
แหล่งทุนทั่วถึง-กระจายผลประโยชน์สู่รายย่อย ขยับไทยสู่ประเทศรายได้สูง
ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ย้ำ หากไทยหวังขยับสู่ประเทศรายได้สูง ต้องแก้ 2 โจทย์ใหญ่ 'แหล่งทุนทั่วถึง-กระจายผลประโยชน์สู่ MSMEs' ชี้ปากท้องคนในบ้านต้องมาก่อน
นายณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยถึง จากการประชุม IMF & Worldbank ที่ผ่านมาว่า หากประเทศไทยมีความมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามดักจับรายได้ปานกลางเพื่อ “ก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูง” อย่างยั่งยืน รัฐบาลและผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องให้ความสำคัญและแก้ไขปัญหาใน 2 ประการหลักอย่างเร่งด่วน
1. การเร่งสร้าง Ecosystem ทางการเงินที่ตอบโจทย์: ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาระบบนิเวศทางการเงินที่เอื้อให้ผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมทั่วถึงทุกกลุ่ม เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนให้ธุรกิจระดับฐานรากเดินหน้าต่อได้
2. การกระจายดอกผลทางการเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม: ผลประโยชน์ที่เกิดจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ จะต้องไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะกลุ่มทุนหรือธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ต้องมีกลไกที่ส่งผ่านและไหลเวียนไปถึงผู้ประกอบการ MSMEs อย่างแท้จริง
สิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่การคิดว่าจะส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หรือ New S-Curve อย่างไรเท่านั้น แต่ต้องคิดควบคู่ไปกับการสร้างกลไกที่จะกระจายดอกผลเหล่านั้นลงไปสู่กลุ่ม MSMEs ซึ่งเป็นเส้นเลือดฝอยสำคัญของประเทศได้อย่างไรด้วย
นอกจากนี้ ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ยังได้เน้นย้ำถึงทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายว่า "ไอเดียหรือนโยบายเป็นเรื่องสำคัญ แต่แนวทางการปฏิบัติจริงนั้นสำคัญยิ่งกว่า" การให้ความสำคัญกับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่เพื่อสร้าง New S-Curve ใหม่ๆ ถือเป็นเรื่องดีในการเติบโตระยะยาว แต่ภาครัฐต้องไม่ลืมว่า "ปากท้องของคนในบ้านและการดูแลผู้ประกอบการ MSMEs ในวันนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนกว่า"
พร้อมกันนี้ ได้เปิดเผยข้อห่วงใยถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ โดยย้ำเตือนว่า หากปล่อยให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ อาจนำไปสู่ปัญหาสังคมและเศรษฐกิจที่รุนแรง ดังเช่นบทเรียนและตัวอย่างที่เกิดขึ้นในหลายประเทศฝั่งยุโรป ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศไทยต้องพึงระวังและเร่งป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ







