
เจ้าพระยาปรับเพิ่มระบายน้ำ 2,500 ลบ.ม. สทนช.เดินเครื่องเต็มสูบออกทะเล
สทนช.ระดมหน่วยงานเร่งระบายน้ำช่วงฝนลด ให้เขื่อนตอนบนช่วยหน่วงน้ำ เพิ่มสูบออกทะเล เตรียมรับฝน 5–7 ต.ค. พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุน
KEY
POINTS
- เร่งระบายน้ำจากพื้นที่น้ำท่วมลงอ่าวไทย ก่อนฝนกลับมาเพิ่มช่วงวันที่ 5–7 ตุลาคม
- เจ้าพระยาเตรียมเพิ่มระบายเป็น 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนภูมิพล–สิริกิติ์ช่วยหน่วงน้ำ
- รังสิตเดินเครื่องสูบน้ำตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนคลองด่านเพิ่มเครื่องสูบขนาด 24 นิ้ว เร่งส่งน้ำลงทะเล
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า สทนช.ระดมหน่วยงานใช้ช่วงฝนลดลงเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ประสบอุทกภัยลงสู่อ่าวไทย พร้อมให้เขื่อนตอนบนช่วยหน่วงน้ำ ผันน้ำเข้าระบบชลประทานและทุ่งรับน้ำ เพื่อบรรเทาผลกระทบท้ายน้ำก่อนฝนรอบใหม่
ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำระบุว่า ช่วงวันที่ 5–7 ตุลาคม2569 มวลอากาศเย็นจากจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้ฝนกลับมาเพิ่ม เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนเคลื่อนไปทางตะวันตก ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยบางพื้นที่อาจมีฝนตกหนัก
เจ้าพระยาเพิ่มระบาย พร้อมผันน้ำสองฝั่ง
สทนช.คาดว่าน้ำผ่านสถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ จะเพิ่มสูงสุดไม่เกิน 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังสมทบอีกประมาณ 500–600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น ล่าสุด เมื่อเวลา 03.00น.ของคืนวันที่ 2 ตุลาคม2569 ได้ปรับการระบายน้ำเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
กรมชลประทานจึงเร่งผันน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก รวมถึงทุ่งรับน้ำที่เก็บเกี่ยวแล้ว แต่การผันน้ำจะทำให้แม่น้ำท่าจีนเอ่อล้นตลิ่งบางจุด
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า หน่วยงานประเมินสถานการณ์ทุก 6 ชั่วโมง หากไม่มีฝนเพิ่ม พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ
หลายเขื่อนมีน้ำใกล้เต็มหรือเกินความจุ
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีน้ำ 109% ของความจุเก็บกัก ต้องทยอยเพิ่มระบายจนถึงวันละ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร และให้เขื่อนพระรามหกเตรียมเพิ่มระบายตาม
เขื่อนวชิราลงกรณมีน้ำ 99% กฟผ.ปรับแผนระบายเป็นวันละ 42 ล้านลูกบาศก์เมตร โดย สทนช.คาดว่าจะยังควบคุมการระบายท้ายเขื่อนแม่กลองได้ประมาณ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ส่วนเขื่อนคลองสียัดมีน้ำ 94% เขื่อนขุนด่านปราการชล 97% และอ่างเก็บน้ำประแสร์ 105% จึงต้องจัดแผนระบายให้เหมาะสมเพื่อรักษาตัวเขื่อนและลดผลกระทบท้ายน้ำ
เพิ่มกำลังสูบ เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุน
สถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต จังหวัดปทุมธานี เดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเครื่องสำรอง นายทรงศักดิ์สั่งให้พิจารณาเพิ่มเครื่องสูบเพื่อเร่งลดน้ำท่วมขังในปทุมธานีและกรุงเทพมหานคร พร้อมติดตามมวลน้ำเหนือที่คาดว่าจะเข้าสู่พื้นที่ในช่วง 2–3 วันข้างหน้า
ด้าน ปภ.ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 24 นิ้ว อัตราสูบ 1,500 ลิตรต่อวินาที ที่ประตูระบายน้ำชลหารพิจิตร คลองด่าน และเดินเครื่องเต็มกำลังร่วมกับกรมชลประทานเพื่อส่งน้ำลงอ่าวไทย
สทนช.กำชับทุกหน่วยงานเร่งสูบระบายน้ำจากพื้นที่ประสบภัย พร้อมเฝ้าระวัง น้ำทะเลหนุนสูงช่วงต้นเดือนตุลาคม ซึ่งอาจขัดขวางการระบายน้ำก่อนฝนกลับมาเพิ่มอีกครั้ง







