
เจ้าพระยาระบาย 2,500 ลบ.ม./วินาที เตือน กทม. น้ำย้อนท่อ จับตาน้ำแม่กลอง
น้ำผ่านนครสวรรค์ลดลง แต่เขื่อนเจ้าพระยาระบาย 2,500 ลบ.ม./วินาที นักวิชาการเตือนน้ำย้อนท่อ กทม. ขณะที่ราชบุรี–สมุทรสงครามยังต้องเฝ้าระวัง
KEY
POINTS
- เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่คาดว่าน้ำยังไม่ข้ามแนวคันกั้นน้ำ
- เตือนกรุงเทพฯ และชุมชนริมน้ำ โดยเฉพาะฝั่งธนบุรี ให้เฝ้าระวังปัญหาน้ำไหลย้อนผ่านท่อระบายน้ำช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง
- สถานการณ์ลุ่มน้ำแม่กลองมีแนวโน้มระบายน้ำลดลง แต่บางพื้นที่ใน จ.ราชบุรี และกาญจนบุรี ระดับน้ำยังคงสูงกว่าตลิ่ง
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. กรมชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระบายน้ำผ่านสถานี C.13 ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.77 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ขณะที่น้ำไหลผ่านนครสวรรค์มีแนวโน้มลดลง นักวิชาการประเมินน้ำยังไม่ข้ามแนวคันป้องกันในพื้นที่ที่กล่าวถึง แต่เตือนกรุงเทพฯ และชุมชนริมน้ำเฝ้าระวังน้ำไหลย้อนผ่านท่อระบายน้ำในช่วงน้ำทะเลหนุน
ที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่าน 2,416 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำอยู่ที่ 23.71 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง ต่ำกว่าตลิ่ง 1.99 เมตร ส่วนท้ายเขื่อนเจ้าพระยามีระดับน้ำ 15.42 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง
กรมชลประทานระบุว่า ฝนตกหนักเหนือเขื่อนและในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาทำให้มีน้ำไหลเข้าเหนือเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากน้ำตอนบนเพิ่มสูงจนต้องเพิ่มปริมาณน้ำผ่านเขื่อน จะรายงานให้ทราบเป็นระยะ
แหล่งที่มา : (กรมชลประทาน)
นักวิชาการเตือนน้ำย้อนท่อ แม้น้ำยังไม่ข้ามคัน
ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า นักวิชาการด้านวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ประเมินสถานการณ์เวลา 07.00 น. (คลิกอ่านต้นฉบับ) ว่า การระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีตามที่คาดไว้ โดยน้ำยังไม่ข้ามแนวคันป้องกัน ส่วนพื้นที่ริมน้ำนอกคันมีระดับน้ำสูงขึ้น
จากแนวโน้มน้ำที่นครสวรรค์ลดลง และน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังทรงตัว ดร.สิตางศุ์ประเมินว่า การระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาน่าจะควบคุมอยู่ใกล้ระดับดังกล่าวได้ หากไม่มีฝนหนักเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลกรมชลประทานเวลา 06.00 น. ยังระบุว่าระดับน้ำเหนือเขื่อนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จึงต้องติดตามประกาศทางการต่อเนื่อง
สำหรับปทุมธานีและกรุงเทพฯ ดร.สิตางศุ์ระบุว่า น้ำเจ้าพระยายังไม่ข้ามแนวคันป้องกัน แต่ต้องระวังน้ำไหลย้อนผ่านท่อขึ้นมาบนถนน โดยเฉพาะฝั่งธนบุรีในช่วงน้ำทะเลสูง ส่วนพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังควรเร่งสูบระบายออก
ชุมชนริมน้ำนอกคันควรยกสิ่งของให้พ้นระดับน้ำที่อาจได้รับผลจากการระบาย ขณะที่พื้นที่เคหะคลองจั่น ร่มเกล้า และจุดน้ำขังเน่าเสีย ดร.สิตางศุ์เสนอให้เน้นการสูบน้ำออก พร้อมแสดงความเห็นว่าไม่ควรใส่ EM ball เพราะอาจทำให้น้ำเน่าเหม็นมากขึ้น
แม่กลองลดลง แต่บางจุดยังสูงกว่าตลิ่ง
สถานการณ์ลุ่มน้ำแม่กลองเวลา 06.00 น. มวลน้ำจากแม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่มีแนวโน้มลดลง เขื่อนแม่กลองระบายน้ำท้ายเขื่อนประมาณ 1,889 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแนวโน้มปรับลดตามสถานการณ์ แต่บางพื้นที่ยังมีน้ำสูงกว่าตลิ่ง ได้แก่
- สถานี K.11A อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี สูงกว่าตลิ่ง 1.66 เมตร แนวโน้มลดลง
- สถานี K.55A อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี สูงกว่าตลิ่ง 1.17 เมตร แนวโน้มลดลง
- สถานี K.2B อ.เมืองราชบุรี ต่ำกว่าตลิ่งเพียง 0.16 เมตร แนวโน้มลดลง
ดร.สิตางศุ์ประเมินว่า ราชบุรีและสมุทรสงครามยังเผชิญสถานการณ์หนักใกล้เคียงวันก่อน แม้การระบายมีแนวโน้มลดลง ส่วนลุ่มน้ำบางปะกง ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก และเพชรบุรีเริ่มทรงตัวและค่อย ๆ คลี่คลาย ขณะที่พื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีนบางแห่งอาจต้องอยู่กับน้ำท่วมถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นการประเมินของนักวิชาการ
จับตาฝนรอบใหม่ 4–7 ตุลาคม
รายงานภาพรวมสถานการณ์น้ำวันที่ 2 ตุลาคม เวลา 07.00 น. ระบุว่า วันนี้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น ก่อนที่ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนหนักบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 4–7 ตุลาคม (ที่มา : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ)
ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอยู่ที่ 64,759 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 80% ของความจุ โดยภาคตะวันตกมีสัดส่วนน้ำสูงสุดที่ 95% รองลงมาคือภาคตะวันออก 90% จึงต้องติดตามทั้งฝนใหม่ น้ำไหลเข้าอ่าง และความสามารถในการระบายของพื้นที่ท้ายเขื่อนประกอบกัน
ดร.สิตางศุ์แนะนำประชาชนติดตามข้อมูลฝนย้อนหลัง ฝนคาดการณ์ ระดับน้ำในลำน้ำ การระบายเขื่อน และจังหวะน้ำทะเลขึ้นลง เพื่อประเมินความเสี่ยงในพื้นที่ พร้อมเสนอให้รัฐบาลลงทุนระบบสนับสนุนการตัดสินใจด้านน้ำ เพื่อช่วยวิเคราะห์และวางแผนรับมือสภาพอากาศที่แปรปรวนมากขึ้น.







