
Nvidia เจอ Wall Street เบรกแผนใช้ชิปค้ำประกันการกู้เงินหนุน AI
แผนระดมทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ของ Nvidia เจอแรงกังขาจาก Wall Street หลังนักลงทุนไม่มั่นใจว่าชิป AI จะสร้างรายได้ได้นานตามที่บริษัทประเมิน
แผนระดมทุนมูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์ของ Nvidia เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเผชิญแรงกังขาจาก Wall Street หลังธนาคารและนักลงทุนบางส่วนมองว่า ชิป AI อาจมีมูลค่าเป็นหลักประกันในระยะยาวต่ำกว่าที่บริษัทประเมิน
แหล่งข่าวในภาคธนาคารและผู้จัดการกองทุนเปิดเผยกับ Reuters ว่า ผู้ให้กู้บางรายต้องการหลักประกันและการค้ำประกันที่เข้มงวดขึ้น เนื่องจากยังไม่มั่นใจว่าชิปของ Nvidia จะสามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องได้นานเพียงใด
ประเด็นสำคัญอยู่ที่ อายุการใช้งานของชิป AI โดย Nvidia มองว่าหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ระดับสูงสามารถสร้างรายได้ได้นานถึง 10 ปี ขณะที่ธนาคารและนักลงทุนจำนวนหนึ่งใช้กรอบการคิดค่าเสื่อมราคาเพียง 3-4 ปี เนื่องจากยังมีข้อมูลในอดีตไม่มากพอสำหรับประเมินมูลค่าชิปในระยะยาว
Tony Trzcinka ผู้จัดการกองทุนอาวุโสของ Impax Asset Management กล่าวว่า Wall Street มีมุมมองระมัดระวังมากกว่า Nvidia และนักลงทุนมีแนวโน้มต้องการอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น หลักประกันที่มากขึ้น และเงื่อนไขคุ้มครองการชำระหนี้ที่เข้มงวดกว่าเดิม หากต้องปล่อยกู้โดยใช้ชิป AI เป็นหลักประกัน
แผนดังกล่าวซึ่งเปิดตัวในเดือนสิงหาคมร่วมกับพันธมิตรทางการเงิน เช่น Blackstone, Apollo และ KKR มีเป้าหมายสร้างตลาดสินเชื่อที่ใช้ชิป AI เป็นหลักประกัน เพื่อเปิดทางให้บริษัท AI เข้าถึงเงินทุนสำหรับการลงทุนในระบบประมวลผล
Nvidia ระบุว่า AI compute เป็นสินทรัพย์ที่มีประโยชน์ อายุการใช้งานยาวนาน และสามารถนำไปใช้ทดแทนกันได้ จึงเหมาะสมกับการเป็นหลักประกันระยะยาว พร้อมระบุว่าโครงสร้างการจัดหาเงินทุนจะปรับเปลี่ยนไปตามพัฒนาการของตลาด
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า ข้อตกลงสินเชื่อมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา มีแนวโน้มให้หลักประกันที่แข็งแกร่งขึ้น รวมถึงอาจมีการค้ำประกันจาก Nvidia หรือใช้กระแสเงินสดจากลูกค้าที่มีอันดับเครดิตระดับลงทุนมารองรับการชำระหนี้
ตลาดยังมีตัวอย่างสินเชื่อที่ใช้ GPU เป็นหลักประกันแล้ว เช่น CoreWeave ซึ่งปิดดีลสินเชื่อมูลค่า 8.5 พันล้านดอลลาร์ โดยมีรายได้ตามสัญญาจาก Meta รองรับการชำระหนี้ ทำให้เจ้าหนี้มีความมั่นใจมากขึ้น
ความเห็นที่แตกต่างกันสะท้อนความท้าทายของตลาดการเงินที่กำลังเร่งจัดสรรเงินทุนหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ชิป ดาต้าเซ็นเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพื่อรองรับ AI ขณะที่นักลงทุนยังต้องประเมินว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะสามารถรักษามูลค่าและสร้างรายได้ได้นานเพียงใดในอุตสาหกรรมที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว







