posttoday
เปิดตัว “แพกู้ภัย” จากทุ่นโซลาร์ รับน้ำหนัก 2–3 ตัน ลุยน้ำตื้นช่วยผู้ประสบภัย

เปิดตัว “แพกู้ภัย” จากทุ่นโซลาร์ รับน้ำหนัก 2–3 ตัน ลุยน้ำตื้นช่วยผู้ประสบภัย

02 ตุลาคม 2569

“ยศชนัน” นำทีม อว.-สจล.-SCGC-TTA Group ทดสอบ “แพกู้ภัย” ดัดแปลงจากทุ่นลอยน้ำโซลาร์ฟาร์ม พื้นที่ 47 ตร.ม. รองรับสิ่งของได้ 2–3 ตัน จุดเด่นกินน้ำตื้น ใช้เรือขนาดเล็กลากจูงได้ นำร่องส่งเสบียงช่วยชาวลาดกระบัง เตรียมส่งมอบ กทม. ใช้รับมือภัยพิบัติ

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณท่าเรือพระจอมเกล้าลาดกระบัง เมื่อวานนี้ (1 ตุลาคม 2569) พร้อมทดสอบนวัตกรรม “แพกู้ภัย” ซึ่งพัฒนาจากทุ่นลอยน้ำที่เดิมใช้สำหรับโครงการโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ นำมาประยุกต์สำหรับขนส่งสิ่งของและความช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่น้ำท่วมที่เข้าถึงได้ยาก

 

แพกู้ภัยดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และภาคเอกชน โดยบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC สนับสนุนทุ่นลอยน้ำจากเทคโนโลยี SCGC Floating Solar Solutions ให้ สจล. นำมาต่อยอดสำหรับภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย

 

จากทุ่นโซลาร์ สู่แพขนของได้ 2–3 ตัน

จุดเด่นของทุ่นอยู่ที่โครงสร้างแบบโมดูลาร์ (Modular) สามารถนำแต่ละชิ้นมาประกอบต่อกันและปรับขนาดตามลักษณะการใช้งานได้ คล้ายการต่อจิ๊กซอว์ ทำให้ประกอบและเคลื่อนย้ายได้รวดเร็ว รวมถึงสามารถถอดหรือปรับรูปแบบเพื่อใช้งานในภารกิจอื่นได้

แพกู้ภัยที่นำมาทดสอบครั้งนี้มีพื้นที่ประมาณ 47 ตารางเมตร รองรับน้ำหนักได้สูงสุดประมาณ 3,000 กิโลกรัม ขณะที่น้ำหนักบรรทุกในระดับที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 2,000 กิโลกรัม

อีกคุณสมบัติสำคัญคือ ตัวแพ “กินน้ำน้อย” และมีแรงเสียดทานต่ำ จึงสามารถเคลื่อนตัวในบริเวณน้ำตื้นได้ และไม่จำเป็นต้องใช้เรือขนาดใหญ่ในการลากจูง เหมาะกับการนำอาหาร น้ำดื่ม ยา และสิ่งของจำเป็นเข้าสู่ชุมชนที่เรือขนาดใหญ่เข้าถึงได้ยาก หรือพื้นที่ที่มีระดับน้ำไม่มากและมีสิ่งกีดขวาง

นอกจากภารกิจกู้ภัยแล้ว โครงสร้างแบบโมดูลาร์ยังเปิดทางให้ดัดแปลงไปใช้งานในรูปแบบอื่น เช่น ทำเป็นโป๊ะหรือแพสำหรับเก็บขยะลอยน้ำ โดยกระทรวง อว. เตรียมประสานส่งมอบแพดังกล่าวให้กรุงเทพมหานครนำไปใช้งานต่อ

 

ทดลองล่องคลองประเวศบุรีรมย์ ส่งของถึงหัวตะเข้

ในการทดสอบใช้งานจริง ศ.ดร.ยศชนัน พร้อมคณะโดยสารแพกู้ภัยล่องไปตามคลองประเวศบุรีรมย์ เพื่อนำถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรคไปส่งให้ประชาชนบริเวณตลาดหัวตะเข้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ภารกิจครั้งนี้ยังนำ “เรือไฟฟ้า” จากกลุ่มบริษัท TTA Group มาใช้ลากจูงแพ โดยจุดเด่นของเรือไฟฟ้าคือเสียงเบาและก่อคลื่นน้อย ลดผลกระทบต่อบ้านเรือนและประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลอง เมื่อเทียบกับการใช้เรือเครื่องยนต์บางประเภทในพื้นที่ชุมชน

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ทุ่นดังกล่าวเดิมพัฒนาสำหรับรองรับแผงโซลาร์เซลล์ มีความแข็งแรงและกินน้ำลึกน้อย เมื่อออกแบบให้เป็นโมดูลาร์จึงสามารถต่อขยายและประยุกต์ใช้งานได้หลายรูปแบบ

 

“ไม่เพียงแต่ใช้ขนสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยในวันนี้เท่านั้น แต่ในอนาคตยังสามารถนำไปใช้เป็นโป๊ะเก็บขยะได้ ซึ่งเราได้พูดคุยเตรียมประสานให้ กทม. นำไปใช้งานต่อ”

 

 

ข่าวล่าสุด

เปิดตัว “แพกู้ภัย” จากทุ่นโซลาร์ รับน้ำหนัก 2–3 ตัน ลุยน้ำตื้นช่วยผู้ประสบภัย

เปิดตัว “แพกู้ภัย” จากทุ่นโซลาร์ รับน้ำหนัก 2–3 ตัน ลุยน้ำตื้นช่วยผู้ประสบภัย