน้ำหนักและจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์
การตรวจค้นในพื้นที่อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี พบผลิตภัณฑ์ยาฉีดที่ไม่มีเลขทะเบียนตำรับยา พร้อมอุปกรณ์สำหรับฉีดและบรรจุภัณฑ์ รวมมูลค่าของกลางกว่า 52 ล้านบาท
อย.ระบุว่าการจำหน่ายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต และการจำหน่ายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510
กระทรวงสาธารณสุขยังเตือนว่าการใช้ยาฉีดที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ไม่สามารถยืนยันคุณภาพและความปราศจากเชื้อ อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง รวมถึงการติดเชื้อจากการฉีดเข้าสู่ร่างกาย







